สมุนไพร


รูปภาพของ sss28357

สมุนไพร

ขอบคุณภาพจาก:http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/645/5645/images/567.jpg

 

สวัสดีทุกคนที่เข้ามาชมและอ่านblogs นี้ ข้าพเจ้าจะขอนำเสนอเรื่อง สมุนไพร


              ข้าพเจ้าคิดว่า ในปัจจุบันเทคโนโลยีด้านการแพทย์พัฒนาไปมากมายจนทำให้วิธีการรักษาโรคแบบโบราณที่มี

สมุนไพร เป็นยาหลักถูกลืมจนต่อไม่ติด เพราะฉะนั้นเราควรใช้วิธีการรักษาด้วยสมุนไพรเพื่อไม่ให้วิธีนี้ถูกลืมและทอดทิ้งไป

สมุนไพร  คืออะไร?

คำว่า "สมุนไพร (herbs)"  มีคำจำกัดความได้หลายอย่าง  ขึ้นกับว่าใช้กับเนื้อหาอย่างไร  ทางด้านพฤกษศาสตร์  HERBS

 หมายถึงพืชมีเมล็ดที่ไม่มีแก่นไม้ (nonwoody)  และตายเมื่อสิ้นสุดฤดูกาลเพาะปลูก  ทางด้านอาหาร  HERBS หมายถึงเครื่องเทศหรือ

ผักที่ใช้แต่งรสหรือกลิ่นอาหาร  แต่ทางด้านยา HERBS มีความหมายที่เฉพาะเจาะจง  คำจำกัดความที่ถูกต้องที่สุดของ  HERBS คือ ยา

ที่มาจากพืช  ใช้รักษาโรคซึ่งมักเป็นโรคเรื้อรังหรือเพื่อทำให้/บำรุงรักษาสุขภาพให้แข็งแรง

          

          ด้านกฎหมายสมุนไพรยังจัดเป็นกลุ่มพิเศษ  คือ กลุ่มอาหาร และกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร  หากสมุนไพรใช้เพื่อการรักษาหรือ

บรรเทาอาการโรค  หรือใช้เสริมสุขภาพ (เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยหรือป้องกันโรค)  จะจัดเป็นยา  อย่างไรก็ดีมีผลิตภัณฑ์สมุนไพรจำนวน

หนึ่งที่เป็นยาหรืออาหารหรือเป็นทั้งยาและอาหาร  ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของผู้ใช้  ตัวอย่างเช่น  กระเทียม  หากใช้เพื่อแต่งกลิ่นและรส

อาหาร  กรณีนี้ชัดเจนว่า  กระเทียมเป็นอาหาร  เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์กระเทียมควบคุมความดันโลหิตหรือระดับโคเลสเตอรอลที่สูง  กรณีนี้

กระเทียมจัดเป็นยา (ในประเทศเยอรมนี)  และจัดเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ในสหรัฐอเมริกา)  จึงเป็นไปได้ที่ผู้บริโภคบางรายใช้

กระเทียมเป็นทั้งอาหารและยาในเวลาเดียวกัน  ชาวอเมริกันดื่มน้ำพรุนเป็นเครื่องดื่มยามเช้า  และเป็นยาระบาย

สรรพคุณสมุนไพรแบ่งตามกลุ่มอาการ

กลุ่มยาลดไขมันในเส้นเลือด
 
กระเจี๊ยบแดง

ชื่อวิทยาศาสตร์Hibiscus sabdariffa  L.
 
ชื่อสามัญ : Jamaican Sorel, Roselle
 
วงศ์Malvaceae
 
ชื่ออื่น : กระเจี๊ยบ  กระเจี๊ยบเปรี้ย  ผักเก็งเค็ง  ส้มเก็งเค็ง  ส้มตะเลงเครง
 
สรรพคุณ : 1.กลีบเลี้ยงของดอก หรือกลีบที่เหลืออยู่ที่ผล

                -เป็นยาลดไขมันในเส้นเลือด และช่วยลดน้ำหนักด้วย

                 -ลดความดันโลหิตได้โดยไม่มีผลร้ายแต่อย่างใด

            2.ใบ  แก้โรคพยาธิตัวจี๊ด ยากัดเสมหะ แก้ไอ ขับเมือกมันในลำคอ ให้ลงสู่ทวารหนัก

            3.ดอก  แก้โรคนิ่วในไต แก้โรคนิ่วในกระเพราะปัสสาวะ ขัดเบา ละลายไขมันในเส้นเลือด กัดเสมหะ ขับเมือกในลำไส้ให้ลงสู่

               ทวารหนัก

            4.ผล  ลดไขมันในเส้นเลือด แก้กระหายน้ำ รักษาแผลในกระเพาะ

            5.เมล็ด  บำรุงธาตุ บำรุงกำลัง แก้ดีพิการ ขับปัสสาวะ ลดไขมันในเส้นเลือด

วิธีและปริมาณที่ใช้ : โดยนำเอากลีบเลี้ยง หรือกลีบรองดอกสีม่วงแดง ตากแห้งและบดเป็นผง ใช้ครั้งละ 1 ช้อนชา  (หนัก 3 กรัม) ชง

กับน้ำเดือด 1 ถ้วย (250 มิลลิลิตร) ดื่มเฉพาะน้ำสีแดงใส ดื่มวันละ 3 ครั้ง ติดต่อกันทุกวันจนกว่าอาการขัดเบาและอาการอื่นๆ

จะหายไป

สารเคมีดอก  พบ Protocatechuic acid, hibiscetin, hibicin, organic acid, malvin, gossypetin


คุณค่าด้านอาหาร  :น้ำกระเจี๊ยบแดง มีรสเปรี้ยว นำมาต้มกับน้ำ เติมน้ำตาล ดื่มแก้ร้อนใน กระหายน้ำ และช่วยป้องกันการจับตัวของ

ไขมันในเส้นเลือดได้ และยังนำมาทำขนมเยลลี่ แยม หรือใช้เป็นสารแต่งสี ใบอ่อนของกระเจี๊ยบเป็นผักได้ หรือใช้แกงส้ม

รสเปรี้ยวกำลังดี กระเจี๊ยบ เปรี้ยวมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า "ส้มพอเหมาะ" ในใบมี วิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา ส่วนกลีบเลี้ยงและกลีบดอก

มีสารแคลเซียม ช่วยบำรุง กระดูกและฟันให้แข็งแรง

ที่มา:http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_200.htm


รูปภาพของ poonsak

ขอบคุณที่จัดทำข้อมูลดีดีมาให้อ่านครับ

แต่สิ่งที่ต้องแก้ไข คือ ต้องอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูลและรูปภาพให้ชัดเจน

ขอมอบดอกรักมาเป็นกำลังใจนะครับ

-----------------------------------------------------------------------------------------
ครูพูนศักดิ์ สักกทัตติยกุล
ทำด้วยใจ ไปด้วยฝัน