พระอภัยมณี



 วิเคราะห์คุณค่าของเรื่อง
๑.   แนวคิดที่สำคัญของเรื่อง
     -แนวเรื่องใหญ่   - แนวเรื่องหลักของพระอภัยมณีเป็นเรื่องพลัดพรากและการติดตามหากัน จะดำเนินเรื่องเป็นตอนๆ มักเกี่ยวพันกับเรื่องตัณหาของมนุษย์ คือ กามตัณหา ภวตัณหา และวิภวตัณหา - ตัณหาเหล่านี้นำไปสู่ความวุ่นวาย คือการสงครามระหว่างเมืองผลึกและเมืองลังกา
    - สุนทรภู่จบเรื่องด้วยการให้ตัวละครสำคัญออกบวช
     -แนวเรื่องย่อย เป็นการอธิบายพฤติกรรมของตัวละครเป็นตอนๆ
ตอนพระอภัยมณีเรือแตก แนวคิดหรือสาระสำคัญ ได้แก่ความรักของหญิงชายที่ไม่คู่ควรกัน ย่อมสลัดรักตัดรักกันได้ง่าย  เช่น ความรักระหว่างผีเสื้อสมุทรกับพระอภัยมณี
ตอนสินสมุทรโดยสารเรือโจรสุหรั่ง แนวคิดสำคัญคือ 
      - เด็กต้องการความรักและความอบอุ่นจากมารดา
      - เด็กย่อมมีประสบการณ์น้อยกว่าผู้ใหญ่ จึงขาดความรอบคอบ
      - การใช้สติปัญญาในการแก้ปัญหาอย่างฉลาด ทำให้พันอันตรายได้
๒.   คุณค่าของเรื่อง
      -คุณค่าด้านเนื้อเรื่อง
          - เรื่องเป็นแนวใหม่ต่างจากเรื่องจักรๆ วงศ์ๆ โดยนำเรื่องราวจากที่ต่างๆ มาประกอบเป็นโครงเรื่อง ทำให้เรื่องน่าตื่นเต้น เร้าอารมณ์ผู้อ่านให้อยากรู้อยากเห็น อยากติดตามเรื่อง
          - ฉากของเรื่องเกี่ยวกับท้องทะเล เกาะและเมืองชายทะเล ก่อนให้เกิดบรรยากาศเงียบเหงา ว้าเหว่ น่ากลัว ซึ่งผิดกับวรรณคดีเรื่องอื่นๆ  
      -คุณค่าด้านวรรณศิลป์
       ๑) จินตนาการ สุนทรภู่มีความคิดก้าวหน้าในด้านวิทยาการสมัยใหม่ และความคิดเหล่านั้นกลายมาเป็นความจริงในภายหลัง
                    มีกำปั่นนั้นยาวยี่สิบเส้น                 กระทำเป็นตึกกว้านสถานถิ่น
            หมากมะพร้าวส้มสูกปลูกไว้กิน                 ไม่รู้สิ้นเอมโอชโภชนา
           เลี้ยงแพะแกะไก่สุกรห่าน                         คชสารม้ามิ่งมหิงสา
           มีกำปั่นห้าร้อยรายล้อมมา                        เครื่องศัตราสำหรับรบครบทุกลำ   
      ๒) การพรรณนา 
         - อารมณ์ขัน 
                  นางผีเสื้อเบื่อหูว่าจู้จี้                      เจ้าบาลีเลือกแปลมาแก้ไข
           ไหนนรกตกลงที่ตรงใด                           ช่วยพาไปดูเล่นให้เห็นจริง
         - อารมณ์อ้างว้างเปล่าเปลี่ยว
                   ยะเยือกเย็นเส้นหญ้ารุกขาเขา           สงัดเหงาเงียงเสียงสำเนียงหาย
           จันทร์กระจ่างพร่างพื้นโพยมพราย                เรไรรายหริ่งร้องทั้งลองไน
                 .............................................................
           นางฟื้นองค์ทรงกายกระหายหิว                   ให้หวิวหวิวหวาดไหวฤทัยถวิล
           ภาณุมาศผาดเยี่ยมเหลี่ยมเมฆิน                  นางปลุกสินสมุทรไม่ไหวกายา
         - ให้จินตภาพชัดเจน
                 สำเภาโผนโยนโยกโบกสะบัด             หางเสือพลัดพลาดเสียงฉาดฉาน
            เหล่าล้าต้าต้นหนพวกคนงาน                   ต่างเซซานซวนทรงไม่ตรงกาย
    ๓) ลีลากลอน
        - การใช้คำให้เกิดความงามทางด้านภาษาและให้อารมณ์
        - การเล่นคำสัมผัสอักษร กลอนส่วนมากจะมีสัมผัสอักษรได้ไพเราะมาก เช่น
                 ครั้นลูกหลับกลักลุกทุกข์สะอื้น            จนดึกดื่นเดือนลับไม่หลับใหล
          เผยหน้าต่างวังเวงวิเวกใจ                         ละห้อยไห้หวนคิดถึงบิดา
    ๔) การใช้ความเปรียบ (อุปมาอุปไมย)
                 แล้วผันผายกายก่ำดังตำลึง                 ให้รุมรึงร้อนรนสกนธ์กาย
         ซึ่งเมตตาว่าจะเลี้ยงไว้เคียงคู่                       พระคุณอยู่ข้าพเจ้าเท่าเขาหลวง
         ตัวเป็นกามาประสงค์ซึ่งหงส์ทอง                   จะไปถองเสียให้สมอารมณ์มัน
    ๕) การใช้สำนวนภาษา
                “โจรสุหรั่งฟังนางว่าช่างพูด                  บิดตะกูดเกเรทำเผลไพล่”
                 “มิโอนอ่อนผ่อนผันทำปั้นปึ่ง               จะให้ถึงปล้ำปลุกสนุกหรือ