โรค...ไมเกรน
โรคในโรคนี้
ที่มารูปภาพ http://www.intrendupdate.com/wp-content/uploads/2009/06/intrendupdate_migraine.jpg
1. ชื่อโรค ชื่อภาษาไทย ไมเกรน, ลมตะกัง
ชื่อภาษาอังกฤษ Migraine
2.อยู่ในกลุ่มโรคชนิดใด
3.ผู้ค้นพบ ไม่ปรากฎผู้ค้นพบ แต่
4. สาเหตุของการเกิดโรค โรคปวดศีรษะไมเกรนเป็นโรคที่พบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ประมาณว่าร้อยละ 25 ของผู้หญิง และร้อยละ 10 ของผู้ชาย วัยผู้ใหญ่ตอนต้นจะมีอาการปวดศีรษะไมเกรนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะเริ่มมีอาการตั่งแต่วัยเด็ก หรือวัยรุ่น ต่อเนื่องเรื้อรัง เป็น ๆ หาย ๆ และลดลงเมื่อถึงวัยหมดประจำเดือน ในปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน แต่เชื่อว่าเกิดจากปรากฏการณ์ทางสมองที่เรียกว่า “Cortical spreading depression” ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เซลล์ประสาทบริเวณผิวสมอง (cerebral cortex) ถูกกระตุ้นและตามมาด้วยการยับยั้งการทำงาน ก่อให้เกิดการหดและขยายตัวของหลอดเลือดแดงบริเวณผิวสมอง จนเกิดการหลั่งสาร inflammatory mediators และ neuropeptide ออกมาในลักษณะที่เรียกว่า “sterile inflammation” ส่งผลให้เกิดการระคายเคืองต่อเส้นประสาทสมองคู่ที่ 5 (Trigerminal nerve) และเกิดอาการปวดศีรษะขึ้น จากหลักฐานข้อมูลทางระบาดวิทยา ปัจจุบันเชื่อว่าไมเกรนถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ แต่จะเกิดอาการหรือไม่ขึ้นอยู่กับปัจจัยทั้งภายในและภายนอกร่างกายที่มากระทบตัวผู้เป็น
4.1 เชื้อโรค
4.2 พฤติกรรม/จิตใจ
5. อาการของโรค ผู้ป่วยจะมีอาการปวดศีรษะเป็นครั้งคราว มักจะเริ่มเป็นครั้งแรกตั้งแต่อายุน้อย (วัยรุ่น หรือวัยหนุ่มสาว) และจะเป็นๆหายๆ จนเลยวัย ๕๕ ปี หรือตลอดชีวิต จากหลักฐานข้อมูลทางระบาดวิทยา แต่ละครั้ง จะมีอาการปวดตุบๆ ที่ขมับ หรือรอบๆ เบ้าตาซีกใดซีกหนึ่ง อาจปวดสลับข้างในแต่ละคราว หรือปวดพร้อมกันทั้ง ๒ ข้างก็ได้ ผู้ป่วยมักจะคลำได้หลอดเลือดที่บริเวณขมับมีลักษณะโป่งพองและเต้นตุบๆ บางคนอาจปวดแบบตื้อๆ ทั้งศีรษะ หรืออาจมีอาการเวียนศีรษะ กลัวแสง ปวดเสียวหนังศีรษะ บางรายก่อนปวดหรือขณะปวด อาจมีอาการตาพร่า ตาลาย ตาเห็นแสงวอบแวบ หรือมืดมัวไปครึ่งซีก แต่ละครั้งมักปวดนาน ๔-๗๒ ชั่วโมง แต่ถ้าได้กินยาบรรเทาปวด และนอนหลับสักครู่ ก็อาจทำให้อาการทุเลาได้เร็วขึ้น บางรายที่มีอาการปวดมากหรือปวดนาน ก่อนจะทุเลาอาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียน เมื่ออาเจียนแล้วอาการปวดจะทุเลาไปได้เอง ในรายที่เป็นไมเกรนชนิดรุนแรง ก็อาจมีอาการ หน้าชา ริมฝีปากชา มือชา วิงเวียน ตาเห็นภาพซ้อน หรือแขนขาอ่อนแรงซีกหนึ่ง แต่อาการแบบนี้พบได้น้อยมาก และมักเป็นเพียงชั่วคราวก็จะหายได้เอง
6. วิธีป้องกันและบรรเทาอาการไมเกรน
1 .ควร ดูแลน้ำหนักตัวอย่าให้อ้วน
2. ออกกำลังกายสม่ำเสมอในระดับปานกลางนาน 30 นาที เกือบทุกวัน
3. นอนให้เป็นเวลา วันละ7-8 ชั่วโมง
4. บริโภคอาหารให้เป็นเวลา และหลีกเลี่ยงอาหารเย็นจัด
5. หมั่นตรวจความดันโลหิตและดูแลระดับคอเลสเทอรอลให้ปกติ
6. จำกัดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ควรงดคือ ไวน์แดง แชมเปญ เวอร์มุท เบียร์
7. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ หรือการอยู่ในบริเวณที่ไม่ปลอดบุหรี่
8. ดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่าให้ร่างกายขาดน้ำ จะป้องกันอาการปวดหัวได้
7. สะท้อนความคิดเห็น
7.1 ทำไมถึงสนใจศึกษาโรคนี้
เป็นโรคที่น่าสนใจเพราะ จะเกิดกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชายประมาณว่าร้อยละ 25 ของผู้หญิง และร้อยละ 10 ของผู้ชาย ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะเริ่มมีอาการตั่งแต่วัยเด็ก หรือวัยรุ่น ต่อเนื่องเรื้อรัง เป็น ๆ หาย ๆ และลดลงเมื่อถึงวัยหมดประจำเดือน และมีคนในครอบครัวเป็นอยู่ด้วยค่ะ
7.2 คิดอย่างไรกับโรคนี้
เป็นโรคที่คิดว่าไม่ร้ายแรงแต่ปัจจุบันไม่สามารถรักษาให้หายได้ แต่มีวิธีควบคุมอาการให้สงบลงได้
ข้อมูลสถิติ
- 30%ของคนไทยเป็นโรคไมเกรน
- พบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย
- ผู้ป่วยส่วนใหญ่ มักเกิดไมเกรนครั้งแรกในช่วงอายุก่อน 30 ปี
8. อื่น ๆ
หากผู้ศึกษาโรคนี้มีความสนใจเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ค่ะ
ที่มาข้อมูล www.doctor.or.th
www.http://dek-d.com/view.php? id= 963915
- บล็อกของ sss28367
- ล็อกอิน เพื่อแสดงความคิดเห็น
- อ่าน 808 ครั้ง

เห้ยยยยย
เรากลัวเปนอ่ะ
บางทีก้อปวดหัวตึบๆตรงขมับ
มะอยากเปนนนนนน
น่ากลัวๆๆๆ รักษามะหายด้วย
ขอบคุณค่ะ ตรวจแล้ว
อ.กัลยารัตน์ เมธีวีรวงศ์