ยาเสพติด



ยาเสพติดคืออะไร

                                               

ยาเสพติด หมายถึง ยาหรือสารเคมี หรือวัตถุชนิดใด ๆ ที่อาจเป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ หรือจากการสังเคราะห์ ซึ่งเมื่อเสพเข้าสู่ร่างกายไม่ว่าจะโดยวิธีการกิน ดม สูบ ฉีด หรือวิธีใดๆก็ตาม เป็นช่วงระยะเวลาๆ หรือนานติดกัน จนทำให้ร่างกายทรุดโทรมและตกอยู่ไต้อำนาจหรือเป็นทาสของสิ่งนั้น ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ หรือจิตใจเพียงอย่างเดียว เนื่องจาก

 1.  ต้องเพิ่มขนาดการเสพมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเมื่อเสพเข้าไปสักระยะจะเกิดภาวะดื้อยา ปริมาณยาเดิมไม่สามารถทำให้เมาได้
 2.  เมื่อถึงเวลาเสพ หากไม่ได้เสพจะทำให้เกิดอาการขาดยา ทำให้ทรมานทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ หรือจิตใจเพียงอย่างเดียว

ปัจจุบันยาเสพติดมีมากมายหลายร้อยประเภท ซึ่งสามารถแบ่งได้ดังนี้

1.  แบ่งตามการออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง

1.  ประเภทกดประสาท ได้แก่ ฝิ่น มอร์ฟีน เฮโรอีน ยากล่อมประสาท สารระเหย ยานอนหลับ 
2.  ประเภทกระตุ้นประสาท ได้แก่ แอมเฟตามีน กระท่อม โคคาอีน ยาอี เอ็คตาซี
3.  ประเภทหลอนประสาท ได้แก่ แอลเอสดี ดีเอ็มที เห็ดขี้ควาย ยาเค                                                                           4.  ประเภทออกฤทธิ์ผสมผสาน ( อาจกด กระตุ้น หรือหลอนประสาท ร่วมกัน ) ได้แก่ กัญชา       

                                       
2.  แบ่งตามแหล่งที่มา
 1.  จากธรรมชาติ เช่น ฝิ่น มอร์ฟีน กระท่อม กัญชา ฯลฯ
 2.  จากการสังเคราะห์ เช่น เฮโรอีน แอมเฟตามีน ยาอี เอ็คตาซี ฯลฯ
3.  แบ่งตามกฎหมาย
 1.  พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 เช่น แอมเฟตามีน เฮโรอีน LSD ยาอี ฯลฯ
 2.  พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตใจและประสาท พ.ศ. 2518 เช่น อีเฟดรีน
 3.  พระราชกำหนดป้องกันการใช้สารระเหย พ.ศ. 2533 เช่น ทินเนอร์ กาว แล็กเกอร์

โทษของสารเสพติด

โทษภัยต่อครอบครัว

•  ทำลายความสุขในบ้าน ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของสมาชิกในครอบครัว เป็นเหตุให้เกิดปัญหาต่าง ตามมาจนอาจทวีความรุนแรงให้ครอบครัวแตกแยก

•  สูญเสียรายได้ของครอบครัว เนื่องจากมีรายจ่ายเพิ่มขึ้นจากการซื้อ ยาเสพติด หรือบำบัดรักษาผู้ที่ติดยาเสพติด

•  พ่อแม่ ผู้ปกครอง ขาดที่พึ่งในยามเจ็บป่วยหรือชราภาพ

•  ทำลายชื่อเสียงวงศ์ตระกูล และเป็นที่รังเกียจของสังคม

•  ทำให้ครอบครัวเดือดร้อน เพราะคนในครอบครัวที่มีปัญหายาเสพติด มักจะก่ออาชญากรรม

โทษภัยต่อชุมชนและสังคม

•  ก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรมต่าง ๆในชุมชน

•  เป็นบ่อเกิดให้ชุมชนเสื่อมโทรม สังคมถูกทำลาย

•  ทำลายเยาวชน อันเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชุมชนและสังคม

•  ทำให้การพัฒนาชุมชน และสังคมในด้านต่าง ๆเป็นไปอย่างเชื่องช้า

•  สูญเสียรายได้ของชุมชนและสังคม

•  ทรัพย์สินของคนในชุมชนและสังคมเสียหาย เนื่องจากพฤติกรรมทางจิตประสาท

•  ก่อให้เกิดปัญหาอุบัติเหตุเนื่องจากฤทธิ์ของยา

•  ก่อให้เกิดปัญหาโรคเอดส์

โทษภัยต่อประเทศชาติ

•  บ่อนทำลายเศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศชาติ

•  รัฐบาลต้องสูญเสียกำลังเจ้าหน้าที่และค่าใช้จ่ายในการป้องกันปราบปรามและรักษาผู้ติดยาเสพติดจำนวนมาก

•  สูญเสียทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพสำหรับการพัฒนาประเทศ

•  เพิ่มภาระการเสียภาษีของประชาชน เพราะรัฐบาลต้องนำภาษีของประชาชนไปใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหายาเสพติด

•  การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเป็นไปอย่างเชื่องช้า

•  สูญเสียแรงงานในการปฏิบัติงานทำให้ประเทศขาดรายได้

•  ประเทศชาติต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงและเกียรติภูมิ ในสายตาของชาวต่างประเทศ

•  อาจทำให้เกิดข้อขัดแย้งทางการเมืองหรือความไม่สงบระหว่างประเทศ

•  ผู้ที่ไม่ประสงค์ดีต่อชาติอาจใช้ยาเสพติดเป็นเครื่องมือในการบ่อนทำลายความมั่นคง

•  ประเทศชาติพัฒนาไปอย่างเชื่องช้า

หลักการป้องกันการติดยาเสพติด
 การติดยาเสพติด ถือเป็นโรคร้ายแรงอย่างหนึ่ง มีปัจจัยหรือสาเหตุของการเกิดโรคอย่างแน่นอน เป็นโรคเรื้อรัง รักษาให้หายขาดได้ยาก มักจะติดซ้ำแล้วซ้ำอีก ส่งผลกระทบกระเทือนต่อร่างกาย ต่อวิถีชีวิต ต่อครอบครัวและต่อสังคมสิ่งแวดล้อมมากมาย จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเรียนรู้วิธีป้องกัน เพื่อมิให้ป่วยเป็นโรคติดยาเสพติด

การป้องกันแบ่งออกเป็น 3 ด่าน

ด่านที่ 1 ป้องกันตั้งแต่ยังไม่เกิดโรค คือป้องกันไม่ให้ทดลองยา
ด่านที่ 2 ป้องกันไม่ให้มีการใช้ยาต่อไป ในกรณีที่มีการลองยาเกิดขึ้นแล้ว เพื่อไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลงทางสมอง ทางจิตใจ และทางสิ่งแวดล้อมที่จะนำไปสู่การเกิดโรคติดยาในที่สุด
ด่านสุดท้าย ป้องกันไม่ให้กลายเป็นโรคเรื้อรัง โดยป้องกันไม่ให้เกิดผลร้ายต่อชีวิตจิตใจหรือต่อสังคม ทำได้โดยการให้การบำบัดรักษาแต่เนิ่น ๆ
การป้องกันจึงต้องทำให้ครบทั้ง 3 อย่าง จึงจะสามารถลดจำนวนผู้ติดยาเสพติดได้

สาเหตุของการติดยาเสพติด

- ตัวบุคคล ได้แก่ กรรมพันธุ์ มีอิทธิพลต่อการติดถึง 50 % สิ่งที่ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ได้แก่ ความเปราะบาง (vulnerability) ซึ่งเป็นแนวโน้มที่จะติดยา หรือเป็นความฉับไวทางกรรมพันธ์ต่อการติดยา แต่เราสามารถสร้างปัจจัยทางบวกเพื่อให้อิทธิพลของกรรมพันธุ์ลดน้อยหรือหายไป และเรายังสามารถที่จะลดปัจจัยทางลบเพื่อลดอิทธิพลของกรรมพันธุ์ได้อีกด้วย
* ถึงจะมีแนวโน้มทางกรรมพันธุ์สูง ถ้าไม่ลองยา ก็ไม่มีโอกาสติดยา *

                                                  

- ตัวสาร มีอิทธิพลต่อการติด 25 % สารที่เป็นยาเสพติดนั้น จะต้องเข้าไปออกฤทธิ์ที่สมองบางส่วน ทำให้มีการหลั่งสื่อเคมีบางอย่างออกมาอย่างมากมาย สื่อเคมีเหล่านี้จะทำให้มีความรู้สึกเป็นสุข หรือลดความทุกข์ได้ เมื่อใช้ยาบ่อย ๆ เข้า สมองจะเปลี่ยนแปลงไป จะต้องพื่งยาเสพติดเท่านั้นจึงจะอยู่ได้
สารบางอย่างจะออกฤทธิ์แรง จึงทำให้ติดง่าย
* แม้จะไม่มีความเสี่ยงทางกรรมพันธุ์ ถ้าใช้ยาเสพติดบ่อย ๆ เข้า สมองจะเปลี่ยนสภาพไป ทำให้ป่วยเป็นโรคติดยาเสพติดได้เช่นกัน
การป้องกันจึงต้องเน้นในการสร้างทักษะในการแสวงหาความสุขและลดความทุกข์โดยไม่พื่งสารเคมีที่เป็นยาเสพติด

- สิ่งแวดล้อม มีอิทธิพลต่อการติด 25 %
สิ่งแวดล้อมรวมทั้งการเลี้ยงดูจากพ่อแม่ จะเป็นปัจจัยในการสร้างปัจจัยทางบวกและลดปัจจัยทางลบต่อการติดยา
สิ่งแวดล้อมจะเป็นตัวชักนำให้ “ตัวบุคคล” มาพบกับ “ตัวสาร” คือทำให้เกิดการลองยา
สิ่งแวดล้อมยังเป็นตัวเกื้อหนุนให้มีการใช้ยาต่อ ๆ ไป
การป้องกันจึงต้องเข้าใจและจัดการกับสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมจึงจะได้ผลดี

 อ้างอิงจาก

- คู่มือการป้องกันการติดยาเสพติดระบบจิราสา สำหรับประชาคมไทย โดย นพ.ทรงเกียรติ ปิยะกะ
- http://www1.oncb.go.th/document/p1-know.htm
- http://uttaradit.police.go.th/ya003.html


 

 


รูปภาพของ kalayarat

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆนะคะ ครูกัลยารัตน์ Cool