โรคหูดหงอนไก่



.

                  โรคหูดหงอนไก่คืออะไร ?

              โรคหูดหงอนไก่ (condyloma acuminata) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้บ่อยโรคหนึ่ง ลักษณะเป็นหูดที่เกิดที่อวัยวะเพศ รวมทั้งที่ทวารหนัก สาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อเรียกว่า human papilloma virus เป็นไวรัสที่ก่อให้เกิดหูดชนิดต่างๆ มีมากกว่า 180 สายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์ก็ก่อโรคหูดแตกต่างกันไป ที่สำคัญมีหลายสายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดมะเร็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดหูดบริเวณอวัยวะเพศ โดยทั่วไปมักพบเป็นติ่งเนื้อสีชมพูรวมกันเป็นก้อน คล้ายหงอนไก่ พบได้หลายรูปแบบ อาจมีจำนวนและขนาดที่แตกต่างกันได้มาก และอาจพบได้มากกว่าหนึ่งแห่ง ตำแหน่งที่พบบ่อยเป็นที่บริเวณคอคอดของอวัยวะเพศชาย นอกจากนี้ยังพบได้มากที่บริเวณแคมช่องคลอดและปากมดลูกของเพศหญิงปกติ
              โรคหูดหงอนไก่จะไม่มีอาการอะไร เว้นเสียแต่อาจมีการฉีกขาดเลือดออก หรือติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำเติม จึงทำให้เกิดการอักเสบเป็นหนองได้
 
                  

                  สาเหตุ : หุดหงอนไก่ ติดต่อมาจากการมีเพศสัมพันธ์ไม่ว่าทางสอดใส่หรือการทำรกด้วยปากทำรักทางทวารหนัก พบมากบริเวณ ปากช่องคลอด ในช่องคลอด รอบๆ ทวารหนัก และแม้แต่ในทวารหนัก หากทำรักด้วยปาก...หูดหงอนไก่สามารถติดในปากคอหลอดลมและกล่องเสียงได้ด้วย ดังนั้นถ้าไม่แน่ใจ ควรสวมถุงยางอนามัย แม้ถุงยางอนามัยไม่อาจป้องกันโรคนี้ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็สามารถป้องกันได้เป็นส่วนใหญ่ โดยเชื้อไวรัส ชื่อ human papilloma virus (HPV) โดยเป็นการติดเชื้อที่ชั้นหนังกำพร้า เชื้อไวรัสในกลุ่มนี้มีมากกว่า 100 ชนิดที่สามารถแยกเชื้อได้ในปัจจุบัน หลายชนิดพบว่าเกี่ยวข้องกับการเกิดเป็นมะเร็งทั้งในเพศชายและเพศหญิง ร้อยละ 90 ของโรคหูดหงอนไก่เกิดจาก HPV types 6 และ 11 ซึ่งทั้งสองชนิดนี้ไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับการเกิดเป็นมะเร็ง

                  ส่วนน้อยหูดหงอนไก่ เกิดจากการใช้ของร่วมกัน การสัมผัสถูกหูดหงอนไก่  หรือในเด็กที่คลอดธรรมชาติ ซึ่งสามารถติดมาจากมารดาที่มีหูดหงอนไก่ที่อวัยวะเพศ

                  หูดหงอนไก่ส่วนใหญ่จึงถือว่าเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หากไม่มีเพศสัมพันธ์โอกาสเป็นหูดหงอนไก่แม้มี แต่ก็เกิดได้น้อยมาก 

                  

                  อาการ • ลักษณะโรคหูดหงอนไก่ ปกติจะมีตุ่มหงอนไก่ คล้ายตุ่มหูด หรือหงอนของไก่ สีแดงสด บริเวณอวัยวะเพศ หรือข้างเคียง ถ้ากระทบแรงๆ อาจจะมีเลือดออกได้ บางครั้งถ้าอยู่ในช่องคลอดลึกอาจจะมองไม่เห็นแต่ มีอาจมีอาการตกขาวได้ ถ้าอยู่แถวปากช่องคลอด ก็จะเห็นได้ง่าย

                             • ในผู้ใหญ่รอยโรคมักจะเกิดบริเวณ ต้นขา บริเวณอวัยวะเพศ ก้น ทวารหนัก
                             • ในเด็กอาจจะเกิดที่แก้ม ลำตัว แขน ขา ลักษณะผิวในระยะแรกจะเป็นผื่นสีออกน้ำตาลไปทางชมพู เมื่อผื่นมีขนาดใหญ่จะมีสีน้ำตาลผื่นนูนหนาขึ้น อาจจะทำให้เกิดอาการบริเวณผื่นได้เล็กน้อย หากหูดโตขึ้นจะมีลักษณะคล้ายดอกกระหล่ำซึ่งจะพบได้ที่ปลายอวัยวะเพศ อัณฑะ และทวารหนัก ส่วนผู้หญิงจะพบได้บริเวณแคม ช่องคลอด ปากมดลูก ทวารหนัก นอกจากนั้นหูด ยังสามารถพบได้บริเวณ
ปากมดลูก ช่องคลอด ท่อปัสสาวะ
                             • สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคเอดส์ ผื่นจะมีขนาดใหญ่
                             • การติดเชื้อไวรัส HPV บริเวณอวัยวะเพศ สามารถทำให้เกิดรอยโรคได้หลายแบบ ได้แก่
              1. หูดหงอนไก่ ลักษณะเป็นติ่งเนื้อสีชมพูงอกบานออกทางด้านนอก ดูคล้ายหงอนไก่ หรือดอกกะหล่ำ ในผู้ชายมักเป็นที่ด้านในของหนังหุ้มปลายองคชาติ บางครั้งอาจเกิดที่ปากท่อปัสสาวะ และอาจงอกลามลึกเข้าไปภายในได้ ผู้ชายรักร่วมเพศ มักพบหูดที่รอบทวารหนักซึ่งอาจลุกลามเข้าไปภายในได้ ผู้หญิงพบบ่อยที่ปากช่องคลอด ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส HPV type 6,11

             2. หูดชนิดแบนราบ มักพบบริเวณปากมดลูก ลักษณะแบนราบ ส่วนใหญ่เกิดจาก HPV 16 ปัจจุบัน
             3. หูดชนิดกลุ่ม ลึกษณะเป็นตุ่มขนาด 3 – 4 มม. สีน้ำตาลแดง ม่วง หรือดำ ผิวเรียบ หรือขรุขระเล็กน้อย มักเกิดขึ้นทีเดียวพร้อมกันหลายตุ่ม และอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ส่วนใหญ่เกิดจาก HPV type 16,18
             4. หูดก้อนใหญ่ลักษณะเป็นหูดขนาดใหญ่ที่โตเร็วมากจนกลายเป็นก้อนใหญ่ปกคลุมอวัยวะเพศไว้ทั้งหมดส่วนใหญ่เกิดจาก HPVtype 6   บางคนอาจเรียกว่าเป็นหูดยักษ์ สาเหตุที่ทำให้หูดโตเร็ว ได้แก่ การตั้งครรภ์ ตกขาว ความสกปรก การติดเชื้อ
               
                การติดต่อ 1.จากเพศสัมพันธ์โดยมีการสัมผัสระหว่างผิวหนังกับผิวหนัง เป็นทางติดต่อที่พบบ่อยที่สุด
                               2.ติดต่อโดยการใช้เครื่องใช้ส่วนตัวร่วมกัน เช่นเสื้อผ้าหรือผ้าเช็ดตัว สบู่อาบน้ำ
                               3.ติดต่อโดยการสัมผัสหรือเกา แล้วไปสัมผัสบริเวณอื่น
              
               การรักษา• โรคส่วนใหญ่หายได้เอง แต่การตัดออกจะป้องกันการแพร่กระจายไปส่วนอื่น
                               • การกำจัดอาจจะใช้การผ่าตัดเอาออก ใช้ laser หรือจี้ด้วยไฟฟ้า
                               • หรืออาจจะใช้สารเคมีเช่น podophyllin, cantharidin, phenol, silver nitrate, trichloracetic acid or iodine
                               • ใช้ความเย็นจี้ Cryotherapy
                               • สำหรับคนที่ตั้งครรภ์ไม่แนะนำให้ใช้ยาทา

             วิธีการใช้สารเคมีจี้ออก
          • การใช้ Podofilox 0.5% solution or gel โดยใช้ cotton bud ทาหูดวันละ 2 ครั้งเป็นเวลา 3 วันและพัก 4 วันหากยังไม่หลุดให้ทาซ้ำ
          • การใช้ Imiquimod 5% cream ทาวันละครั้งก่อนนอน ทา 3วัน/สัปดาห์เป็นเวลา 16 สัปดาห์ ใช้สบู่ล้างออกหลังจากทาไปแล้ว 6-10 ชั่วโมง
          • การใช้ Podophyllin resin 10%-25% ทาบริเวณที่เป็น แล้วปล่อยให้แห้งหลังจากนั้น 4 ชั่วโมงจึงล้างออก ทาสัปดาห์ละครั้ง
          • การใช้กรด Trichloroacetic acid (TCA) or Bichloroacetic acid (BCA) 80%-90% ทา บริเวณที่ถูกทาจะมีสีขาว อย่าทาเป็นบริเวณกว้างเกินไป ทาสัปดาห์ละครั้ง
                       

               การป้องกัน :
        1. การสวมถุงยางจะป้องกันได้เฉพาะผิวหนังขององคชาติและช่องคลอดเท่านั้น ไม่สามารถป้องกันผิวหนังบริเวณอื่น
        2. ช่วงที่เป็นโรคไม่ควรจะมีเพศสัมพันธ์
        3. มีเพศสัมพันธ์กันสามีหรือภรรยาคนเดียว
 ข้าพเจ้าได้จัดทำบล๊อกนี้ขึ้น โดยนำบล๊อกของรุ่นพี่ http://www.suriyothai.ac.th/node/1200 มาต่อยอดให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
          แหล่งอ้างอิง : http://www.lovecarestation.com/th/cms/detail.php?id=100
                   

รูปภาพของ kalayarat

ตรวจแล้ว ขอบคุณค่ะ
อ.กัลยารัตน์



ทำให้รู้จักโรคนี้มากขึ้น..จากที่ไม่ค่อยได้รู้