พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย


รูปภาพของ poonsak
พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย

โดย เด็กหญิงสุวิมล เตชะวีรพงศ์ เด็กหญิงอัมพร ลักษณะพงษ์ เด็กหญิงธันวา พูลเสรี โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย

นำเสนอครั้งแรกเมื่อ 28 มีนาคม พ.ศ. 2549 ที่
http://www.thaigoodview.com/library/studentshow/2549/m3-9/no07-22-39/kin...

ทฤษฎีใหม่

การบริหารจัดการที่ดินเพื่อการเกษตรตามพระราชดำริ


ในทุกคราที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรตามพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศนั้น
ได้ทรงถามเกษตรกรและทอดพระเนตรพบสภาพปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการปลูกข้าวและเกิดแรงดลพระราชหฤทัย
อันเป็นแนวคิดขึ้นว่า

. ข้าวเป็นพืชที่แข็งแกร่งมาก
หากได้น้ำเพียงพอจะสามารถเพิ่มปริมาณเม็ดข้าวได้มากยิ่งขึ้น

.
หากเก็บน้ำฝนที่ตกลงมาไว้ได้แล้ว
นำมาใช้ในการเพาะปลูกก็จะสามารถเก็บเกี่ยวได้มากขึ้นเช่นกัน

. การสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่นับวันแต่จะยากที่จะดำเนินการได้เนื่องจากการขยายตัวของชุมชนและข้อจำกัด
ของปริมาณที่ดิน เป็นอุปสรรคสำคัญ

.
หากแต่ละครัวเรือนมีสระน้ำประจำไร่นาทุกครัวเรือนแล้ว
เมื่อรวมปริมาณกันก็ย่อมเท่ากับปริมาณในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่
แต่สิ้นค่าใช่จ่ายน้อยและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยตรงมากกว่า
ในเวลาต่อมาได้พระราชทานพระราชดำริให้ทำการทดลอง"ทฤษฎีใหม่"
เกี่ยวกับการจัดการที่ดินและแหล่งน้ำ เพื่อการเกษตรขึ้น ณ วัดมงคลชัยพัฒนา
ตำบลห้วยบง อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี แนวทฤษฎีใหม่ กำหนดขึ้นดังนี้
ให้แบ่งพื้นที่ถือครองทางการเกษตร ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วเกษตรกรไทย
มีเนื้อที่ดินประมาณ

๑๐-๑๕
ไร่ต่อครอบครัว แบ่งออกเป็นสัดส่วน ๓๐-๓๐-๓๐-๑๐
คือ ส่วนแรก : ร้อยละ ๓๐
เนื้อที่เฉลี่ย ๓
ไร่ ให้ทำการขุดสระกักเก็บน้ำไว้ใช้ในการเพาะปลูก โดยมีความลึกประมาณ ๔
เมตร ซึ่งจะสามารถรับน้ำได้จุถึง ๑๙,๐๐๐
ลูกบาศก์เมตร โดยการรองรับจากน้ำฝน ราษฎรจะสามารถนำน้ำนี้ไปใช้ในการเกษตร
ได้ตลอดปีและยังสามารถเลี้ยงปลาและปลูกพืชน้ำ พืชริมสระ
เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวอีกทางหนึ่งด้วย ส่วนที่สอง : ร้อยละ ๖๐

เนื้อที่เฉลี่ย ประมาณ ๑๐
ไร่ เป็นพื้นที่ทำการเกษตรปลูกพืชผลต่าง ๆ โดยแบ่งพื้นที่นี้ออกเป็น ๒
ส่วน คือ ร้อยละ ๓๐
ในส่วนที่หนึ่ง : ทำนาข้าว ประมาณ ๕
ไร่ ร้อยละ ๓๐
ในส่วนที่สอง : ปลูกพืชไร่หรือพืชสวนตามแต่สภาพของพื้นที่และ ภาวะตลาด
ประมาณ ๕

ไร่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงคำนวณโดยใช้หลักเกณฑ์ว่า
ในพื้นที่ทำการเกษตร นี้ต้องมีน้ำใช้ในช่วงฤดูแล้ง ประมาณ ๑
,๐๐๐
ลูกบาศก์เมตรต่อไร่ ถ้าหากแบ่ง แต่ละแปลงเกษตรให้มีเนื้อที่ ๕
ไร่ ทั้ง ๒
แห่งแล้ว ความต้องการน้ำจะต้อง ใช้ประมาณ ๑๐,๐๐๐
ลูกบาศก์เมตร ที่จะต้องเป็นน้ำสำรองไว้ใช้ในยามฤดูแล้ง ส่วนที่สาม : ร้อยละ
๑๐

เป็นพื้นที่ที่เหลือ มีเนื้อที่เฉลี่ยประมาณ ๒
ไร่ จัดเป็นที่อยู่อาศัย ถนนหนทาง คันคูดินหรือคูคลอง
ตลอดจนปลูกพืชสวนครัวและเลี้ยงสัตว์


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานแนวพระราชดำริอันเป็นหลักปฏิบัติสำคัญยิ่งในการดำเนินการ
คือ

.
วิธีการนี้สามารถใช้ปฏิบัติได้กับเกษตรกรผู้เป็นเจ้าของที่ดิน
ที่มีพื้นที่ดินจำนวนน้อย แปลงเล็ก ๆ ประมาณ ๑๕

ไร่
(
ซึ่งเป็นอัตราถือครองเนื้อที่การเกษตรโดยเฉลี่ยของเกษตรกรไทย)

.
มุ่งให้เกษตรกรมีความพอเพียงในการเลี้ยงตัวเองได้
(
Self
Sufficiency)
ในระดับชีวิตที่ประหยัดก่อน
โดยมุ่งเน้นให้เห็นความสำคัญของความสามัคคีกันในท้องถิ่น

.
กำหนดจุดมุ่งหมายให้สามารถผลิตข้าวบริโภคได้เพียงพอทั้งปี
โดยยึดหลักว่าการทำนา


ไร่ของครอบครัวหนึ่งนั้น
จะมีข้าวพอกินตลอดปีซึ่งเป็นหลักสำคัญของทฤษฎีใหม่นี้
นอกจากนี้ยังทรงคำนึงถึงการระเหยของน้ำในสระหรืออ่างเก็บน้ำลึก ๔

เมตร ของเกษตรกรด้วยว่า ในแต่ละวันที่ไม่มีฝนตกคาดว่าน้ำระเหย วันละ ๑
ซม. ดังนั้น เมื่อเฉลี่ยว่าฝนไม่ตกปีละ ๓๐๐
วันนั้น ระดับน้ำในสระจะลดลง ๓
เมตร จึงควรมี การเติมน้ำให้เพียงพอ เนื่องจากน้ำเหลือก้นสระเพียง ๑
เมตร เท่านั้น ดังนั้น การมีแหล่งน้ำขนาดใหญ่เพื่อคอยเติมน้ำในสระเล็ก
จึงเปรียบ เสมือนมีแท้งค์น้ำใหญ่ ๆ ที่มีน้ำสำรอง
ที่จะเติมน้ำอ่างเล็กให้เต็มอยู่เสมอ จะทำให้แนวทางปฏิบัติสมบูรณ์ขึ้น
กรณีของการทดลองที่วัดมงคลชัยพัฒนา ทรงเสนอวิธีการดังนี้
จากภาพตุ่มน้ำเล็กคือสระน้ำที่ราษฎรขุดขึ้นตามทฤษฎีใหม่นี้
เมื่อเกิดช่วงขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง ราษฎรก็สามารถ สูบน้ำมาใช้ประโยชน์ได้
และหากน้ำในสระไม่เพียงพอก็ขอรับน้ำจากอ่างห้วยหินขาว
ซึ่งได้ทำระบบส่งน้ำเชื่อมต่อลงมายังสระน้ำที่ได้ขุดไว้ในแต่ละแปลงซึ่งจะช่วยให้สามารถมีน้ำใช้ตลอดปี
ในกรณีราษฎรใช้น้ำกันมากอ่างห้วยหินขาวก็อาจมีปริมาณน้ำไม่เพียงพอ
หากโครงการพัฒนาลุ่มน้ำป่าสักสมบูรณ์แล้ว
ก็ใช้วิธีการสูบน้ำจากป่าสักมาพักในหนองน้ำใดหนองน้ำหนึ่ง
แล้วสูบต่อลงมาในอ่างเก็บน้ำห้วยหินขาวก็จะช่วยให้มี
ปริมาณน้ำใช้มากพอตลอดปี

ทฤษฎีใหม่จึงเป็นแนวพระราชดำริใหม่ที่บัดนี้ได้รับ
การพิสูจน์และยอมรับกันอย่าง กว้างขวางในหมู่เกษตรกรไทยแล้วว่า
พระราชดำริของพระองค์เกิดขึ้นด้วย พระอัจฉริภาพ
สูงส่งที่สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างแท้จริง
ความสมบูรณ์พูนสุขแห่งราชอาณาจักรไทย
อุบัติขึ้นในครั้งนี้ด้วยพระปรีชาสามารถอันเฉียบแหลมของพระมหากษัตริย์ไทย
ผู้มิเคยทรงหยุดนิ่งที่จะระดมสรรพกำลังทั้งปวงเพื่อความผาสุขของชาวไทย

สร้างโดย: 
ครูพูนศักดิ์ สักกทัตติยกุล โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย กทม.