โรคแอนาฟีแลกซิส (Anaphylaxis) - ภาวะภูมิแพ้ที่รุนแรงที่สุด


รูปภาพของ sss27458

โรคแอนาฟีแลกซิส ... ภาวะภูมิแพ้ที่รุนแรงที่สุด

ภาพแสดงส่วนต่างๆ ที่จะเกิดอาการของแอนาฟีแลกซิส

ภาพจาก: http://www.nlm.nih.gov/medlineplus/ency/images/ency/fullsize/19320.jpg

Laughing มารู้จักโรคแอนาฟีแลกซิสกันก่อน...

Anaphylaxis (แอนาฟีแลกซิส) หรือโรคภูมิแพ้ คือภาวะที่เกิดความผิดปกติ(แพ้)อย่างฉันพลันและรุนแรงต่อระบบร่างกายในชนิด I hypersensitivity ซึ่งเป็นปฏิกิริยาต่อภูมิแพ้ในมนุษย์และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
แอนาฟีแลกซิสมีรากศัพท์มาจากภาษากรีกคำว่า แอนา (แปลว่า ต่อต้าน) และ ฟีแลกซิส (แปลว่า การปกป้อง) ระยะเวลาของการได้รับสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้อาจเป็นสาเหตุของปฏิกิริยาการคุกคามจากภูมิแพ้ได้
แอนาฟีแลกซิสอาจเกิดขึ้นหลังจากการกลืนกินอาหาร, การสัมผัสทางผิวหนัง, การฉีดสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ หรือการหายใจในบางกรณี ถือเป็นการแพ้ชนิดที่รุนแรงที่สุด หากรักษาไม่ทันก็เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต

          Anaphylactic shock (แอนาฟีแลกติก ช๊อก) เป็นแอนาฟีแลกซิสชนิดที่รุนแรงที่สุด เกิดขึ้นเมื่อภูมิแพ้ตอบสนองการกระตุ้นและปลดปล่อยปริมาณของสารภูมิคุ้มกันจำนวนมากอย่างรวดเร็ว (สารภูมิคุ้มกันเช่น ฮิสตามีน, โปรแทสแกลนดิน และ ลูโคเทรียน)
จากมาสท์ เซลล์ (Mast cells - เป็นที่อยู่อาศัยของเนื้อเยื่อหลายชนิด ประกอบด้วยแกรนูลเข้มข้นในฮิสตามีนและเฮปปาริน) ทำให้มีหลอดเลือดกว้างขึ้น ร่วมกับการลงลดทันทีของความดันโลหิต และอาการบวมน้ำของบรอนเชียลมูโคซา เป็นผลให้หลอดลมเกร็งและหายใจลำบาก
แอนาฟีแลกติก ช๊อก สามารถทำให้เสียชีวิตได้ในไม่กี่นาที ในกรณีที่ไม่ได้รับการดูแลรักษา

Laughing ผู้ค้นพบ

ชาร์ล ริเชต (Charles Richet) ผู้ค้นพบโรคแอนาฟีแลกซิส

ภาพจาก: http://nobelprize.org/nobel_prizes/medicine/laureates/1913/richet.jpg

          ผู้ค้นพบคือ ชาร์ล ริเชต (Charles Richet) นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ค้นพบโรคนี้ในปี ค.ศ. 1902 และได้รับรางวัลโนเบลสาขาการแพทย์จากการค้นพบโรคแอนาฟีแลกซิสในปี ค.ศ. 1913

Laughing สาเหตุการเกิดแอนาฟีแลกซิส

ภาพแสดงถึงสารที่ทำให้เกิดอาการแพ้

ภาพจาก: http://z.about.com/d/firstaid/1/5/F/-/-/-/allergies.jpg

          แอนาฟีแลกซิสเป็นปฏิกิริยาภูมิแพ้ที่รุนแรงของร่างกายแทบทุกส่วน หลังจากการเปิดเผยขั้นต้น ปริมาณยาที่ทำให้เกิดภูมิแพ้ ถึงสารอย่างพิษเหล็กไนผึ้ง ระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์จะทำให้เกิดภูมิแพ้กับสิ่งที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ ต่อมา ปริมาณยาที่ทำให้ช๊อกก็สามารถทำให้เกิดภูมิแพ้ขึ้นได้เช่นกัน ปฏิกิริยานี้เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน รุนแรง และเกี่ยวพันกับร่างกายแทบทุกส่วน

          
อาการลมพิษและแองจิโออิเดอมา (angioedema-การบวมของริมฝีปาก, เปลือกตา, ลำคอและลิ้น) เกิดขึ้นได้บ่อย แองจิโออิเดอมาอาจรุนแรงพอที่จะปิดกั้นทางเดินหายใจ และยืดเวลาให้แอนาฟีแลกซิสเป็นสาเหตุของภาวะหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะได้

          
ยาโพลีไมซินมอร์ฟีนบางชนิด, ความแตกต่างรังสีเอ๊กซ์เรย์, และอื่นๆ อาจเป็นสาเหตุของ ปฏิกิริยาแอนาฟีแลกทอยด์ ซึ่งส่วนมากเป็นสาเหตุของปฏิกิริยาพิษ แทนที่กลไกระบบภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นกับแอนาฟีแลกซิสแท้ อาการที่จะเกิด คือ เสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อนหากไม่ได้รับการรักษาหรือรักษาแบบเดิมๆ อย่างไรก็ตาม สำหรับปฏิกิริยาทั้งสองชนิด การฉีดวัคซีนบางชนิดทำให้ทราบสาเหตุของปฏิกิริยาแอนาฟีแลกทอยด์ สารต้านพิษอาจเป็นสาเหตุให้เกิดปฏิกิริยาที่คล้ายกัน ในความแน่นอนของแต่ละบุคคล ซึ่งการทำกิจกรรมที่ใช้กำลังมากจะชักนำให้เกิดแอนาฟีแลกซิสได้

          แอนาฟีแลกซิสเกิดขึ้นในการตอบสนองของสารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ใดๆ โดยปกติสาเหตุนี้รวมถึงการกัดต่อยหรือเหล็กไนของแมลง, อาหารที่ทำให้แพ้อย่างถั่วลิสงซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี และยังรวมถึงยาที่ทำให้แพ้ ละอองเกสรดอกไม้และการหายใจสูดเอาสารที่ทำให้แพ้เข้าไป ในจักษุวิทยา การย้อมฟลูออเรสเซนส์ใช้ในการตรวจสอบดวงตาบางดวงที่มีการกระตุ้นดี บางคนมีปฏิกิริยาแอนาฟีแลกติกที่ไม่แสดงออกเป็นสาเหตุของการหายใจลำบาก

Laughing สารที่ก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้

          
สารที่สามารถทำให้เกิดแพ้ชนิดนี้ได้แก่ :-

1. ยา ได้แก่ยา penicillin sulfonamide ยาสลบ insulin
2. วัคซีนโดยเฉพาะผู้ที่แพ้ไข่ขาว หรืออาจจะแพ้ส่วนประกอบของวัคซีน
3. ยาง ลาเท๊กซ์
4. เลือดและส่วนประกอบของเลือด
5. แมลงกัดต่อย เช่น ผึ้ง ต่อ มดแดง
6. สารจากอาหารก่อให้เกิดภูมิชนิดนี้บ่อยที่สุด ได้แก่ นม ไข่ ถั่ว แป้งสาลี ถั่วเหลือง ปลา
7. สารถนอมอาหาร เช่น sulfite ที่มีในอาหารมักดอง สุรา มันฝรั่ง
8. การออกกำลังกาย 

Laughing อาการ

ภาพแสดงอาการของแอนาฟีแลกซิส (ทางเดินหายใจหดตัวและความดันโลหิตต่ำ)

ภาพจาก: http://www.ambulancetechnicianstudy.co.uk/images/Anaphylaxis.jpg

          อาการของแอนาฟีแลกซิสจะเกี่ยวข้องกับการกระทำของอิมมูโนโกลบูลิน อี (Immunoglobulin E หรือ IgE) และ แอนาฟีแลกทอกซินอื่นๆ ที่กระทำเกี่ยวข้องกับฮิสตามีนและสารสื่อกลางอื่นๆ จากมาสท์เซลล์ (ดีแกรนูเลชั่น) ผลกระทบอื่นๆ เพิ่มเติม คือ ฮิสตามีนชักนำการขยายตัวของหลอดเลือดแดงและการหดตัวของปอด

         เนื้อเยื่อในส่วนต่างๆ ของร่ายกายที่เกี่ยวข้องกับฮิสตามีนและสารต่างๆ เป็นสาเหตุของการหดตัวของทางเดินหายใจ ทำให้หายใจลำบาก และอาการเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร เช่น ปวดบริเวณช่องท้อง, เกร็งท้อง, อาเจียน และท้องร่วง ฮิสตามีนเป็นสาเหตุให้หลอดเลือดขยายตัว (ทำให้มีความดันโลหิตต่ำ) และของเหลวจากกระแสเลือดรั่วไหลเข้าไปในเนื้อเยื่อ (ทำให้ปริมาณเลือดลดลง) ผลกระทบเหล่านี้ส่งผลให้เกิดอาการช๊อก ของเหลวสามารถรั่วไหลเข้าไปในถุงลมปอดได้ ทำให้หลอดเลือดพัลโมนารีเกิดอาการบวมน้ำ

ภาพผู้ป่วยเด็กชายที่มีอาการแองจิโออิเดอมา (ปาก หน้า คอ ลิ้นบวม)

ภาพจาก: http://www.allergyfacts.org.au/images/boy-2.jpg

อาการประกอบไปด้วย:

* โพลียูเรีย (สภาวะที่มีปริมาณยูรีนมาก)
* ปัญหาของระบบหายใจในร่างกาย
* ไฮโปเทนชั่น (ความดันโลหิตต่ำ)
* ภาวะสมองอักเสบจากไวรัส
* เป็นลม หน้ามืด
* หมดสติ ไม่รู้สึกตัว
* ลมพิษ ผิวหนังอักเสบ (พิษจากรังผึ้ง)
* หน้าแดง
* แองจิโออิเดมา (ปาก หน้า คอ บวม)
* มีน้ำตาไหล (เนื่องจากแองจิโอเดมาและความเครียด)
* อาเจียน
* มีการระคายเคือง
* ท้องร่วง
* ปวดที่ช่องท้อง
* วิตกกังวล

อาการอื่นๆที่อาจจะพบในผู้ป่วยที่แพ้

* อาการทางระบบหัวใจได้แก่ เวียนศีรษะ หน้ามืด เป็นลม
* อาการระบบทางอาหาร แน่นท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง
* อาการระบบทางเดินหายใจ คัดจมูก น้ำมูกไหล จาม หายใจเสียงดังพูดลำบาก กลืนลำบาก
* อาการทางปอด ไอ แน่นหน้าอก หายใจมีเสียงหวีด
* อาการทางผิวหนัง ลมพิษ หนังตา ปากจะบวม

Laughing ความเสี่ยงของโรค

          หากเปรียบเทียบแล้ว จะพบได้ในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย แต่ในบางกรณีของเด็ก จะพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง (ซึ่งส่วนใหญ่อาการของโรคนี้จะเกิดในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่)

Laughing การรักษา

          ผู้ป่วยจะต้องได้รับการรักษาที่เร็วมิเช่นนั้นอาจจะช็อกหมดสติและเสียชีวิต การรักษาเบื้องต้นจะให้ยาชื่อ adrenaline (อะดรีนาลีน) จะทำให้อาการดีขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากนั้นก็ต้องนอนพักที่โรงพยาบาลสักระยะ เพื่อสังเกตอาการและได้รับยาหรือสารชนิดอื่น เช่นยาแก้แพ้ ถ้าหากมีปัจจัยเสี่ยงต่อการแพ้ชนิดนี้ลองปรึกษาแพทย์ว่าจะเตรียมยาฉีดไว้ที่บ้าน

Laughing การดูแลเบื้องต้น

* ถ้าหายใจลำบากและรู้ตัวดีก็ให้นั่ง แต่ถ้าความดันต่ำก็ให้นอนราบยกเท้าสูง
* ถ้าผู้ป่วยไม่รู้สึกตัวต้องระวังเรื่องทางเดินหายใจอย่าให้มีเศษอาหารหรือเสมหะอุด ต้องนอนตะแคงหันหน้าไปด้านข้าง
* ห้ามให้น้ำหรืออาหารแก่ผู้ป่วย
* ถ้ารู้ว่าผู้ป่วยได้รับสารที่แพ้แน่นอน และหากมียาอะดรีนาลีนที่บ้านก็ช่วยผู้ป่วยฉีดยาเข้าที่กล้ามเนื้อ
* เรียกรถพยาบาลฉุกเฉินหรือไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด

 Laughing ข้อควรระวัง

* ถ้าแพ้อาหารหรือสารใด จะแพ้ตลอดชีวิต
* อย่าได้ทดลองอาหารที่แพ้เพราะไม่ได้รับมานาน เพราะอาจจะทำให้เสียชีวิตได้
* ให้ตรวจส่วนประกอบของอาหารสำเร็จรูปทุกครั้งเพราะอาจจะมีส่วนประกอบอาหารที่แพ้
* ระวังชื่ออาหารอาจจะมีชื่อเรียกได้หลายชื่อ

Laughing สะท้อนความคิดเห็น

          สาเหตุที่เลือกทำโรคนี้ เพราะว่าเป็นโรคที่มีอาการรุนแรง และคิดว่ายังมีคนส่วนใหญ่ที่ไม่รู้ว่าตัวเองแพ้อะไรบ้าง กรณีที่พบบ่อยจนกลายเป็นเรื่องตลก (แต่เคยเกิดขึ้นจริงและอันตรายมาก) เช่น เวลาไปพบแพทย์ เขาจะถามว่าแพ้ยาอะไรหรือเปล่า? ถ้าเกิดไม่รู้แล้วดันตอบว่า "ไม่" (เพราะคนส่วนใหญ่คิดว่า ถ้าแพ้ก็คงแพ้ไปนานแล้ว) แล้วเขาให้ยาที่เราไม่รู้ว่าแพ้มาก็... จะเกิดอะไรขึ้นบ้างก็ไม่รู้??? อีกประการหนึ่งคือ เนื้อหาในส่วนที่เป็นภาษาไทยของโรคนี้มีไม่มาก (จากที่ได้ลองสืบค้นดูแล้วส่วนใหญ่พบว่าเป็นภาษาอังกฤษ) จึงได้ลองแปลเนื้อหาบางส่วนมาประกอบกับเนื้อหาภาษาไทยที่มีอยู่ (อาจจะแปลไม่ถูกต้องนัก แต่คิดว่าน่าจะพอเข้าใจได้) จากการรายงาน พบว่ามีผู้เสียชีวิตจากโรคแอนาฟีแลกซิสนี้แล้วประมาณ 1500 รายต่อปีในสหรัฐอเมริกา หรือ 1 ใน 1600 คนของประชากรทั้งหมด แต่ไม่ได้หมายความว่าโรคนี้เกิดขึ้นเฉพาะชาวต่างชาติ ชาวไทยก็เคยมีเกิดขึ้นเช่นกัน เพียงแต่เป็นส่วนที่น้อยมาก จึงต้องการเป็นส่วนหนึ่งให้ผู้คนได้รับรู้ถึงอันตรายและวิธีป้องกันที่ถูกต้องปลอดภัย และหลีกเลี่ยงจากสิ่งที่แพ้ให้ได้ รวมถึุงต้องการทำให้ปณิธานส่วนตัวที่ว่า "อยากเห็นคนไทยแข็งแรง ไม่มีโรค" เป็นจริง Smile

Laughing แหล่งอ้างอิง

http://www.siamhealth.net/public_html/Disease/allergy/anaphylaxis.htm

http://www.narenthorn.or.th/node/90

http://en.wikipedia.org/wiki/Anaphylaxis (ภาษาอังกฤษ)

http://emedicine.medscape.com/article/756150-overview (ภาษาอังกฤษ)

http://www.nlm.nih.gov/medlineplus/ency/article/000844.htm (ภาษาอังกฤษ)

~~ ~~~~~~ ~ ~~ ~~~~ ♫ 


รูปภาพของ kalayarat

ขอบคุณค่ะ  ตรวจแล้ว

อ.กัลยารัตน์