โรคต้อหิน



 

 

ชื่อโรค : ต้อหิน(Glaucoma)

 

อยู่ในกลุ่มประเภท : โรคประสาทตาผู้ค้นพบ : ไม่ปรากฎชื่อผู้ค้นพบ

    ดิฉันจัดทำเรื่องโรคต้อหินขึ้นเพื่อเป็นความรู้เสริมและเพื่อให้ผู้อ่านทุกคนป้องกัน และระมัดระวัง รวมถึง ผู้อ่านที่กำลังเป็นโรคนี้อยู่จะได้ทราบว่าเราควรปฏิบัติตนอย่างไร  และทราบว่าควรจะรักษาโรคนี้อย่างไร เนื่องจากคนในครอบครัวของข้าพเจ้าเป็นโรคนี้อยู่

ข้าพเจ้าจึงสนใจและค้นคว้าหาข้อมูลมาเพื่อเป็นแนวทางในการป้องกันและรักษาโรคต้อหิน และไม่อยากให้ใครต้องมาเป็นโรคนี้เหมือนคนในครอบครัวของดิฉันอีกค่ะ

สาเหตุของการเกิดโรค : สาเหตุนำเกิดจากการที่มีความดันในลูกตาเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจเป็นผลจากอายุที่มากขึ้น เนื่องจากเมื่อคนเรามีอายุมากขึ้นจะมีความเสื่อมของช่องระบายน้ำออกจากลูกตา ทำให้น้ำหล่อเลี้ยงภายในลูกตาไม่สามารถระบายได้

เกิดการคั่งภายใน ทำให้ความดันตาสูงขึ้น และความดันตาที่สูงขึ้นนี้เอง จะไปทำลายขั้วประสาทตา ทำให้ขั้วประสาทตาเสื่อมหรือฝ่อไปทีละน้อย จนบอดไปในที่สุด

นอกจากนั้นแล้วเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น เลนส์แก้วตาก็มักมีขนาดใหญ่ขึ้น หรือมีต้อกระจกและทำให้เกิดต้อหินชนิดมุมปิดขึ้นได้
การระบายน้ำที่ผิดปกติ อาจเกิดจากโรคภายในตา เช่นการอักเสบหรือโรคบางชนิดที่เป็นมาแต่กำเนิด แม้กระทั่งการมีสัดส่วนดวงตาที่เล็กกว่าปกติ 

เช่นคนที่มีสายตายาวมาก ๆก็จะเกิดโรคต้อหินชนิดมุมปิดเฉียบพลันได้
นอกจากเรื่องอายุและความผิดปกติของดวงตาแล้ว ประวัติครอบครัวก็เป็นสิ่งที่สำคัญมาก  เนื่องจากต้อหินสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ ปัจจุบันเราทราบกันแน่นอนแล้วว่า หากบุคคลในครอบครัวเป็นต้อหิน คนที่เป็นพี่น้องหรือบุตรหลานของตระกูลนั้นจะมีโอกาสเกิดเป็นต้อหินได้มากกว่าคนอื่น 
ด้านสุขภาพร่างกาย เช่นผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคความดันโลหิตสูง  ก็พบว่ามีโอกาสเป็นต้อหินได้มากขึ้นเช่นกัน

ได้ข้อมูลอ้างอิงและนำมาต่อยอดจากรุ่นพี่วัชราภรณ์  เรืองประชา นักเรียนโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัยจากโนด :http://www.suriyothai.ac.th/node/1264

 

     โรคต้อหินเป็นโรคที่มีการทำลายประสาทตาอย่างช้าๆ โดยผู้ที่เป็นมักมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญคือความดันในตาสูง ทำให้ลูกตาแข็งกว่าปกติอันเป็นที่มาของชื่อที่ว่า ต้อหิน นอกจากดวงตาจะแข็งเหมือนหินแล้วยังเป็นโรคที่การรักษาค่อนข้างจะยุ่งยากหรือ ค่อนข้างหินตามภาษาชาวบ้าน หากรักษาไม่ได้ตาจะบอดเกือบทุกราย ซ้ำรายต้อหินบางชนิดนอกจากทำให้ตาบอดแล้วยังเจ็บปวดอีก คือแม้ตาไม่เห็นแล้วเจ้าตัวยังมีอาการเจ็บปวด ทุกข์ทรมานจนบางคนยอมให้แพทย์เอาตาออกเพื่อระงับความเจ็บปวด

อาการของโรคต้อหิน มีอะไรบ้าง ?
1.
ตาพร่าตามัว เวียนหัวคลื่นไส้อาเจียน เห็นภาพเบลอซ้อน หรือตามืดบอดชั่วขณะหนึ่ง
2.
เห็นจุดแสงดำขาวเต็มไปหมด หรือเห็นเป็นแสงระยิบระยับเมื่อมองไปกลางแดด
3.
ปวดในเบ้าตาลึกๆและปวดศีรษะข้างเดียวคล้ายไมเกรน หรือปวดจี๊ดขึ้นสมอง
4.
ตรวจพบว่ามีสายตาสั้นขึ้นมาทันที และค่าสายตาขึ้นๆลงๆ ไม่แน่นอน
5.
ตาจะพร่า เมื่อมองวัตถุบนพื้นที่มีแสงจัดหรือบนพื้นที่มันวาว
6.
อ่านหนังสือไม่ทน ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือดูโทรทัศน์ ได้ไม่นาน
7.
เห็นดวงไฟมีแสงเจิดจ้า เป็นรัศมีกระจาย เห็นเป็นฝ้าหมอกหรือวงสีรุ้ง รอบดวงไฟ
8.
เห็นแสงวาบคล้ายฟ้าแลบ หรือเห็นลำแสงวิ่งผ่านตา หรือเห็นเป็นเส้นหยักๆที่หางตา
9.
มีความลำบากในการสังเกตุพื้นต่างระดับเวลาก้าวเดิน หรือเวลาขึ้นลงบันได
10.
เห็นสีจืดจางลงหรือผิดเพี้ยนไป เห็นตัวหนังสือเลือนรางหรือแตกพร่า
11.
การมองในที่มืดแย่ลง เห็นหน้าคนไม่ชัด และไม่กล้าขับรถในเวลากลางคืน
 12.
เวลาขับรถลงอุโมงค์ลอดทางแยกหรือเดินเข้าที่ร่มในเวลาแดดจัด ตาจะมืดบอดชั่วขณะ
 13.
เวลามองผ่านกระจกหน้ารถในทิศทางย้อนแสงอาทิตย์ ตาจะพร่าและสู้แสงไม่ค่อยได้
 14.
เวลากลางคืนมักจะเดินชนข้าวของเป็นประจำ ชอบที่จะเปิดไฟทุกดวงเท่าที่มี
 15.
มองสิ่งที่เคลื่อนที่เร็วๆไม่ทัน ทำให้ไม่มั่นใจเวลาขับรถหรือเดินข้ามถนนคนเดียว
 16.
ตาสู้แสงไม่ได้ ต้องใส่แว่นดำเป็นประจำ
 17.
เห็นแสงมืดลงไปเรื่อยๆ หรือเห็นเป็นหมอกควันอยู่ทั่วๆไป
 18.
ลานสายตาแคบเข้ามาเรื่อยๆ จนระยะท้ายเหมือนมองผ่านท่อกลม
หมายเหตุ ผู้ที่ทำงานเพ่งมองวัตถุชิ้นเล็กๆทั้งวัน หรือทำงานจ้องจอคอมพิวเตอร์เป็นประจำ หากมีอาการดังกล่าว 3 – 5 ข้อ ควรรับการตรวจคัดกรองจอประสาทตาเพื่อตรวจวินิจฉัยโรคต้อหินเรื้อรัง
ด้วยเครื่องถ่ายภาพขั้วประสาทตา 3 มิติ พร้อมรับสำเนาภาพถ่ายเพื่อยืนยันผล


 

แหล่งอ้างอิง :

http://noom2662.com/index.php?option=com_content&view=article&id=173:2010-04-19-05-55-53&catid=49:2010-04-19-04-39-02

 


รูปภาพของ kalayarat

ตรวจแล้ว

ขอบคุณค่ะ

อ.กัลยารัตน์