เฉลยข้อสอบวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา โดยม.6/5


รูปภาพของ kalayarat
สร้างโดย: 
ครูกัลยารัตน์ เมธีวีรวงศ์ โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย


เฉลยข้อสอบ O-NET ปี 2549 ข้อ 4-6

4. ข้อใดเป็นวิธีลดความอ้วนได้ดีที่สุด
    1. ใช้ยาลดความอ้วน
    2. ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้านวด
    3. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
    4. รับประทานอาหารคาร์โบไฮเดรตให้น้อยลง
ตอบข้อ 3 ออกกำลังกายสม่าเสมอ
เพราะ  การออกกำลังกายทำให้ร่างกายใช้พลังงานสูงขึ้น หัวใจและปอดทำงานเพิ่มขึ้น เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ทำให้สุขภาพทั่วไปแข็งแรงสมบูรณ์ไม่เหนื่อยอ่อนเพลียง่าย ช่วยเผาผลาญไขมัน เป็นวิธีลดความอ้วนที่ได้ผลดีที่สุด ทำให้จิตใจสดชื่น สติปัญญาและความคิดสร้างสรรค์เพิ่มขึ้น กระดูกแข็งแรงขึ้น  และยังเป็นวิธีป้องกันโรคหัวใจที่ได้ผลดีที่สุด  ช่วยฟื้นฟูสภาพหัวใจที่ผิดปกติ
http://blog.spu.ac.th/anumat/2009/04/23/entry-6

5. ในการลดความอ้วนต้องคำนึงถึงข้อใดมากที่สุด
    1. ปริมาณและคุณค่าอาหาร
    2. ปริมาณอาหารและแคลอรี่
    3. ความพยายามและกำลังใจ
    4. จำนวนมื้ออาหารและชนิดของอาหาร
ตอบข้อ 2 ปริมาณอาหารและแคลอรี่
เพราะ  หลักการใหญ่ๆที่ใช้ในการลดความอ้วนข้อแรก คือ การลดการกินอาหาร หรือ ลดจำนวนพลังงาน (แคลอรี) ที่กินเข้าไป อาหารที่เรากินเข้าไป ถ้ามากเกินความต้องการของร่างกายแล้ว จะสะสมอยู่ในร่างกายในรูปของไขมัน เพราะฉะนั้น การกินอาหารที่ทำให้เราควบคุมน้ำหนักได้ดี คือ อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ แต่มีพลังงาน(แคลอรี) น้อย ส่วนมากหมายถึงอาหารที่มีไขมันต่ำ มีน้ำตาลน้อย เช่น ผัก ผลไม้
http://www.yourhealthyguide.com/article/af-eat-diet.html

6. โดยทั่วไปคนอ้วนมักจะตายด้วยโรคใดมากที่สุด
    1. โรคหัวใจ
    2. โรคเบาหวาน
    3. โรคมะเร็ง
    4. โรคไขข้ออักเสบ
ตอบข้อ 1 โรคหัวใจ
เพราะ  ไขมันจะไปเกาะตามผนังหลอดเลือด ทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดตีบหรืออุดตัน หัวใจทำงานเพิ่มมากขึ้น ถ้าเป็นกับเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงหัวใจก็ทำให้เกิดโรคหัวใจขาดเลือด และหัวใจวาย
http://www.yourhealthyguide.com/article/af-fat-disease.html

จัดทำโดย : น.ส.ธนภรณ์  เตชะมหพันธ์  ชั้น ม.6/5  เลขที่ 2



เฉลย ข้อสอบ Onet 49 ข้อ 43-45 (แก้ใหม่)


43. ความเชื่อด้านสุขภาพอะไรมีผลที่สำคัญในเรื่องการปรับเปลี่ยน และความคงอยู่ต่อพฤติกรรมสุขภาพของบุคคล
1. ความรู้ การกระตุ้น กดดัน
2. ความเป็นอยู่ การเกิดโรค การรักษา
3. ร่างกาย จิตใจ ฮอร์โมน
4. ความรู้ เจตคติ การปฏิบัติ
ตอบ 4.
พฤติกรรมสุขภาพหมายถึง  การปฏิบัติหรือการแสดงออกของบุคคลใน    การกระทำหรืองดเว้นการกระทำในสิ่งที่มีผลต่อสุขภาพของตนเอง  โดยอาศัยความรู้ 
ความเข้าใจ  เจตคติ  และการปฏิบัติตนทางด้านสุขภาพด้านต่าง ๆ  คือสุขภาพกาย  จิตใจ/อารมณ์  และสังคม ที่มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันอย่างสมดุล
ที่มา : http://gotoknow.org/blog/wellness/22590

44. ข้อใดไม่ใช่ระบบเฝ้าระวังที่เน้นระบบเฝ้าระวังเชิงรุกร่วมกันที่มีส่วนร่วมต่อแนวทางการป้องกันโรคติดต่อ
1. การตรวจสุขภาพเพื่อค้นหาโรค
2. การรักษาโรคที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน
3. ศึกษาพฤติกรรมการบริโภค
4. ศึกษาและเฝ้าระวังโรคทางพันธุกรรมเพิ่มขึ้น
ตอบ 2. เพราะเป็นการเฝ้าระวังเชิงรับ
การเฝ้าระวัง (surveillance) มีความหมายว่า "การตรวจสอบอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องในทุกด้านต่อการกระจายโรคซึ่งเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดการระบาด" ซึ่งมีความ
จำเป็นต้องมีการตรวจวัดเพื่อที่จะได้ทราบถึงระดับความชุกของโรคตลอดจนการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ในกรณีโรค FMD ซึ่งเป็นโรคที่ระบาดในกลุ่มประชากร
สัตว์ จำเป็นจะต้องใช้การประมาณค่า (estimate) เพื่อให้ทราบถึงความชุกชุมของโรคในระดับประชากร ซึ่งจะทำได้โดยการสุ่มตัวอย่าง (sampling)

การเฝ้าระวังเชิงรับ (passive surveillance) จะเป็นการรายงานเมื่อมีการปรากฏอาการโรคที่ต้องสงสัย ซึ่งจะใช้การรณรงค์ให้สาธารณชน
รวมถึงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดตื่นตัวต่อโรคที่ปรากฎ การเฝ้าระวังเชิงรับมักจะนำไปสู่การประมาณสถานการณ์โรคที่ต่ำเกินความเป็นจริง จึงต้องใช้การเฝ้าระวังเชิงรุกด้วย
(active surveillance) โดยจะมีการตรวจสอบสัตว์ที่ด่านกักกันสัตว์, โรงฆ่าสัตว์, จุดตรวจ, ตลาด และฟาร์มเกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามจุดเสี่ยง การเฝ้าระวังเชิงรุกจะมีการศึกษาตรวจทางซีรั่มเพื่อที่จะตรวจจับการติดเชื้อ
ที่มา : http://www.dld.go.th/region9/CSS_DLD9/FMDC03.html

45. หลักในการออกกำลังกายเพื่อให้หัวใจแข็งแรง ใช้อักษรย่อตามข้อใด
1. FITT
2. FITG
3. FIIT
4. FITI
ตอบ 1.
F = ความบ่อยในการออกกำลังกาย 3-5 ครั้ง/สัปดาห์
I = ให้ความหนักหรือเหนื่อยอยู่ในช่วงร้อยละ 55-85 ของอัตราการเต้นสูงสุดของหัวใจ
T = ควรออกกำลังกายอย่างน้อยนานประมาณ 15-30 นาที/ครั้ง
T = เลือกชนิดและประเภทของกิจกรรมที่เหมาะสม
ที่มา : http://bmamedia.in.th/index.php?option=com_docman&task=doc_download&gid=476

เฉลย ข้อสอบ Onet 51 ข้อ 22-24
22. การแข่งขันฟุตบอล มีเวลาแข่งขันและเวลาพักในข้อใดถูกต้อง
1. แข่งขัน 2 ครึ่งๆละ 40 นาที พักระหว่างครึ่ง 5 นาที
2. แข่งขัน 2 ครึ่งๆละ 45 นาที พักระหว่างครึ่ง 5 นาที
3. แข่งขัน 2 ครึ่งๆละ 40 นาที พักระหว่างครึ่ง 10 นาที
4. แข่งขัน 2 ครึ่งๆละ 45 นาที พักระหว่างครึ่ง 10 นาที
ตอบ 4.
จะแบ่งเป็นครึ่งๆละ 45 นาที โดยเวลาแข่งขันจะมีการนับเวลาตลอด แม้ว่าฟุตบอลจะถูกเตะออกจากสนามและกรรมการสั่งให้หยุดเล่นก็ตาม และมีเวลาพักครึ่ง 10 นาที
ที่มา : http://www.cm-tsr.com/images/1099986015/RK.doc

23. การแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอลระหว่างทีมไทยกับทีมจีน คะแนนในข้อใดถือว่ามีผลแพ้ ชนะที่ถูกต้อง
1. 25:23,13:25,26:24,20:25,25:22
2. 25:21,21:25,25:18,20:25,12:15
3. 18:25,17:25,25:19,20:25,25:23
4. 25:18,25:9,19:25,18:25,27:26
ตอบ 2.
การนับคะแนน ฝ่ายชนะต้องชนะอีกฝ่าย 3 ใน 5 เซต โดยถ้าผู้เสิร์ฟเป็นผู้ทำเสียจะเสียทีละหนึ่งคะแนน จนถึง 25 คะแนน จะเป็นฝ่ายชนะ แต่ถ้ามีคะแนน 25 เท่ากัน
หรือเรียกว่าการดิวส์ ต้องมีคะแนนห่างกัน 2 คะแนน
ที่มา : http://www.tlcthai.com/webboard/view_topic.php?table_id=1&cate_id=130&post_id=18146

24.การแข่งขันกีฬาประเภททีมชนิดใด ที่เมื่อพาลูกไปเล่นในแดนคู่แข่งแล้วไม่สามารถส่งลูกกลับมาเล่นในแดนตัวเองได้
1. ฮอกกี้
2. รักบี้
3. แฮนด์บอล
4. บาสเกตบอล
ตอบ 4.
ข้อบังคับ
ลูกสามารถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าเข้าหาห่วงโดยการชู้ต การส่งระหว่างผู้เล่น การขว้าง การเคาะลูก การกลิ้งลูก หรือ การเลี้ยงลูก (โดยการให้ลูกกระเด้งกับพื้นขณะวิ่ง ภาษาอังกฤษเรียก ดริบบลิง, dribbling)
ลูกจะต้องอยู่ในสนาม ทีมสุดท้ายที่สัมผัสลูกก่อนที่ลูกจะออกนอกสนามจะสูญเสียการครองบอล ผู้เล่นห้ามขยับขาทั้งสองพร้อมกันในขณะเลี้ยงลูก (เรียกว่า แทรเวลลิง, travelling) เลี้ยงลูกพร้อมกันทั้งสองมือ หรือเลื้ยงลูกแล้วจับลูกแล้วเลี้ยงลูกต่อ (เรียกว่า ดับเบิล-ดริบบลิง, double-dribbling) เวลาเลี้ยงมือของผู้เล่นต้องอยู่ด้านบนของลูก มิฉะนั้นจะนับว่า ถือลูก (carrying) ถ้าทีมพาลูกไปยังแดนของฝ่ายตรงข้ามของสนาม (frontcourt) แล้ว ห้ามนำลูกกลับเข้าแดนตนเอง (backcourt) อีก ห้ามเตะหรือชกลูก ถ้าทำผิดกฎข้อห้ามเหล่านี้จะเสียการครองบอล อีกฝ่ายจะเป็นฝ่ายได้ลูกไปเล่น แต่ถ้าฝ่ายรับทำผิดกฎฝ่ายที่ครองบอลจะได้เริ่มช็อตคล็อกใหม่
ผู้เล่นจะต้องนำลูกจากแดนตัวเองข้ามเข้าแดนตรงข้ามภายในเวลาที่กำหนด (8 วินาทีทั้งในกติกาสากลและเอ็นบีเอ) ต้องชู้ตภายในเวลา 24 วินาที ถือลูกขณะที่ถูกยืนคุมโดยฝ่ายตรงข้ามไม่เกิน 5 วินาที อยู่ในบริเวณใต้แป้นไม่เกิน 3 วินาที กฎเหล่านี้มีไว้เป็นรางวัลแก่การตั้งรับที่ดี
ห้ามผู้เล่นรบกวนห่วง หรือ ลูกขณะเคลื่อนที่คล้อยลงมายังห่วง หรือ ขณะอยู่บนห่วง (ในเอ็นบีเอ ยังรวมกรณีลูกอยู่เหนือห่วงพอดี) การฝ่าฝืนข้อห้ามนี้เรียก โกลเทนดิง (goaltending) ถ้าฝ่ายรับทำผิด จะถือว่าการชู้ตสำเร็จและอีกฝ่ายได้คะแนน แต่ถ้าฝ่ายรุกทำผิด จะไม่คิดคะแนนการชู้ตนี้ และเสียการครองบอล
ที่มา : http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%A5#.E0.B8.81.E0.B8.8E.E0.B9.81.E0.B8.A5.E0.B8.B0.E0.B8.81.E0.B8.95.E0.B8.B4.E0.B8.81.E0.B8.B2

สินีนาฏ  สัพทานนท์ เลขที่ 17 ม.6/5



เฉลยข้อสอบ o'net ปี50 ข้อ10-12  (แก้ของเก่าค่ะ พอดีไปทำซ้ำของเพื่อน)

10. จากคำกล่าวที่ว่า "ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น" นักเรียนจะแปลความหมายให้ถูกต้องที่สุดคือข้อใด

1. การอบรมเลี้ยงดู

2. สติปัญญา

3.สิ่งแวดล้อม

4.กรรมพันธุ์

 

เฉลย ตอบข้อ1.

11.การสร้างสัมพันธภาพที่ดีควรยึดหลักปฏิบัติข้อใด

1.งานเป็นที่พึ่งแห่งตน

2. เอาใจเขามาใส่ใจเรา

3.ยกตนข่มท่าน

4. เข้าเมืองหลิ่วหล่วตาตาม

 

เฉลย ตอบ ข้อ2 เพราะ การเอาใจเขามาใส่ใจเราทำให้เราเข้าใจความรู้สึกของคนอื่นได้ดี ก่อนทำอะไรจะได้ตระหนักว่าถ้าเราทำแบบนี้เราโดนเองเราไม่ชอบ แล้วคนอื่นจะชอบไหม

 

12.วิธีการระบายอารมณ์ทางเพศที่เหมาะสมคือข้อใด

1. ออกกำลังกาย

2. อ่านหนังสือ

3. ฟังเพลง

4. ดูภาพยนตร์

 

เฉลย ตอบข้อ 1

 

น.ส. อรอนงค์ พรศิริธารา ม.6/5 เลขที่ 19


รูปภาพของ sss27448

เฉลยข้อสอบ o-net'49   ข้อ 22-24

 

22. น้ำดีมีหน้าที่ย่อยอาหารประเภทใด
1.ไขมัน              2.โปรตีน             3.วิตามิน              4.คาร์โบไฮเดรต

ตอบ          ข้อ 1.ไขมัน
เพราะระบบย่อยอาหารของคนจะเริ่มต้นที่
1.ปาก                     ใช้บดเคี้ยวอาหาร   
2.หลอดอาหาร          บีบอาหารลงสู่กระเพาะอาหาร
3.กระเพาะอาหาร       ย่อยอาหารประเภทโปรตีน
4.ลำไส้เล็ก               ย่อยอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ถ้าน้ำย่อยใน
ลำไส้เล็กไม่พอจะมีน้ำย่อยจากตับและตับอ่อนเข้ามาช่วย โดยตับ
จะสร้างน้ำดีสำหรับย่อยไขมันให้มีขนาดเล็กลง นอกจากนี้ ลำไส้เล็ก
ยังมีหน้าที่ดูดซึมสารอาหารเกือบทุกชนิดอีกด้วย
5.ลำไส้ใหญ่              ดูดซึมน้ำ แร่ธาตุ วิตามินบางชนิดและกลูโคส
6.ทวารหนัก              ขับถ่ายกากอาหาร


-----------------------------------------------------------------------


23.เพราะเหตุใดเมื่อหิว จะตาลาย รู้สึกวิงเวียน จะเป็นลม
1.ร่างกายขาดโปรตีน                         2.ขาดพลังงานจากไขมัน            
3.ร่างกายขาดเกลือแร่                        4.มีปริมาณกลูโคสในเลือดต่ำ


ตอบ     4.มีปริมาณกลูโคสในเลือดต่ำ
เพราะว่าเมื่อหิวร่างกายจะขาดพลังงาน ทำให้รู้สึกวิงเวียนเหมือนจะเป็นลม ดังนั้นการรับ
ประทานอาหารที่มีกลูโคสสูงทันทีที่เป็นลม จึงสามารถช่วยได้

-------------------------------------------------------------------------------

24.ข้อใดคือสารอาหารที่ให้พลังงานสูงที่สุด
1.ไขมัน              2.โปรตีน             3.วิตามิน              4.คาร์โบไฮเดรต

ตอบ          ข้อ 1. ไขมัน
เพราะ      โปรตีน               1g     จะให้พลังงาน     4 กิโลแคลอรี
คาร์โบไฮเดรต      1g     จะให้พลังงาน     4 กิโลแคลอรี
ไขมัน                1g     จะให้พลังงาน     9 กิโลแคลอรี
วิตามิน               ไม่มีพลังงาน

-----------------------------------------------------------------------------

แหล่งข้อมูล : http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%...

http://www.kr.ac.th/tech/det48m2/f004.html

 

น.ส.ถิรดา ธนานันต์เมธี    เลขที่ 16  ม.6/5

 



O-NET ' 49 ข้อ 1-3

1. ข้อใดคือลักษณะที่แสดงความผอมและความอ้วนได้ดีที่สุด
      1) ขนาดของรอบเอว
      2) ความหนาของผิวหนัง
      3) ความกระฉับกระเฉง
      4) ปริมาณความหนาของไขมัน

ตอบ 1) ขนาดของรอบเอว เนื่องจากมองเห็นได้ชัดเจนที่สุด

2. ข้อใดคือสาเหตุสำคัญที่สุดที่ทำให้ผอม
      1) พันธุกรรม
      2) ความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ
      3) ความผิดปกติของต่อมไฮโปทาลามัส
      4) รับประทานอาหารไม่พอกับความต้องการของร่างกาย

ตอบ 4) รับประทานอาหารไม่พอกับความต้องการของร่างกาย

ความผอมอาจเกิดจากสาเหตุหลายประการ ดังต่อไปนี้
        1.      การได้รับอาหารไม่เพียงพอ การขาดอาหารส่วนใหญ่เป็นผลมาจากปัญหาทางสุขภาพ
และปัญหาทางเศรษฐกิจ คนที่มีสุขภาพไม่ดีมักจะกินอาหารไม่ได้หรือคนที่มีฐานะยากจนจำเป็น
ต้องมีการประหยัด ไม่มีกำลังทรัพย์จะซื้ออาหารที่มีคุณภาพมาบริโภคได้เพียงพอ การขาดความรู้
เกี่ยวกับอาหารเป็นเหตุให้เลือกกินอาหารได้อย่างไม่ถูกต้อง กินอาหารไม่ครบส่วน หรือบางคนมีปัญหา
ทางจิตใจและอารมณ์ เช่น มีความเคร่งเครียด กังวล ตื่นเต้น กลุ้มใจ ก็จะทำให้เบื่ออาหารได้
        2.      ร่างกายใช้พลังงานมาก มักเกิดจากการหักโหมทำงาน ซึ่งอาจจะเป็นเพราะความจำเป็น
บางอย่างจนมีเวลาพักผ่อนน้อย และกินอาหารไม่เพียงพอ
        3.      เกิดจากโรคต่าง ๆ  ที่ทำให้คนผอมกว่าปกติได้ เช่น โรคที่เกี่ยวกับ
กระเพาะอาหาร โรคพยาธิ โรคอุจจาระร่วง โรคลำไส้ ทำให้การย่อยอาหารและการดูดซึมอาหาร
ที่ย่อยแล้วทำได้ไม่ดี
        4.      พันธุกรรม บางคนมีรูปร่างผอมตามธรรมชาติ แต่ร่างกายแข็งแรง ดำเนินชีวิตได้เป็นปกติ
ลักษณะรูปร่างเช่นนี้จะถ่ายทอด สู่ลูกหลานโดยทางพันธุกรรมเช่นเดียวกับลักษณะทางกายอื่น ๆ

 

3. ข้อใดคือสาเหตุสำคัญที่สุดของความอ้วน
     1) พันธุกรรม
     2) รับประทานยาบางประเภททำให้อ้วน
     3) รับประทานมากและไม่ออกกำลังกาย
     4) รับประทานอาหารเกินความต้องการของร่างกาย

ตอบ 3) รับประทานมากและไม่ออกกำลังกาย

สาเหตุของความอ้วนมีหลายประการ พอสรุปได้ดังนี้
        1.      การกินอาหารมากเกินไป ซึ่งอาจเกิดจากสาเหตุหลายประการ เช่น
                1.1     ค่านิยมของสังคม คนบางกลุ่มมีความเห็นว่าการได้กินอาหารมาก อิ่มหนำสำราญ
ถือเป็นความสุขสมบูรณ์คนอ้วนนับเป็นคนมีบุญวาสนา
                1.2     ขนบธรรมเนียมประเพณี ประเพณีหลายอย่างส่งเสริมการกินมาก ได้แก่ การเลี้ยง
อาหารในพิธีการหรือการพบปะสังสรรค์ การดื่มสุราในโอกาสต่าง ๆ ซึ่งมักจะต้องมีกับแกล้ม เป็นต้น
                1.3     ปัจจัยทางเศรษฐกิจ ครอบครัวที่มีฐานะดีมักกินอาหารมากเกินความจำเป็น
บางครอบครัวมีทั้งขนม ของหวาน ของขบเคี้ยว น้ำหวาน เก็บตุนเอาไว้ในบ้านอยู่เสมอ ทำให้บุคคล
ในครอบครัวกินมากเกินความจำเป็น
        2.      ออกกำลังกายน้อยเกินไป ในปัจจุบันสภาพความเป็นอยู่ของคนเราเปลี่ยนแปลงไป
จากสมัยก่อนมาก การเดินทางมีพาหนะที่สะดวกรวดเร็ว ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และ
อุตสาหกรรมช่วยให้มีเครื่องใช้ที่อำนวยความสะดวกมากยิ่งขึ้น การทำงานมีเครื่องทุ่นแรงสารพัดอย่าง
คนทั่วไปจึงมีโอกาสออกกำลังกายน้อยลง อาหารที่กินเข้าไปจึงมักจะมีปริมาณมากเกินความจำเป็น
ในการใช้พลังงานของร่างกาย อาหารส่วนใหญ่จึงถูกสะสมในรูปไขมัน
        3.      ความผิดปกติของร่างกาย ความผิดปกติเกี่ยวกับการกินอาหาร การย่อย การดูดซึม
การเผาผลาญอาหาร และการใช้พลังงานของร่างกาย เป็นสาเหตุของความอ้วนได้

 ข้อมูลเพิ่มเติม : http://dnfe5.nfe.go.th/ilp/42012/42012-02.htm

BY : ศุภัชยา พวงพรทิพ 6/5 เลขที่ 1


รูปภาพของ sss27314

เฉลยข้อสอบ O-net '50 วิชา สุขศึกษาและพละศึกษา
31. เครื่องดนตรีที่ใช้ในการบรรเลงเพลง ประกอบการแสดงกระบี่กระบอง มีอะไรบ้าง

1.ปี่ชวา  กลองแขก  ฉิ่ง
2.ปี่ชวา  กลองแขก  ระนาด
3.ฉิ่ง      ปี่ชวา       ระนาด
4.กลองแขก  ระนาด  ฉิ่ง
ตอบ    ข้อ 1.
เพราะ การแสดงกระบี่กระบองจะต้องมีดนตรีประกอบการแสดง  เครื่องดนตรีที่ใช้ประกอบด้วยปี่ชวา 1 เลา  มีหน้าที่ดำเนินทำนองเพลงต่าง ๆ กลองแขกตัวผู้และกลองแขกตัวเมีย  มีหน้าที่ดำเนินทำนองหน้าทัพต่างๆ   และฉิ่งมีหน้าที่ควบคุมจังหวะย่อยดนตรี

เพิ่มเติมได้ที่ : http://www.ipe.ac.th/main/download.php?id=189

32.ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการเข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการ
1.ช่วยพัฒนาให้มีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น
2.ช่วยส่งเสริมให้มีการแข่งขันกันมากขึ้น
3.ช่วยส่งเสริมให้มีการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
4.ช่วยส่งเสริมให้มีสมรรถภาพทางกายดีขึ้น
ตอบ    ข้อ 2.
เพราะ  ประโยชน์ของการนันทนาการ ได้แก่ 4 หัวข้อใหญ่ ๆคือ
1. ประโยชน์ทางด้านสุขภาพ
     1.1  สุขภาพทางกาย ร่างกายของมนุษย์หากไม่มีการเคลื่อนไหวออกกำลังกายอยู่
เสมอก็จะทำให้ทรุดโทรมเจ็บป่วยได้ง่าย ลักษณะการดำเนินชีวิตในปัจจุบันเอื้ออำนวยให้คนออกกำลังกายน้อยลง เพราะมีเครื่องทุ่นแรงช่วย เช่น มีรถยนต์ รถไถนา รถแทรกเตอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ  จึงควรหาเวลาว่างหลังจากเลิกงาน หรือวันหยุด เข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการประเภทกีฬาต่าง ๆ ที่ใช้กำลัง เพื่อเสริมให้คนเรามีสุขภาพแข็งแรงขึ้น ซึ่งนอกจากจะป้องกันโรคภัยไข้เจ็บแล้ว ยังทำให้ความสามารถในการดำเนินชีวิตให้สุขสบายได้ด้วย
     1.2  สุขภาพจิต การเข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการจะช่วยให้คนที่ทำงานหนักได้มี
โอกาสผ่อนคลายความตึงเครียดทางอารมณ์ เป็นทางระบายออกของอารมณ์ที่ดีอย่างหนึ่ง ซึ่งมีผลส่งเสริมสุขภาพจิตได้เป็นอย่างดี
2. ประโยชน์ทางด้านมนุษยสัมพันธ์
 นันทนาการให้ประโยชน์ทั้งทางส่งเสริมความรักใคร่อบอุ่นภายในครอบครัวและมนุษยสัมพันธ์ในกลุ่มคนที่ร่วมการนันทนาการกันภายในครอบครัว กิจกรรมนันทนาการจะเป็นสื่อกลางให้สมาชิกในครอบครัวแสดงออกซึ่งความร่วมกันในยามว่างมากขึ้นในหมู่คนที่ร่วมการนันทนาการกัน กิจกรรมต่างๆ จะทำให้ทัศนคติต่อมนุษยสัมพันธ์พัฒนาไปในทางที่ดี มีการร่วมมือกันดีขึ้น ยอมรับและเข้าใจสิทธิผู้อื่นและความคิดที่คนอื่นในกลุ่มให้
3. ประโยชน์ด้านการพัฒนาพลเมืองดี
       นันทนาการมีส่วนเสริมสร้างในการพัฒนาชุมชนคือทำให้ชุมชนเกิดความเป็นปึกแผ่นเป็นการรวมประชากรโดยปราศจากการแบ่งชนชั้นทั้งทางด้านสิทธิ ศาสนา เศรษฐกิจหรือความคิดต่าง ๆ สามารถสร้างขวัญของสมาชิกในชุมชนมีส่วนป้องกันปัญหาอาชญากรรมและความประพฤติพาลเกเรของเด็กและเยาวชน

4.  ประโยชน์ด้านการพัฒนาตนเอง
  กิจกรรมนันทนาการช่วยพัฒนาความสามารถของบุคคล ส่งเสริมให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และสุนทรียภาพ มีส่วนทำให้มนุษย์สร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ขึ้นมา เนื่องจากใช้ความสามารถของตนเองทำให้เกิดการพัฒนาทางทักษะที่มีซ่อนอยู่ในตั;

เพิ่มเติมได้ที่ : http://www2.udru.ac.th/~sci102/Data/Unit3/Unit3-4.htm

49. ถ้านักเรียนจะช่วยผู้ได้รับอุบัติเหตุที่หัวใจหยุดเต้นด้วยการผายปอด และการกระตุ้นหัวใจไปพร้อมกันเพื่อช่วยฟื้นคืนชีพ นักเรียนมีหลักการปฏิบัติอย่างไร
1.ผายปอด : กระตุ้นหัวใจเป็น 2:15 ครั้ง
2.ผายปอด : กระตุ้นหัวใจเป็น 5:12 ครั้ง
3.ผายปอด : กระตุ้นหัวใจเป็น 6:15 ครั้ง
4.ผายปอด : กระตุ้นหัวใจเป็น 8:14 ครั้ง
ตอบ   ข้อ 1.
เพราะ   ขั้นตอนการช่วยฟื้นคืนชีพเบื้องต้น ( CPR )
สำหรับผู้ป่วยอายุตั้งแต่ 8 ปีขึ้นไป หลักการปฏิบัติเบื้องต้น ณ.จุดเกิดเหตุ
1. ผู้ป่วยรู้สึกตัวหรือไม่ ให้เขย่าตัวหรือเรียกเสียงดังๆถ้าไม่ตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้น
2. ให้ติดต่อขอความช่วยเหลือ
3. หายใจได้เองหรือไม่ ถ้าไม่ได้ ให้ช่วยหายใจด้วยวิธีเป่าปาก
3.1 จัดผู้ป่วยให้นอนราบ
3.2 ปลดเสื้อผ้าผู้ป่วยให้คลายออก
3.3 คุกเข่าด้านข้างผู้ป่วย
3.4 เปิดทางเดินหายใจ โดยดันหน้าผากเชยคางขึ้น
3.5 ประเมินว่าผู้ป่วยหายใจหรือไม่ เอียงหน้าให้หูอยู่ใกล้ปากและจมูกของผู้ป่วยและจมูก
ของผู้ป่วยตามองไปที่หน้าอก ดูการเคลื่อนไหวของทรวงอกว่าขยับขึ้นลง
ตามการหายใจหรือไม่ หูฟังเสียงลมหายใจ แก้มสัมผัสลมหายใจออก
3.6 ถ้าผู้ป่วยไม่หายใจ ให้ช่วยหายใจ โดยใช้มือบีบจมูกผู้ป่วยแล้วผู้ช่วยเหลือหายใจเข้าปอดเต็มที่
อ้าปากครอบไปบนปากผู้ป่วยจนสนิท แล้วเป่าลมเข้าปากผู้ป่วยเต็มที่ 2 ครั้ง
3.7 สังเกตว่าลมปากเป่า เข้าสู่ปอดผู้ป่วยเต็มที่หรือไม่ โดยดูจากการเคลื่อนไหวของทรวงอก ถ้าลม
ที่เป่าไม่เข้าตัวผู้ป่วย ให้เป่าซ้ำอีกครั้งหนึ่ง ถ้ายังไม่มีลมเข้าตัวผู้ป่วยอีก อาจมีสิ่งแปลกปลอมอุด
กั้นทางเดินหายใจ ให้ล้วงเอาเสมหะเศษอาหาร ฟันปลอม ( ถ้ามี ) ออกก่อน แล้วให้ช่วยหายใจต่อ
3.8 ถ้าผู้ป่วยสามารถหายใจได้เอง ให้หยุดช่วยหายใจ และคอยสังเกตการหายใจต่อไปอีก
4. ตรวจสอบชีพจรที่คอ ( CAROTID ) ถ้ามีชีพจรไม่ต้องกดหน้าอก
5. ถ้าไม่มีชีพจร ให้ทำการกดหน้าอก ( CHEST COMPRESSION )
5.1 วางสันมือตรงกึ่งกลางระหว่างหน้าอกผู้ป่วยเหนือลิ้นปี่ 2 นิ้วมือ
5.2 วางมืออีกข้างทับด้านบน
5.3 กดน้ำหนักลงไปยังสันมือ 2 ข้าง ลึก 1.5 - 2 นิ้ว
5.4 กดหน้าอกกด 30 ครั้ง โดยนับเป็นจังหวะ 1 และ 2 และ 3 และ 4 .... จนถึง 30
5.5 บีบจมูกและดันหน้าผากเชยคาง ช่วยหายใจด้วยวิธีเป่าปาก 2 ครั้ง สลับการกดหน้าอก
6. ทำซ้ำในขั้นตอนที่ 5 ( 4 รอบ )
7. ประเมินการหายใจและชีพจร ถ้าผู้ป่วยยังไม่หายใจและชีพจรยังไม่เต้นให้ช่วยจนกว่าผู้ป่วย
จะหายใจได้เอง หรือหน่วยกู้ชีพเดินทางไปถึง

เพิ่มเติมได้ที่ : http://emergencyteam.is.in.th/?md=news&ma=show&id=2

50. ถ้ามีผู้ประสบอุบัติเหตุรถชนนอนอยู่บนถนน  นักเรียนมีหลักการเข้าให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบอุบัติเหตุอย่างไร
1.เรียกเบาๆ จับชีพจร สังเกตการณ์หายใจและสำรวจสภาพร่างกาย
2.สังเกตการณ์หายใจ รอยฟกช้ำและการบาดเจ็บบริเวณร่างกาย
3. เอามือแตะตัวผู้ป่วยเพื่อวัดอุณหภูมิของร่างกาย และสังเกตการหายใจ
4. จับตัวเขย่าเบาๆ สังเกตม่านตา การหายใจ และลักษณะของสีผิว
ตอบ   ข้อ 1.
เพราะ  ใช้หลักปฐมพยาบาลเบื้องต้นนั้นคือประเมินผู้บาดเจ็บ
การประเมินผู้บาดเจ็บจะแบ่งเป็น 2 ระยะ ดังนี้
1.การประเมินผู้บาดเจ็บระยะเร่งด่วน
นั่นคือขั้นตอนการประเมินสภาวะการมีชีวิตอยู่ของผู้บาดเจ็บ โดยประเมิน 3 ระบบดังนี้ คือ
ระบบประสาท
ระบบหายใจ
ระบบไหลเวียนโลหิต
ซึ่งทั้ง 3 ระบบนี้ต้องทำงานประสานกัน หากพบว่าระบบใดหยุดทำงาน ต้องรีบแก้ไข หรือกู้คืนทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบหายใจ และระบบไหลเวียนโลหิต
2.การประเมินผู้บาดเจ็บระยะทั่วไป
การประเมินระยะนี้จะทำได้ก็ต้องเมื่อการประเมินระยะเร่งด่วนได้ผ่านพ้นไปแล้ว นั่นหมายความว่า ผู้บาดเจ็บยังมีชีวิตอยู่นั่นเอง การประเมินระยะนี้ก็คือ การตรวจร่างกายผู้บาดเจ็บ โดยต้องตรวจให้ครบทุกระบบ ตั้งแต่ศีรษะ ถึงเท้า

เพิ่มเติมได้ที่ : http://firstaidblogspot.blogspot.com/2008/08/step-for-aider.html



เฉลยข้อสอบ O-Net ปี 49 ข้อ 31-33

 

31.นันทนาการหมายถึงข้อใด
      1. การพักผ่อน
      2. การนอนหลับ
      3. การออกกำลังกาย
      4. การทำกิจกรรมยามว่าง
ตอบ ข้อ 4 เพราะนันทนาการ คือ กิจกรรมที่กระทำในเวลาว่างจากภารกิจประจำวันโดยความสมัครใจและ ได้รับความพึงพอใจจากภารกิจนั้นๆ โดยไม่ขัดต่อศีลธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีของสังคม

32.การจัดนิทรรศการ จัดเป็นนันทนาการประเภทใด
      1. กิจกรรมศิลปะ
      2. กิจกรรมอนุรักษ์
      3. กิจกรรมงานสังคม
      4. กิจกรรมอาสาสมัคร
ตอบ ข้อ 1 เพราะนิทรรศการคือ “สื่อ” ที่มุ่งเน้นให้ผู้ชมได้สาระและความเพลิดเพลินในเวลาเดียวกัน

33.ในช่วงฤดูหนาว ร่างกายต้องการความอบอุ่น ควรรับประทานอาหารในข้อใด
      1. ส้มตำ
      2. ข้าวมันไก่
      3. กุ้งอบวุ้นเส้น
      4. น้ำพริก ผักสด
ตอบ ข้อ 2 เพราะข้าวมันไก่มีสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ คือ มีแป้ง เนื้อ ผัก ไขมัน ที่ให้พลังงานและความอบอุ่นแก่ร่างกาย แล้วยังซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้

 

น.ส. สัจจธร  กำสุวรรณ  เลขที่ 40  ม.6/5


รูปภาพของ sss28355

 เฉลยข้อสอบ O-net '51 วิชา สุขศึกษาและพละศึกษา

19. การอบอุ่นร่างกายในข้อใด เหมาะสมที่สุดสำหรับการเล่นกีฬาฟุตบอล
1. หมุนคอ วิ่งรอบสนาม สะพานโค้ง วิดพื้น
2. วิ่งรอบสนาม หมุนคอ ลุก - นั่ง สะพานโค้ง
3. วิ่งรอบสนาม หมุนคอ หมุนข้อเท้า เหยียดขา
4. ลุก - นั่ง วิดพื้น หมุนคอ เหยียดขา

ตอบ ข้อ 3 การอบอุ่นร่างกายเป็นการเพิ่มการเต้นของหัวใจ เพิ่มอุณหภูมิของร่างกาย และเพิ่มการหายใจอย่างช้าๆ การอบอุ่นที่ได้ผลดีร่างกายจะต้องมีอุณหภูมิเพิ่มขึ้น มีเหงื่อออก มีการเคลื่อนไหวของข้อ โดยเฉพาะข้อที่ใช้ในการออกกำลัง เช่นข้อเท้า ข้อเข่า สะโพก หลัง ไหล่ ยืดกล้ามเนื้อที่ใช้ในการออกกำลังกาย

20. อัตราการเต้นของหัวใจในคนปกติ คือข้อใด
1. 50 - 60 ครั้งต่อนาที
2. 60 - 70 ครั้งต่อนาที
3. 70 - 80 ครั้งต่อนาที
4. 80 - 90 ครั้งต่อนาที

ตอบ ข้อ 3 อัตราการเต้นของหัวใจปกติในผู้ใหญ่ อัตราเต้น เฉลี่ย ประมาณ 72 ครั้งต่อนาที

21. กีฬาชนิดใดที่มีการตัดสินลูกออก แตกต่างจากกีฬาอื่น
1. บาสเกตบอล
2. วอลเลย์บอล
3. ตะกร้อ
4. ฟุตบอล

ตอบ ข้อ 4

น.ส. กฤตินา จันทร์หวร ม.6/5 เลขที่ 41


รูปภาพของ sss27472

เฉลยข้อสอบ O-net ปี 2549 ข้อ 40-42


40. หวิวต้องทำงานตั้งแต่เช้าจรดเย็น  โอ๋จึงชวนไปเที่ยวทะเล  นักเรียนคิดว่าหวิวควรตอบอย่างไร?
 1. เอาไว้โอกาสหน้า                2. ยังไม่ว่างไปไม่ได้
 3. ดีเหมือนกันจะได้คลายเครียด   4. พักผ่อนอยู่บ้านดีกว่า

เฉลย ข้อ 2 ดีเหมือนกันจะได้คลายเครียด  เพราะ เมื่อมีคนมาถามเรา เราควรตอบแบบมีมารยาท คิดถึงจิตใจผู้ถาม เพื่อไม่ให้ผู้ถามรู้สึกแย่กับการตอบคำถามของเรา

41. โปรตีนเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างภายในร่างกาย  เนื้อเยื่อ  และอวัยวะต่างๆ โปรตีนเกิดจากองค์ประกอบย่อยๆที่เรียกว่าอะไร  และสามารถแบ่งได้เป็นกี่กลุ่ม?
 1. กรดแลคติก แบ่งได้ 2 กลุ่ม   2. กลูโคส แบ่งได้ 4 กลุ่ม
 3. เอนไซม์ แบ่งได้ 2 กลุ่ม      4. กรดอะมิโน แบ่งได้ 2 กลุ่ม
เฉลย ข้อ 4  กรดอะมิโน แบ่งได้ 2 กลุ่ม  เพราะ โปรตีนเป็นสารประกอบที่มีขนาดโมเลกุลใหญ่  เกิดจากโมเลกุลของกรดอะมิโน  (amino acid)  จำนวนมากมาสร้างพันธะเชื่อมต่อกันจนเกิดเป็นสายยาว
       กรดอะมิโนแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ กรดอะมิโนจำเป็นและ กรด อะมิโนไม่จำเป็น

http://www.trueplookpanya.com/true/knowledge_detail.php?mul_content_id=3171

 

42. อาหารที่ผู้สูงอายุควรหลีกเลี่ยงได้แก่ข้อใด?
 1. นมผงอัดเม็ด        2. เนื้อหมู ไก่ ไข่ ผัก
 3. อาหารที่มีรสจัด    4. ดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว
เฉลย ข้อ 3 อาหารที่มีรสจัด เพราะ จะทำให้เกิดปัญหา เกี่ยวกับระบบขับถ่ายได้

http://www.yourhealthyguide.com/article/ao-food-modify.html

.ส. กันตินันท์    ทวีกิจนะวันชัย  ม. 6/5  เลขที่ 33


รูปภาพของ sss27463

เฉลย ข้อสอบ o-net ปี 49 ข้อ 19-21

19. สารอาหารใดที่ทำให้ร่างกายเจริญเติบโต

1. ไขมัน                 2. โปรตีน                  3.วิตามิน                  4.คาร์โบไฮเดรต

เฉลย ข้อ2 โปรตีน

เนื่องจาก โปรตีน เป็นสารอาหารที่เราควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก เพราะ 80 เปอร์เซ็นต์ของร่างกาย ล้วนแต่ประกอบด้วยโปรตีน และเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่สร้างเซลล์แต่ละเซลล์ขึ้นมา ร่างกายเราจะมีการผลัดเซลล์เก่าและสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาทดแทน เพื่อซ่อมแซมตัวเองอยู่ตลอดเวลา โปรตีนจึงเป็นสารอาหารที่จำเป็นอย่างมากสำหรับทุกเซลล์ในร่างกาย  ซึ่งประกอบขึ้นจากจากโครงสร้างเล็กๆที่เรียกว่า กรดอะมิโน

http://www.seabuckthornthai.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=5364844&Ntype=5

20.สารอาหารใดที่ช่วยควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย

1. ไขมัน                2. โปรตีน                  3. วิตามิน                 4. คาร์โบไฮเดรต

เฉลย ข้อ1 ไขมัน

เนื่องจาก ไขมันช่วยปกป้องและกันความร้อน รวมทั้งคอยควบคุมอุณหภูมิของร่างกายให้คงที่ โดยทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อน (Thermal Insulator) ของเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังและอวัยวะที่อยู่ภายในร่างกาย

http://www.212cafe.com/freewebboard/view.php?user=kasedinsee&id=28

21.สารอาหารใดที่ให้พลังงาน

1. ไขมัน               2. โปรตีน                  3. วิตามิน                 4. คาร์โบไฮเดรต

เฉลย ข้อ4 คาร์โบไฮเดรต

เนื่องจากให้พลังงานและความอบอุ่นแก่ร่างกาย คาร์โบไฮเดรต 1 กรัม ให้พลังงานประมาณ 4 แคลอรี่ และเป็นพลังงานที่จะถูกร่างกายนำมาใช้ก่อนสารอาหารไขมันและโปรตีนตามลำดับ  ถ้าร่างกายรับประทานพวกตาร์โบไฮเดรตมากเกินไป ส่วนเกินนี้จะถูกปลี่ยนเป็นไขมันสะสมไว้ตามเนื้อเยื่อต่างๆของร่างกาย และจะถูกนำมาใช้เมื่อร่างกาย ขาดแคลนพลังงาน ถ้าร่างกายได้ พลังงานจากคาร์โบไฮเดรตมาใช้ไม่เพียงพอ ร่างกายจะนำเอาโปรตีนมาสลายให้เกิดพลังงาน แทนร่างกายก็จะผอมลงได้

http://www.skn.ac.th/skl/skn42/eat83/food2.2.htm


รูปภาพของ sss27454

ความคิดเห็นข้างล่าง 27454

น.ส.ชัญญานุช จันทโชติวรรณ ม.6/5 เลขที่ 20

แหะๆ หนูลืมเขียนชื่อค่ะ


รูปภาพของ sss27454

ข้อสอบ O-Net’50 ข้อ 34-36
34. การแข่งขันประเภทคู่หรือประเภททีม  เมื่อมีการเล่นผิดพลาดเกิดขึ้น ผู้เล่นร่วมทีมหรือคู่ควรปฏิบัติอย่างไร
      1. พูดกับตัวเองหรือเพื่อนร่วมทีม  2. พูดตำหนิเพื่อนร่วมทีม
      3. เฉยๆต่างคนต่างเล่น   4. พูดให้กำลังใจเพื่อนร่วมทีม
      ตอบ ข้อ 4. เพราะการเล่นกันเป็นคู่หรือทีมนั้นต้องมีความเข้าใจและร่วมมือกันระหว่างคู่หรือทีม  เมื่อผู้เล่นเกิดความผิดพลาด สิ่งที่ดีที่สุดที่เพื่อนร่วมทีมควรกระทำคือการพูดให้กำลังใจแก่เพื่อนร่วมทีม
35. หากมีผู้ถามว่าจะทราบได้อย่างไรว่าเขาเป็นโรคความดันโลหิตสูงหรือไม่ นักเรียนจะให้คำตอบอย่างไร
       1. ให้ไปพบแพทย์เพื่อวัดความดันโลหิต
       2. ให้สังเกตอาการตนเองว่ามีหน้ามืด เป็นลมบ่อยหรือไม่
       3. ให้สังเกตอาการตนเองว่าปวดศีรษะเป็นประจำหรือไม่
       4. ให้สังเกตอาการตนเองว่าปวดศีรษะเป็นประจำหรือไม่
       ตอบ ข้อ 2. เมื่อมีผู้ถามว่าจะทราบได้อย่างไรว่าเขาเป็นโรคความดันโลหิตสูงหรือไม่ เราก็ควรดูจากอาการเบื้องต้นก่อน โดยผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงจะพบว่ามีอาการปวดศีรษะ มึนงง เวียนศีรษะ และเหนื่อยง่ายผิดปกติ อาจมีอาการแน่นหน้าอกหรือนอนไม่หลับ
36. เมื่อต้องการซื้อโทรทัศน์ นักเรียนควรปฏิบัติอย่างไรเพื่อเป็นการรักษาสิทธิผู้บริโภค
      1. เลือกโทรทัศน์ยี่ห้อที่มีคนนิยมมาก ไม่เลือกตามโฆษณา
      2. ตรวจสอบสินค้าให้ถ้วนถี่ เก็บใบรับประกันสินค้า
      3. จดหมายเลขโทรศัพท์ร้านค้าและชื่อผู้ขาย
      4. จดหมายเลขโทรศัพท์ร้านค้าที่คุ้นเคย
     ตอบ ข้อ 2. การเลือกสินค้าเพื่อเป็นการรักษาสิทธิผู้บริโภคควรปฏิบัติดังนี้
    1.ตรวจดูฉลากของสินค้า เพื่อเป็นข้อมูลในการเปรียบเทียบสินค้าแต่ละยี่ห้อ ก่อนตัดสินใจเลือกสินค้า
    2. สอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ คุณภาพของสินค้าจากผู้ขาย หรือผู้ที่เคยใช้สินค้านั้นแล้ว
    3. ศึกษาเงื่อนไข หรือข้อจำกัดของสินค้า เช่น วัน เดือน ปี ที่ผลิตหรือหมดอายุ วิธีการใช้ การเก็บรักษาคำเตือนหรือข้อควรระวังของสินค้าให้เข้าใจ เพื่อผู้บริโภค สามารถใช้สินค้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และ ประหยัด
    4. ร้องขอให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบคุณภาพ และปริมาณของสินค้าว่าเป็นจริง ตามที่ระบุไว้ที่ฉลากของสินค้าหรือไม่ เพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพและเป็นธรรม แก่ผู้บริโภค
    5. อย่าด่วนหลงเชื่อคำโฆษณาของสินค้า หรือบริการ ต้องศึกษาเงื่อนไขรายละเอียดอื่น ๆ ของตัวสินค้าหรือบริการที่อาจไม่ได้ระบุไว้
ดังนั้นข้อที่เหมาะสมที่สุดควรเป็นข้อ 2)

               



เฉลย ข้อสอบ o-net ปี 50 ข้อ 40-42

40. บุคคลใดที่เสี่ยงที่สุดต่อการได้รับสารพิษเข้าสู่ร่างกาย
1. นางสาวจิตรามีบ้านอยู่ใกล้โรงงานแบตเตอรี่
2. เด็กชายดำเป็นพนักงานเติมน้ำมัน
3. นางปุ๊กชอบกินผักตามร้านลาบส้มตำ
4. นายโตมีบ้านอยู่ใกล้ถนนที่มีการจราจรหนาแน่น

ตอบข้อ 2 เพราะ พนักงานเติมน้ำมัน จะต้องสัมผัสกับสารพิษต่างๆที่อยุ่ในน้ำมันโดยตรง และทำเป็นเวลานาน ดังนั้นโอกาสที่สารพิษจะเข้าสู่ร่างกายจึงมีมากกว่าข้ออื่นๆ

41. นางดวงพรมีน้ำหนักตัว 58.5 กิโลกรัม สูง 150 เซนติเมตร อยากทราบว่า
นางดวงพรมีดัชนีมวลกายเท่าไร
1. 22.0                  2. 24.0
3. 26.0                  4. 28.0

ตอบข้อ 3 โดยใช้สูตรการคำนวณหาค่า Body Mass Index (BMI)

น้ำหนักส่วนสูง2(เมตร)

58.5/(1.5)2 = 26.0

42. ข้อใดกล่าวถึงประโยชน์ของใบน้อยหน่าถูกต้องที่สุด
1. กำจัดไข่และตัวเหา
2. ลดอาการไอ
3. รักษาอาการท้องเสีย
4. ใช้ขับพยาธิตัวตืด

ตอบข้อ 1 สรรพคุณของใบน้อยหน่า คือ แก้ขับพยาธิลำไส้ ฆ่าเหา แก้หิด แก้กลากเกลื้อน แก้ฟกบวม
ซึ่งมีวิธีรักษาอยู่ 2 วิธีคือ นำใบน้อยหน่าประมาณ 3-4 ใบมาบดหรือตำให้ละเอียดแล้วคลุกกับเหล้า 28 ดีกรี คลุกให้เคล้ากันจนได้กลิ่นน้อยหน่า แล้วนำมาทาหัวให้ทั่วศีรษะ เอาผ้าคลุมไว้สัก 10-30 นาทีและเอาผ้าออกใช้หวีสาง เหาก็ตกลงมาทันที วิธีที่สอง นำใบน้อยหน่า 7-8 ใบ มาตำให้ละเอียดแล้วผสมกับน้ำทาหัวทิ้งไว้สักครู่ แล้วล้างออก ซึ่งจะช่วยทำให้ไข่ฝ่อ และฆ่าเหาได้
http://www.chuankin.com/properties_text.php?property_id=35&property_type=3

น.ส.ธนิกานต์ ชนะพงษ์ ม.6/5 เลขที่ 6


รูปภาพของ sss27312

แนวข้อสอบONET ปี 2551  ข้อ 28-30

28.กิจกรรมนันทนาการในข้อใด เหมาะสมกับนักเรียนมากที่สุด
     1.ศุภชัยอาสาไปดูแลผู้ป่วยวัณโรค  2.ศุภชัยไปเที่ยวกลางคืนกับเพื่อน
     3.ศุภชัยอาสาไปค่ายปลูกป่า  4.ศุภกิจไปเล่นเกมคอมพิวเตอร์ที่ร้าน
ตอบข้อที่ 3 เพราะ
 1.วัณโรค คือ โรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่เล็กมากคือเชื้อMycobacterium     tuberculosis ติดต่อโดยการสูดอากาศที่มีตัวเชื้อนี้เข้าไป
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%93%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84
2.เที่ยวกลางคืนเป็นเรื่องที่ไม่ดีเหตุผลหนึ่งเรายังหาเงินไม่ได้ และอีกเหตุผลเป็นเด็กนักเรียนควรเอาเวลาไปทำการบ้านมากกว่าไปเที่ยว
4.ไปเล่นเกมคอมพิวเตอร์ที่ร้านไม่ใช่เรื่องผิดแต่เราควรเอาเวลาไปใช้ในเรื่องอื่นมากกว่านั้น
ดังนั้นตอบข้อที่ 3 คือไปค่ายปลูกป่าเพราะเป็นการทำประโยชน์ให้สังคมและไม่ทำให้ใครเดือดร้อน

29.ในการแข่งขันกีฬาฟุตบอล ผู้ตัดสินผิดพลาด นักกีฬาควรแสดงพฤติกรรมอย่างไร
     1.ประท้วง    2.แสดงกิริยาไม่พอใจ
     3.ขอให้ผู้ตัดสินกลับคำตัดสิน  4.ยอมรับการตัดสิน
ตอบข้อที่ 4 เพราะ
1.ประท้วง จะเป็นการทำให้กรรมการอารมณ์เสีย
2.แสดงกิริยาไม่พอใจ แสดงออกเกินไปกรรมการจะยิ่งไม่พอใจ
3.ขอให้กลับคำตัดสิน กรรมการจะรู้สึกว่าโดนดูถูกดังนั้นไม่น่าทำ
ดังนั้นตอบข้อที่ 4 คือต้องยอมรับ

30.หากมีผู้ถามนักเรียนว่าทราบได้อย่างไรว่าเขาเป็นโรคไขมันในเลือดสูงหรือไม่
      1.ให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจวัดระดับไขมันในเลือด
      2.ให้สังเกตน้ำหนักตนเองว่าเพิ่มขึ้นเร็วหรือไม่
      3.ให้สังเกตอาการตนเองว่าอาการเหนื่อยหอบ หายใจไม่ออกหรือไม่
      4.ให้สังเกตอาการตนเองว่าปวดศีรษะบ่อยๆอ่อนเพลียเป็นประจำหรือไม่
ตอบข้อที่ 1 เพราะ โจทย์ถามว่าทราบได้อย่างไรว่าเขา(ไม่ใช่ตนเอง) ดังนั้นช้อยข้อที่ 2,3 และ 4มันคือตนเองดังนั้น 
จึงผิด


น.ส.  เมขลา เครือศรีสวัสดิ์ ม.6/5 เลขที่ 8


รูปภาพของ sss28357

 เฉลยแนวข้อสอบ O-net ปี 2550 ข้อ 19-21

19. อาการเหนื่อยล้าที่เกิดจากการออกกำลังกายอย่างหนัก ทำให้เกิดของเสียใดในร่างกาย

1. กรดแลกติก       2. กรดกำมะถัน         3. กรดเกลือ                 4. กรดอะมิโน

เฉลย ข้อ 1 กรดแลกติก เพราะ การออกกำลังกายอย่างหนักเป็นเวลานานทำให้ร่างกายขาดออกซิเจนและทำให้เกิดกระบวนการหายใจระดับเซลล์แบบไม่ใช้ออกซิเจนเพื่อสร้างพลังงานออกมาใช้ และได้ผลิตภัณฑ์ตัวสุดท้ายคือ กรดแลกติก

20. การฝึกออกกำลังกาย วิ่งไป - กลับ ระยะทาง 5 เมตร เป็นประจำ จะช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางกายภาพด้านใด

1. ความแข็งแรง     2. ความทนทาน     3. ความคล่องแคล่ว ว่องไว      4. ความอ่อนตัว

เฉลย ข้อ 3 ความคล่องแคล่วว่องไว

1)ความแข็งแรง หมายถึง ประสิทธิภาพในการหดตัวของกล้ามเนื้อในหนึ่งครั้ง รูปแบบที่นิยมนำมาใช้ทดสอบองค์ประกอบในด้านนี้ เช่น การยืนกระโดดไกล การกระโดดลอยตัวขึ้นลงในแนวดิ่ง

2)ความทนทาน หมายถึง ความสามารถในการหดตัวช้า ๆ ของกล้ามเนื้อมัดใดมัดหนึ่ง เพื่อต้านแรงหรือความสามารถในการคงสภาพของการหดตัวใดหนึ่งครั้งในระยะเวลาที่ยาวขึ้น รูปแบบที่นิยมนำมาใช้ทดสอบองค์ประกอบในด้านนี้เช่น การทำลุก-นั่ง การดึงราวเดี่ยว การงอแขนห้อยตัว

3)ความคล่องแคล่ว หมายถึง ความสามารถในการเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วและควบคุมได้ รูปแบบที่นิยมนำมาใช้ทดสอบ เช่น การวิ่งเก็บของการวิ่งซิกแซ็ก การวิ่งระยะทางสั้น ๆ

4)ความอ่อนตัว หรือความยืดหยุ่น หมายถึง สมรรถนะของมุมของร่างกายในการเคลื่อนไหวสูงสุด โดยเน้นที่กลุ่มของข้อมูลต่าง ๆ รูปแบบที่นิยมนำมาใช้ทดสอบองค์ประกอบในด้านนี้ เช่น การงอตัวไปข้างหน้าหรือการยืนพับตัว

21. การออกกำลังกายแบบใดเป็นการออกกำลังกายด้วยวิธีการเคลื่อนไหวอยู่กับที่

1. การเต้นแรบิก      2. การฝึกยิมนาสติก     3. การวิ่งอยู่กับที่      4. การฝึกวิดพื้น  

เฉลย ข้อ 4 การฝึกวิดพื้น
   การเคลื่อนไหวอยู่กับที่ (Non - Locomotor Movements) หมายถึง การเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกายโดยไม่เคลื่อนที่ไปจากจุดนั้นเลย เช่น การก้มต้น การเหวี่ยงแขนขา การเหยียดตัว การบิดตัว การดึง การสั่น การโยกตัว การเอียงตัว เป็นต้น

1)การเต้นแอโรบิก  เป็นวิธีการออกกำลังกายชนิดหนึ่งที่นำเอาท่าบริหารกายต่างๆผสมผสานกับทักษะการเคลื่อนไหวเบื้องต้น และจังหวะเต้นรำที่จะกระตุ้นให้หัวใจและปอดต้องทำงานมากขึ้น

2)การฝึกยิมนาสติก พื้นฐานที่ควรจะฝึกทางร่างกายคือ  ความยืดหยุ่น เต้นรำ วิ่ง กระโดด ไต่เชือก และการเคลื่อนไหวทรงตัว ซึ่งจะเป็นการเคลื่อนไหวที่ไม่อยู่กับที่

3)การวิ่งอยู่กับที่ก็คล้าย ๆ กับการกระโดดเชือก เป็นการกระโดดซอยเท้าอยู่กับที่ บางทีอาจจะเคลื่อนที่ไปเล็กน้อยโดยที่ไม่รู้ตัว

4)การฝึกวิดพื้น มือติดพื้น เท้าติดพื้นตลอดเวลาที่วิดพื้น ไม่เกิดการเคลื่อนที่ ถ้าเกิดการเคลื่อนอาจทำให้ได้รับบาดเจ็บได้ 

น.ส. จุฑารัตน์   พุลี   ม.6/5  เลขที่ 43
 

 



 เฉลยข้อสอบ O-Net ปี 50 ข้อ 4-6 


4. เมื่อใกล้วันสอบนักเรียนมีความหงุดหงิด วิตกกังวลเนื่องจากร่างกายหลั่งสารใดลดน้อยลง
             1. ซีรีโทนิน เอ็นดอร์ฟิน                   2. ซีรีโทนิน อินซูลิน
             3. เอ็นดอร์ฟิน กลูคากอน                 4. เมลาโทนิน โดปามิน
ตอบ ข้อ 1 เนื่องจากสารซีรีโทนินและเอ็นดอร์ฟินทำหน้าที่คล้ายกันคือเมื่อหลั่งออกมาแล้วจะทำช่วยให้ผ่อนคลาย ลดความวิตกกังวลและความเครียดค่ะ

- ซีรีโทนิน (Serotonin) ทำหน้าที่เกี่ยวกับการแสดงออกทางอารมณ์ ความรู้สึก และควบคุมวงจรการนอนหลับ โดยซีโรโทนินจะทำงานเฉพาะในบริเวณสมองส่วนกลาง เมื่อเกิดความรู้สึกพอใจ พบว่าผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้าจะมีระดับของซีโรโตนินในสมองบริเวณนี้น้อยกว่าปกติ สารอาหารคาร์โบไฮเดรตจำพวกแป้งและน้ำตาล เช่น ข้าว พาสต้า ผักประเภทหัว ธัญพืช และขนมปัง จะช่วยเพิ่มการดูดซึมทริปโตแฟน (tryptophan) ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นซีโรโทนินในสมอง โดยพบว่าภายใน 30 นาทีหลังรับประทานอาหารประเภทดังกล่าวจะทำให้รู้สึกผ่อนคลายและสงบได้นานหลายชั่วโมง

- เอ็นดอร์ฟิน (Endorphin) สารเอ็นดอร์ฟินมีหน้าที่สำคัญ เช่น เมื่อเกิดอาการบาดเจ็บจะช่วยให้รู้สึกชาและลดความเจ็บปวดลงได้ เมื่อเครียด สารเอ็นดอร์ฟินจะหลั่งออกมาพร้อมกับฮอร์โมนเครียด ช่วยให้ผ่อนคลาย ลดความวิตกกังวลและความเครียดค่ะ นอกจากนี้ยังทำให้เรารู้สึกสบายและมีความสุข มีงานวิจัยพบว่า สารเอ็นดอร์ฟินจะหลั่งมากขึ้นเมื่อมีความรัก เมื่อได้หัวเราะ นวดลูบสัมผัสผิวกาย และการออกกำลังกาย เป็นต้น
- อินซูลิน (Insulin) ทำหน้าที่ลดระดับน้ำตาลในกระแสเลือด

- กลูคากอน (Glucagon) ทำหน้าที่เพิ่มระดับน้ำตาลในกระแสเลือด

- เมลาโทนิน (Melatonin) มีบทบาทที่สำคัญในการควบคุมและปรับเปลี่ยนระบบการทำงานของร่างกาย เป็นที่รู้จักและใช้อย่างแพร่หลายในการช่วยให้นอนหลับและลดอาการเมาจากการบิน (jit lag)ซึ่งกลไก ของเมลาโทนินในการทำให้นอนหลับเกี่ยวข้องกับการปรับเปลี่ยนวัฎจักรประจำวันและการทำให้ง่วงนอน ซึ่งเหนี่ยวนำให้เกิดการนอนหลับเมื่อการหลั่งของMelatoninเพิ่มขึ้นคนเราจะมีความรู้สึกตื่นตัวลดลงหรือ เฉื่อยชาลงนั่นเอง รวมถึง อุณหภูมิของร่างกายก็เริ่มลดต่ำลง ทำให้เหมาะสำหรับการนอนมากขึ้น และระดับ Melatonin จะลดลง อย่างรวดเร็วในช่วงเช้ามืดของวันใหม่ ส่วนระดับของ Melatonin ในระหว่างวันนั้นต่ำมาก

- โดปามิน (Dopamine) เมื่อร่างกายหลั่งสารโดปามีนออกมาจะส่งผลต่ออารมณ์ของบุคคลมีความตื่นตัว กระฉับกระเฉงมีสมาธิมากขึ้นไวต่อสิ่งกระตุ้นต่างๆรอบตัวระดับโดปามีนในสมองสูงขึ้นจากอาหารจำพวกโปรตีนสูง ร่างกายสร้างสารโดปามีนขึ้นมาจากกรดอะมิโนชนิดที่มีชื่อว่าไทโรซีนโดยร่างกายได้จากอาหารประเภทโปรตีนสูง (มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ) เช่น เนื้อสัตว์ต่างๆ ถั่วเหลือง อาหารทะเล ไข่ และนม จะช่วยให้สมองมีพลัง กระฉับกระเฉง และตื่นตัว

5.ข้อใดไม่ใช่การสร้างเสริมการรู้จักตนเองและการยอมรับตนเอง
             1. การทำให้ค่านิยมกระจ่างชัดเจน                   2. การเผชิญกับปัญหาได้
             3. การรับรู้ถึงความรู้สึกของตนเอง                    4. การบริหารจัดการใช้เวลาอย่างเหมาะสม
ตอบ ข้อ 4 เพราะการบริหารจัดการใช้เวลาอย่างเหมาะสมไม่ได้เป็นวิธีการสร้างเสริมการรู้จักตนเองและการยอมรับตนเอง
แต่เป็นการวางแผนให้กับชีวิตว่าในแต่ละวันเราควรที่จะทำอะไรให้เหมาะสมกับเวลาที่มีอยู่


6.คำกล่าวที่ว่า “มนุษย์ทุกคนมีหมอ 2 คน คือ ขาขวาและขาซ้าย” นักเรียนสามารถเปรียบเทียบใกล้เคียงกับข้อความใด
             1. ออกกำลังกายด้วยการเดิน                         2. ออกกำลังกายป้องกันโรคได้
             3. การดูแลตนเองก่อนเสมอ                          4. การมีหมอหรือแพทย์ประจำครอบครัว

ตอบ ข้อ 2 ออกกำลังกายป้องกันโรคได้การออกกำลังกายอาจเปรียบได้กับยาสารพัดประโยชน์ เพราะใช้เป็นยาบำรุงก็ได้ เป็นยาป้องกันก็ได้ และเป็นยาบำบัดรักษาหรือฟื้นฟูสภาพร่างกายก็ได้ การออกกำลังกายสามารถป้องกันโรคได้หลายชนิดโดยเฉพาะโรคที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของอวัยวะ
อันเนื่องจากการมีอายุมากขึ้น ซึ่งประกอบกับปัจจัยอื่น ๆ ในชีวิตประจำวันเช่นการกินอาหารมากเกินความจำเป็น ความเคร่งเครียด การสูบบุหรี่มาก หรือกรรมพันธุ์ โรคเหล่านี้ได้แก่ โรคประสาทเสียดุลยภาพ หลอดเลือดหัวใจเสื่อมสภาพ ความดันเลือดสูง โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคข้อต่อเสื่อมสภาพ เป็นต้น ผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำมีโอกาสเกิดโรคเหล่านี้ได้  ้ช้ากว่าผู้ที่ขาดการออกกำลังกาย หรืออาจไม่เกิดขึ้นเลยจนชั่วชีวิต การออกกำลังกายจึงช่วยชะลอชราอีกด้วย

น.ส.วิศัลยา ชินกาญจนโรจน์ ม.6/5 เลขที่ 10 



  เฉลยข้อสอบ O-NET ปี 2549 ข้อ 13-15 และ ข้อ 25-27  

    13. กลูโคสที่เหลือใช้ภายในร่างกายจะถูกเปลี่ยนเป็นข้อใด
                 1. ไขมัน                           2. โปรตีน         
                 3. วิตามิน                          4. คาร์โบไฮเดรต

   เฉลย ตัวเลือกที่ 1 ไขมัน

           น้ำตาลกลูโคสที่เหลือใช้ ร่างกายจะเก็บสำรองไว้ ในรูปไกลโคเจนและไขมัน ซึ่ง
      เป็นไปตามกระบวนการดังนี้
            1. อาหาร (แป้ง น้ำตาล ไขมัน) เปลี่ยนเป็นน้ำตาลกลูโคส เข้าสู่กระแสเลือด 
      ส่งต่อไปยังเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกายเพื่อสลายเป็นพลังงานต่อไป
            2. เมื่อน้ำตาลกลูโคสในเลือดมีปริมาณสูงกว่าเกณฑ์/ระดับปกติ จะเกิดสภาวะไม่
      สมดุล ฮอร์โมนอินซูลินจะหลั่งออกมาจากตับอ่อน ช่วยให้น้ำตาลกลูโคสเข้าสู่เซลล์
      มากขึ้น แต่ถ้าร่างกายไม่ต้องการพลังงานมากนักหรือเมื่อในเลือดมีน้ำตาลกลูโคสมาก
      เกินไป อินซูลินที่หลั่งออกมามากจะเปลี่ยนน้ำตาลกลูโคส ส่วนที่เหลือใช้ให้เป็น
      ไกลโคเจนแล้วนำไปเก็บระยะสั้นไว้ที่ตับและตามกล้ามเนื้อในรูปละลายในน้ำ และเมื่อ
      ล้นจากส่วนนี้ จะนำไปเก็บในรูปไขมัน 

     14. ปัจจัยใดที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของมนุษย์มากที่สุด
             1. การมีสุขภาพจิตดี                                 
             2. การออกกำลังกายสม่ำเสมอ
             3. การขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย
             4. การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่

      เฉลย ตัวเลือกที่ 4 การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่

          ปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของมนุษย์มากที่สุด คือ อาหาร การออกกำลังกาย 
      และการพักผ่อน ตามลำดับ ซึ่งเราควรยึดตามหลักโภชนาการที่ถูกต้อง  เพื่อให้ได้
      พลังงานและสารอาหารที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

     15. ข้อใดควรปฏิบัติมิให้ร่างกายขาดวิตามินเอ
             1. รับประทานน้ำมันตับปลา
             2. ออกกำลังกายกลางแจ้ง
             3. รับประทานอาหารเสริมที่มีวิตามินเอ
             4. รับประทานอาหารผักใบสีเขียว และผักที่มีสีเหลืองเป็นประจำ

    เฉลย ตัวเลือกที่ 4 รับประทานอาหารผักใบสีเขียว และผักที่มีสีเหลืองเป็นประจำ

            วิตามินเอ (Vitamin A): มีคุณสมบัติเป็นสารต่อต้านการเกิดมะเร็ง และเป็นสาร
        อาหารที่ส่งเสริมภูมิคุ้มกัน ในพืชผักไม่มีวิตามินเอ แต่มีสารประกอบพวกแคโรทีน
        ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอได้ในตับ พบในผักและผลไม้ที่มีสีเขียว สีเหลือง สีส้ม
        สีแดง ได้แก่ ผักบุ้ง คะน้า ตำลึง มะระขี้นก ใบกระเพา ใบย่านาง ผักแพว ใบแมงลัก
        ยอดแค ผักชะอม ฟักทอง ตะไคร้ บัวบก มะม่วง มะขาม มะเฟือง มะละกอ แตงโม 
        กระเจี๊ยบ แอปเปิ้ล ลูกเดือย เป็นต้น

       25. ข้อใดคือสาเหตุที่ทำให้ไขมันอิ่มตัวได้ง่าย
               1. คาร์บอน                                2. ออกซิเจน
               3. ไฮโดรเจน                              4. ไนโตรเจน

        เฉลย ตัวเลือกที่ 3 ไฮโดรเจน

            คำว่าอิ่มตัวหมายถึง ไฮโดรเจนในที่ซึ่งคาร์บอน มีไฮโดรเจนเกาะอยู่มากที่สุดที่
       จะเป็นไปได้ หรืออีกนัยหนึ่งคือที่ปลายโอเมก้าจะมี 3 ไฮโดรเจน (CH3-) และแต่ละ
       คาร์บอนในสายโซ่จะมี 2 ไฮโดรเจน (-CH2-) ดังนั้น สาเหตุที่จะทำให้ไขมันอิ่มตัวได้
       ขึ้นอยู่กับการเกาะตัวของไฮโดรเจน

       26. ข้อใดคือสาเหตุที่ทำให้อาหารบูดเน่าได้มากที่สุด
               1. อาหารที่มีฝุ่นละออง                   2. อาหารที่มีจุลินทรีย์มาก
               3. อาหารที่มีสีและรสจัด                  4. อาหารที่ปรุงโดยไม่มีการล้าง

       เฉลย ตัวเลือกที่ 2

            การเน่าเสียของอาหารจากจุลินทรีย์ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่สุดที่ทำให้อาหารเน่า
       เสีย  เอนไซม์ในอาหารจะเป็นปัจจัยที่ช่วยให้อาหารเกิดการเน่าเสียจากจุลินทรีย์ได้
       ง่ายขึ้น  กล่าวคือ  เอนไซม์ในอาหารจะย่อยสลายสารอาหารให้อยู่ในสภาพที่จุลินทรีย์
       สามารถนำไปใช้ได้สะดวกขึ้น  จุลินทรีย์จึงเจริญอย่างรวดเร็ว  เร่งอาหารให้เสียเร็วขึ้น
       ในที่สุด อาหารแต่ละอย่างเกิดการเน่าเสียได้เร็วช้าต่างกัน

       27. ข้อใดคือกรดไขมันอิ่มตัว
                1. น้ำมันหมู                          2. น้ำมันรำข้าว
                3. น้ำมันถั่วลิสง                     4. น้ำมันข้าวโพด

        เฉลย ตัวเลือกที่ 1 น้ำมันหมู

             กรดไขมันอิ่มตัว คือ ไขมันที่เป็นไขมันเต็มตัว คือ ธาตุคาร์บอน ไฮโดรเจน และ
         ออกซิเจนจับกันเป็นลูกโซ่โดย สมบูรณ์ และไม่มีช่องว่างเหลือที่จะทำปฏิกิริยากับ
         สารใด ๆ ในร่างกาย พบมากในพวกไขมันสัตว์ เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว และไขมันจาก
         กะทิ มะพร้าว เนย และไข่แดง

                                         จัดทำโดย : น.ส. วรวีณ    มะสำอินทร์  เลขที่ 26  ม.6/5 



เฉลยข้อสอบ O-net '51 วิชา  สุขศึกษา  ข้อ 7 - 9

7.   สื่อชนิดใดมีอิทธิพลต่อการมีเพศสัมพันธ์ของวัยรุ่นมากที่สุด

 1) หนังสือ     2) โทรทัศน์     3) อินเทอร์เนต     4) วีดิทัศน์

เฉลย   3) อินเทอร์เนต  เพราะ การเข้าใช้งานอินเทอร์เนต สามารถพบได้ทั้งสื่อต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นภาพ ข้อความ คลิป และอื่นๆ  ส่วนหนังสือ โทรทัศน์ และวีดิทัศน์ มักได้ผ่านการเซนเซอร์มาก่อนแล้วจึงไม่น่ามีอิทธิพลมากเท่าอินเทอร์เนต

8.   ข้อใดเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ชีวิตครอบครัวแตกแยก

1) ทรัพย์สินเงินทอง     2) การศึกษา    

3) หน้าที่การงาน        4) ความไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน

เฉลย   4) ความไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน เพราะ คนเราถึงจะมีความแตกต่างในหลายๆด้าน ถ้าเราเข้าใจกัน ยอมรับซึ่งกันและกันได้ เราก็จะสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข

9.   โรคข้อใดไม่ใช่โรคติดต่อทางพันธุกรรม

1) ตาบอดสี     2) โรคหัวใจ     3) ทาลาสซีเมีย     4) เฮโมฟีเลีย

เฉลย   2) โรคหัวใจ เนื่องจาก โรคตาบอดสี และ โรคเฮโมฟิเลีย เป็นโรคที่เกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรมโดยถ่ายทอดผ่านโครโมโซม X หรือที่เราเรียกกันว่าเป็นประเภท X-linked gene ส่วนโรคทาลาสซีเมียก็ถ่ายทอดผ่านทางพันธุกรรม เช่นเดียวกัน โดยจะถ่ายทอดผ่านโครโมโซมร่างกาย (Autosome) 

ณัฐนิช  มณีวรรณกุล  ม.6/5  เลขที่ 14



 นางสาวพิชญา เปลี่ยนศิริ ม.6/5 เลขที่ 42

เฉลยแนวข้อสอบ O-net ปี 50 ข้อ 25-27

25. ในการเล่นกีฬา เมื่อเกิดอุบัติเหตุข้อเท้าเคล็ด นักกีฬาควรปฏิบัติอย่างไร

1. หยุดพัก ใช้ความเย็นประคบ ปล่อยให้ขาห้อยลง

2.หยุดพัก ใช้ความร้อนประคบ ยกขาขึ้นสูง

3.หยุดพัก ใช้ความเย็นประคบ ยกขาขึ้นสูง

4.หยุดพัก ใช้ความร้อนประคบ ปล่อยให้ขาห้อยลง

เฉลย ข้อ 3

อาการข้อเท้าเคล็ด เกิดจากการเคลื่อนไหวผิดท่า เช่น การบิด หรือ พลิก ของข้อเท้า วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเริ่มจากให้ข้อเท้าที่ได้รับบาดเจ็บพักนิ่งๆ ยกเท้าให้สูงเล็กน้อยเพื่อห้ามเลือดและลดอาการบวม จากนั้นประคบด้วยความเย็นทันทีนานอย่างน้อย  20 นาที แล้วยึดข้อเท้าให้นิ่งด้วยผ้ายืด ถ้าสวมรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าที่ผูกด้วยเชือก ให้คลายเชือกผูกรองเท้า แต่ไม่ต้องถอดรองเท้า ที่สำคัญที่สุด คือ ห้าม!  ประคบด้วยความร้อนภายใน 24 ชั่วโมง

26. การแข่งขันเซปักตะกร้อ ข้อใดถือว่าเป็นผลแพ้-ชนะ ที่ถูกต้อง

1. 11:9, 11:8

2. 15:13, 15:12

3. 21:19, 21:18

4. 25:23, 25:21

เฉลย ข้อ 3

ตามกติกาการแข่งขันเซปักตะกร้อ ทีมที่ชนะจะต้องทำคะแนนให้ได้ 21 คะแนน และจะต้องชนะกัน 2 เซต

27. การเล่นประเภทคู่ กีฬาใดมีวิธีการเล่นที่แตกต่างจากกีฬาอื่น

1. เทนนิส 2. แบดมินตัน 3.เทเบิลเทนนิส 4. วอลเลย์บอลชายหาด

 เฉลย ข้อ 4

เพราะกีฬาเทนนิส แบดมินตัน และเทเบิลเทนนิส ประเภทคู่ ในการแข่งขันขะต้องมีการกำหนดลำดับในการเสิร์ฟ-รับที่แน่นอนก่อนการแข่งขันจะเริ่ม แต่กีฬาวอลเลย์บอลชายหาดนั้นไม่จำเป็นต้องมีการกำหนดลำดับการเสิร์ฟ-รับที่แน่นอน


รูปภาพของ sss27475

เฉลยข้อสอบ O-NET ปี 2549 ข้อ 10-12

 

 

10. ข้อใดมีผลมากที่สุดต่อการเปลี่ยนแปลงของความอ้วน - ความผอม
1) อาหาร
2) พันธุกรรม
3) ฮอร์โมน
4) การออกกำลังกาย

ตอบ  ข้อ 1) อาหาร
  อาหารเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องบริโภคทุกวันในชีวิตประจำวันจึงมีผลมากที่สุดต่อการเปลี่ยนแปลงของความอ้วน - ความผอม
ซึ่งการได้รับอาหารถ้ามากไปก็ก่อให้เกิดความอ้วน ร่างกาย ได้รับสารอาหารเกินความพอดี วิตามินหรือแร่ธาตุบางตัวก็เข้าไป ก่อโรค ส่วนไขมันที่ร่างกายใช้ไม่หมด ก็เข้าไปสะสมในร่างกาย ถ้าขาดก็เช่นกัน ร่างกายไม่พอใช้ ระบบการทำงานในร่างกายผิดปกติ ก็ทำให้เกิดโรค และทำให้การเจริญเติบโตไม่เป็นไปอย่างปกติ



11. คาร์โบไฮเดรตที่เหลือใช้ในร่างกายจะถูกสะสมไว้ในรูปของสารใด
1) แป้ง
2) ไขมัน
3) ไกลโคเจน
4) กลูโคส

ตอบ 2) ไขมัน
 คาร์โบไฮเดรตที่เหลือใช้ในร่างกาย สามารถเปลี่ยนไปเป็นไขมัน และกรดอะมิโนที่ไม่จำเป็นแก่ร่างกาย ได้



12. สารอาหารคือข้อใด
1) การโภชนาการ
2) การบริโภคอาหาร
3) กรดไขมันอิ่มตัว
4) สิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

ตอบ 4) สิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
  สารอาหาร คือ  อาหารที่กินเข้าไปแล้ว ถูกย่อยด้วยกระบวนการย่อยจนได้โมเลกุลของอาหารที่เล็กลงจนร่างกายสามารถนำเอาไปใช้ได้


น.ส.ธาวินี  อินท์ชยะนันท์ ม.6/5 เลขที่ 35

 


รูปภาพของ sss27466

เฉลยข้อสอบ O-Net'50 ข้อ 33 และ ข้อ 37-39

33. ในช่วงฤดูหนาว ร่างกายต้องการความอบอุ่น ควรรับประทานอาหารในข้อใด

1. ส้มตำ

2. ข้าวมันไก่

3. กุ้งอบวุ้นเส้น

4. น้ำพริก ผักสด

ตอบ ข้อ 2. ข้าวมันไก่ เพราะในข้าวมันไก่มีสารอาหารจำพวกไขมัน ช่วยให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย 

37. เชื้อไข้หวัดนกสามารถแพร่เร็วในสภาพอากาศใด

1. มีความชื้นสูงและอุณหภูมิต่ำ

2. มีความชื้นต่ำและอุณหภูมิสูง

3. มีความชื้นต่ำและอุณหภูมิต่ำ

4. มีความชื้นสูงและอุณหภูมิสูง

ตอบ ข้อ 1. มีความชื้นสูงและอุณหภูมิต่ำ เพราะ เชื้อไวรัส ไข้หวัดนกที่อยู่ในน้ำมูก น้ำลาย หรือสิ่งคัดหลั่ง หรือในอุจจาระ มีชีวิตอยู่กลางแดดระหว่าง 33 - 35 oC ได้ไม่เกิน 30 นาที แต่ถ้าอยู่ในร่ม ที่ 25 - 35 oC เชื้ออาจอยู่ได้ตั้งแต่ 1 - 10 วัน (ขึ้นอยู่กับปริมาณไวรัส ความชื้น ถ้าความชื้นสูงและอุณหภูมิต่ำ เชื้ออาจอยู่ได้นานขึ้น)

38. จงพิจารณาว่ากิจกรรมใดเป็นกิจกรรมนันทนาการ

1. การเล่นฟุตบอลหลังเลิกเรียน

2. การซ้อมฟุตบอลของนักฟุตบอลโรงเรียน

3. การประกวดเต้นรำ

4. การชนไก่

ตอบ ข้อ 1. การเล่นฟุตบอลหลังเลิกเรียน  เพราะกิจกรรมนันทนาการตามความหมายแล้ว คือกิจกรรมที่ทำด้วยความสมัครใจ ไม่หวังสิ่งใดตอบแทน และไม่เป็นอบายมุข ซึ่งการซ้อมฟุตบอลของนักีฬา และการประกวดเต้นรำเป็นการทำเพื่อหวังผลตอบแทน และชัยชนะ และการชนไก่เป็นอบายมุขอย่างหนึ่ง เพราะฉะนั้นคำตอบที่ถูกจึงเป็นการซ้อมฟุตบอลหลังเลิกเรียน

39. ข้อใดเป็นอาการที่เกิดจากความเครียด

1. รับประทานอาหารมากว่าปกติ

2. ท้องเสีย

3. นอนไม่หลับ

4. ถูกทุกข้อ

ตอบ ข้อ 4.ถูกทุกข้อ เพราะอาการของคนที่มีความเครียด ได้แก่ ท้องเสีย หงุดหงิดง่าย นอนไม่หลับ ปวดศีรษะ รับประทานอาหารมาก หรือน้อยกว่าปกติ

โดย น.ส.ณัฏฐภัทร  โตด้วง  ม.6/5  เลขที่ 27


รูปภาพของ sss27457

ข้อสอบวิชาสุขศึกษา O - Net 51 ข้อ 37 - 40


37. กลวิธีการป้องกันการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ สามารถทำได้โดยวิธีใด
1. ตรวจเครื่องมือเครื่องใช้โดยสม่ำเสมอ
2. ปฏิบัติตนโดยยึดหลัก "ปลอดภัยไว้ก่อน"
3. หาความรู้ด้านความปลอยภัยที่ทันสมัย
4. ปฏิบัติตามกฏหมายความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด

ตอบ 2 เพราะเมื่อเรายึดหลักปลอดภัยไว้ก่อน ก็จะเกิดความประมาทน้อยลงและเป็นการเตือนตัวเองอยู่เสมอ

38. ถ้าเพื่อนนักเรียนมีเหตุทะเลาะวิวาทกัน นักเรียนควรปฏิบัติตนอย่างไรจึงจะดีที่สุด
1. รีบเข้าไปขวางและบอกให้ทั้งสองฝ่ายใจเย็นๆ
2. บอกให้เพื่อนทั้งคู่ใจเย็นและบอกให้เพื่อนไปตามครู
3. รีบดึงเพื่อนคนใดคนหนึ่งออกไปให้ไกลๆ
4. รีบเดินหนีไปให้เร็วที่สุดและไปแจ้งครู

ตอบ 3 เพราะการกันให้เพื่อนห่างกัน เป็นการป้องกันไม่ให้ทำร้ายซึ่งกันและกันได้โดยไม่ใช้ความรุนแรงและอารมณ์ฉุนเฉียวในขณะนั้นพูดอะไรก็คงไม่ฟัง การดึงเพื่อนให้ห่างจากกันจึงดีที่สุด

39. เมื่อนักเรียนพบคนจมน้ำที่หยุดหายใจ การช่วยฟื้นคืนชีพด้วยการผายปอดควรต้องทำเรื่องใดเป็นอันดับแรก
1. ควรเอาน้ำออกจากปอด
2. เปิดทางเดินลมหายใจให้ผู้ป่วย
3. จัดท่าให้ผู้ป่วยนอนให้สบายที่สุด
4. การปลดสิ่งที่รัดตรึงร่างกาย เช่น เข็มขัด

ตอบ 2 เพราะการเปิดทางเดินลมหายใจ จะทำให้ผู้ป่วยหายใจได้สะดวกขึ้นและเมื่อผายปอดก็จะรับอากาศได้มาก

40. ถ้านักเรียนพบผู้ที่ประสบอุบัติเหตุรถชน และต้องการความช่วยเหลือนักเรียนจะต้องทำสิ่งใดเป็นอันดับแรก
1. ตรวจสอบการหายใจและการเต้นหัวใจ
2. จับชีพจร และสำรวจร่างกาย
3. วัดอุณหภูมิของร่างกาย สังเกตการหายใจ
4. สังเกตม่านตา การหายใจ ลักษณะของสี

ตอบ 1 เพราะต้องตรวจสอบว่ายังมีชีวิตและสติอยู่หรือไม่ ก่อนส่งโรงพยาบาล

น.ส. รวิพร วิบูลย์กิจวรกุล ม.6/5 เลขที่ 22



Cool   เฉลยข้อสอบ O-Net ปี 52  ข้อ 10-12   Tongue out

 

10.  การกระทำในข้อใดไม่ใช่การแสดงความเอื้ออาทร

       1.  พาเพื่อนไปเที่ยวกลางคืน  

       2.  พาเพื่อนไปห้องพยาบาล

       3.  ให้เพื่อนยืมเงิน

       4.  จดการบ้านให้เพื่อน

ตอบ   ข้อ 1 เพราะ  พาเพื่อนไปเที่ยวกลางคืนเป็นการชักชวนเพื่อนไปในทางที่ผิด

 

11.  ข้อความใดไม่ถูกต้อง

       1.  หญิงเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เร็วกว่าชาย

       2.  การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองเป็นการระบายอารมณ์ทางเพศที่ไม่ควรกระทำ

       3.  การใส่สายเดี่ยวนุ่งกระโปรงสั้นอาจทำให้เกิดอาชญากรรมทางเพศได้

       4.  ชายสามารถมีลูกได้จนอายุ 60 ปี

ตอบ   ข้อ 4 เพราะ  ชายสามารถผลิตอสุจิได้ถึงอายุ 90 ปี  เพราะฉะนั้นชายอายุมากกว่า 60 ปี

                         ก็ยังสามารถมีลูกได้ 

 

12.  เมื่ออยู่ในวัยเรียน  หากนักเรีนหญิงตั้งครรภ์โดยไม่ตั้งใจ วิธีการแก้ปัญหาที่ควรกระทำ

       คือข้อใด

       1.  ปรึกษาผู้ใหญ่หรือครู อาจารย์

       2.  หาทางแก้ปัญหากับคู่รัก

       3.  ลาออกจากโรงเรียน

       4.  ทำแท้ง

ตอบ   ข้อ 1 เพราะ  ผู้ใหญ่หรือครู อาจารย์ เป็นผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์มากกว่า จึงสามารถ

                         ให้คำแนะนำที่ถูกต้องได้  และมีวุฒิภาวะพอที่จะให้การช่วยเหลือได้

 

 

Sealed  ชวิศา    จาตุรมาน    ม. 6/5    เลขที่ 31



 เฉลยข้อสอบ O-Net ปี 51 ข้อ 34-36

 

34. คนที่มีสมรรถภาพทางกายดีจะมีผลต่อสุขภาพอย่างไร
        1. ทำงานเหนื่อยช้าและหายเหนื่อยเร็ว
        2. ทำงานเหนื่อยช้าและหายเหนื่อยช้า
        3. ทำงานเหนื่อยเร็วและหายเหนื่อยช้า
        4. ทำงานเหนื่อยเร็วและหายเหนื่อยช้า
ตอบ ข้อ 1

        คำว่า “สมรรถภาพทางกาย” มีผู้เชี่ยวชาญได้ให้ความหมายกันไว้อย่างกว้างขวาง ซึ่งอาจจะกล่าวโดยสรุปได้ว่า

        สมรรถภาพทางกาย หมายถึงความสามารถของบุคคล ในอันที่จะใช้ระบบต่างๆของร่างกายประกอบกิจกรรมใดๆอันเกี่ยวกับการแสดงออก ซึ่งความสามารถทางร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือ ได้อย่างหนักติดต่อกัน โดยไม่แสดงอาการเหน็ดเหนื่อยให้ปรากฏและสามารถฟื้นตัวสู่สภาพปกติได้ในเวลาอันรวดเร็ว

35.การปฏิบัติตนข้อใด ที่จัดเป็นพฤติกรรมเสี่ยงต่อความปลอดภัยในชีวิตมากที่สุด
        1. การขับรถด้วยความเร็ว 100 กม. ต่อชั่วโมง
        2. การขับรถในขณะที่พูดโทรศัพท์มือถือ
        3. การไม่คาดเข็มขัดนิรภัยเมื่อนั่งเบาะหน้า
        4. สูบบุหรี่ขณะขับรถ
ตอบ ข้อ 2

        ขณะที่คุยโทรศัพท์สมาธิจะจดจ่ออยู่กับการพูดคุยเพียงอย่างเดียว เพราะคนเราไม่สามารถทำอะไรหลาย ๆ อย่างในเวลาเดียวกันได้ จึงทำให้การบังคับรถไปด้วยทำได้ยาก

36.กิจกรรมใดที่จัดเป็นการใช้กระบวนการทางประชาสังคม เพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยให้ชุมชนเข้มแข็ง
        1. การแต่งตั้งผู้ให้คำปรึกษาด้านครอบครัว
        2. การจัดหน่วยแพทย์อาสาไปตามชนบท
        3. การจัดชุดคุ้มครองหมู่บ้าน
        4. การจัดทำประชาพิจารณ์
ตอบ ข้อ 3

        ประชาสังคม คือ กระบวนการของประชาชนในการสร้างพื้นที่การเมืองสาธารณะของตนเอง การใช้กระบวนการทางประชาสังคม เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยให้ชุมชนเข้มแข็ง คือ การจัดชุดคุ้มครองหมู่บ้าน เพราะเป็นการรักษาความปลอดภัยของคนในชุมชน แต่การแต่งตั้งผู้ให้คำปรึกษา การจัดหน่วยแพทย์อาสา หรือการทำประชาพิจารณ์ ไม่ได้ทำให้ชุมชนปลอดภัย

น.ส. อริสรา  ฟุ้งสิริรัตน์  ม.6/5 เลขที่ 39



เฉลยข้อสอบ O-Net'51 ข้อ 25-27

25.  การแข่งขันกีฬาแบดมินตันประเภทชายเดี่ยว คะแนนในข้อใดถือว่ามีผลแพ้ชนะที่ถูกต้อง

          1. 11:8,11;7     2.  15:13,15:12     3.  21:19,21:18     4.  25:22,25:23

ตอบ   ข้อ 3

        เพราะในการแข่งขัยกีฬาแบดมินตันประเภทชายเดี่ยวนั้น คะแนนจะเป็นเซตละ 21 คะแนน

 

26.   การป้องกันตัวในข้อใดเป็นวิธีการที่ดีที่สุด

          1.  ลงมือก่อน     2.  หลีกเลี่ยง     3.  ใช้เครื่องทุ่นแรง     4.  ใช้อุปกรณ์ป้องกันตัว

ตอบ  ข้อ 2

       หลีกเลี่ยง เพราะเราเสียหายน้อยที่สุด เนื่องจากเรายังไม่ได้เจอกับสิ่งๆนั้น โดยที่เรารู้จักที่จะหลีกเลี่ยงกับสิ่งที่ไม่ดี สิ่งนั้นๆก็จะไม่เกิดกับตัวเรา ส่วนข้ออื่นที่เหลือนั้น เหมือนกับว่าสิ่งๆนั้นเกิดกับเราแล้ว และการป้องกันตัวนั้น ก็เป็นการป้องกันตัวที่กะทันหัน ซึ่งเสี่ยงที่จะผิดพลาดกับการป้องกันแบบนี้ได้

  

27.  กิจกรรมนันทนาการในข้อใด ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุด

          1.  ไปเล่นกีฬากับเพื่อน   2.  ไปงานเลี้ยงสังสรรค์กับเพื่อน  

          3.  ไปร่วมปลูกป่า          4.  ไปช่วยเหลือเด็กกำพร้า

ตอบ   ข้อ 1

        อันที่จริงแล้วคำตอบในทุกๆข้อนั้น เป็นกิจกรรมนันทนาการทั้งหมด แต่ข้อที่มากที่สุดก็คือ

ข้อ 1. เพราะการออกกำลังกายนั้น ทำให้เรามีสุขภาพร่างกายที่ดี ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรคและยังทำให้เราแข็งแรงขึ้นอีกด้วย  จึงเป็นกิจกรรมนันทนาการที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุด

ส่วน ข้อ 2. ไม่น่าจะมีประโยชน์ต่อร่างกาย และอีกอย่างการไปสังสรรค์คงจะมีการดื่มสุรา ซึ่งยังเป็นผลเสียต่อร่างกายด้วยซ้ำ

ข้อ 3. และ 4. น่าจะมีประโยชน์ต่อสังคมและส่วนรวมมากกว่า

 



เฉลย ข้อสอบ Onet 49 ข้อ 43-45
43. ความเชื่อด้านสุขภาพอะไรมีผลที่สำคัญในเรื่องการปรับเปลี่ยน และความคงอยู่ต่อพฤติกรรมสุขภาพของบุคคล
1. ความรู้ การกระตุ้น กดดัน
2. ความเป็นอยู่ การเกิดโรค การรักษา
3. ร่างกาย จิตใจ ฮอร์โมน
4. ความรู้ เจตคติ การปฏิบัติ
ตอบ 4.
พฤติกรรมสุขภาพหมายถึง  การปฏิบัติหรือการแสดงออกของบุคคลใน    การกระทำหรืองดเว้นการกระทำในสิ่งที่มีผลต่อสุขภาพของตนเอง  โดยอาศัยความรู้ 
ความเข้าใจ  เจตคติ  และการปฏิบัติตนทางด้านสุขภาพด้านต่าง ๆ  คือสุขภาพกาย  จิตใจ/อารมณ์  และสังคม ที่มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันอย่างสมดุล
ที่มา : http://gotoknow.org/blog/wellness/22590

44. ข้อใดไม่ใช่ระบบเฝ้าระวังที่เน้นระบบเฝ้าระวังเชิงรุกร่วมกันที่มีส่วนร่วมต่อแนวทางการป้องกันโรคติดต่อ
1. การตรวจสุขภาพเพื่อค้นหาโรค
2. การรักษาโรคที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน
3. ศึกษาพฤติกรรมการบริโภค
4. ศึกษาและเฝ้าระวังโรคทางพันธุกรรมเพิ่มขึ้น
ตอบ 2. เพราะเป็นการเฝ้าระวังเชิงรับ
การเฝ้าระวัง (surveillance) มีความหมายว่า "การตรวจสอบอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องในทุกด้านต่อการกระจายโรคซึ่งเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดการระบาด" ซึ่งมีความ
จำเป็นต้องมีการตรวจวัดเพื่อที่จะได้ทราบถึงระดับความชุกของโรคตลอดจนการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ในกรณีโรค FMD ซึ่งเป็นโรคที่ระบาดในกลุ่มประชากร
สัตว์ จำเป็นจะต้องใช้การประมาณค่า (estimate) เพื่อให้ทราบถึงความชุกชุมของโรคในระดับประชากร ซึ่งจะทำได้โดยการสุ่มตัวอย่าง (sampling)

การเฝ้าระวังเชิงรับ (passive surveillance) จะเป็นการรายงานเมื่อมีการปรากฏอาการโรคที่ต้องสงสัย ซึ่งจะใช้การรณรงค์ให้สาธารณชน
รวมถึงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดตื่นตัวต่อโรคที่ปรากฎ การเฝ้าระวังเชิงรับมักจะนำไปสู่การประมาณสถานการณ์โรคที่ต่ำเกินความเป็นจริง จึงต้องใช้การเฝ้าระวังเชิงรุกด้วย
(active surveillance) โดยจะมีการตรวจสอบสัตว์ที่ด่านกักกันสัตว์, โรงฆ่าสัตว์, จุดตรวจ, ตลาด และฟาร์มเกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามจุดเสี่ยง การเฝ้าระวังเชิงรุกจะมีการศึกษาตรวจทางซีรั่มเพื่อที่จะตรวจจับการติดเชื้อ
ที่มา : http://www.dld.go.th/region9/CSS_DLD9/FMDC03.html

45. หลักในการออกกำลังกายเพื่อให้หัวใจแข็งแรง ใช้อักษรย่อตามข้อใด
1. FITT
2. FITG
3. FIIT
4. FITI
ตอบ 1.
F = ความบ่อยในการออกกำลังกาย 3-5 ครั้ง/สัปดาห์
I = ให้ความหนักหรือเหนื่อยอยู่ในช่วงร้อยละ 55-85 ของอัตราการเต้นสูงสุดของหัวใจ
T = ควรออกกำลังกายอย่างน้อยนานประมาณ 15-30 นาที/ครั้ง
T = เลือกชนิดและประเภทของกิจกรรมที่เหมาะสม
ที่มา : http://bmamedia.in.th/index.php?option=com_docman&task=doc_download&gid=476

เฉลย ข้อสอบ Onet 51 ข้อ 22-24
22. การแข่งขันฟุตบอล มีเวลาแข่งขันและเวลาพักในข้อใดถูกต้อง
1. แข่งขัน 2 ครึ่งๆละ 40 นาที พักระหว่างครึ่ง 5 นาที
2. แข่งขัน 2 ครึ่งๆละ 45 นาที พักระหว่างครึ่ง 5 นาที
3. แข่งขัน 2 ครึ่งๆละ 40 นาที พักระหว่างครึ่ง 10 นาที
4. แข่งขัน 2 ครึ่งๆละ 45 นาที พักระหว่างครึ่ง 10 นาที
ตอบ 4.
จะแบ่งเป็นครึ่งๆละ 45 นาที โดยเวลาแข่งขันจะมีการนับเวลาตลอด แม้ว่าฟุตบอลจะถูกเตะออกจากสนามและกรรมการสั่งให้หยุดเล่นก็ตาม และมีเวลาพักครึ่ง 10 นาที
ที่มา : http://www.cm-tsr.com/images/1099986015/RK.doc

23. การแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอลระหว่างทีมไทยกับทีมจีน คะแนนในข้อใดถือว่ามีผลแพ้ ชนะที่ถูกต้อง
1. 25:23,13:25,26:24,20:25,25:22
2. 25:21,21:25,25:18,20:25,12:15
3. 18:25,17:25,25:19,20:25,25:23
4. 25:18,25:9,19:25,18:25,27:26
ตอบ 1.
การนับคะแนน ฝ่ายชนะต้องชนะอีกฝ่าย 3 ใน 5 เซต โดยถ้าผู้เสิร์ฟเป็นผู้ทำเสียจะเสียทีละหนึ่งคะแนน จนถึง 25 คะแนน จะเป็นฝ่ายชนะ แต่ถ้ามีคะแนน 25 เท่ากัน
หรือเรียกว่าการดิวส์ ต้องมีคะแนนห่างกัน 2 คะแนน
ที่มา : http://www.tlcthai.com/webboard/view_topic.php?table_id=1&cate_id=130&post_id=18146

24.การแข่งขันกีฬาประเภททีมชนิดใด ที่เมื่อพาลูกไปเล่นในแดนคู่แข่งแล้วไม่สามารถส่งลูกกลับมาเล่นในแดนตัวเองได้
1. ฮอกกี้
2. รักบี้
3. แฮนด์บอล
4. บาสเกตบอล
ตอบ 4.
ข้อบังคับ
ลูกสามารถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าเข้าหาห่วงโดยการชู้ต การส่งระหว่างผู้เล่น การขว้าง การเคาะลูก การกลิ้งลูก หรือ การเลี้ยงลูก (โดยการให้ลูกกระเด้งกับพื้นขณะวิ่ง ภาษาอังกฤษเรียก ดริบบลิง, dribbling)
ลูกจะต้องอยู่ในสนาม ทีมสุดท้ายที่สัมผัสลูกก่อนที่ลูกจะออกนอกสนามจะสูญเสียการครองบอล ผู้เล่นห้ามขยับขาทั้งสองพร้อมกันในขณะเลี้ยงลูก (เรียกว่า แทรเวลลิง, travelling) เลี้ยงลูกพร้อมกันทั้งสองมือ หรือเลื้ยงลูกแล้วจับลูกแล้วเลี้ยงลูกต่อ (เรียกว่า ดับเบิล-ดริบบลิง, double-dribbling) เวลาเลี้ยงมือของผู้เล่นต้องอยู่ด้านบนของลูก มิฉะนั้นจะนับว่า ถือลูก (carrying) ถ้าทีมพาลูกไปยังแดนของฝ่ายตรงข้ามของสนาม (frontcourt) แล้ว ห้ามนำลูกกลับเข้าแดนตนเอง (backcourt) อีก ห้ามเตะหรือชกลูก ถ้าทำผิดกฎข้อห้ามเหล่านี้จะเสียการครองบอล อีกฝ่ายจะเป็นฝ่ายได้ลูกไปเล่น แต่ถ้าฝ่ายรับทำผิดกฎฝ่ายที่ครองบอลจะได้เริ่มช็อตคล็อกใหม่
ผู้เล่นจะต้องนำลูกจากแดนตัวเองข้ามเข้าแดนตรงข้ามภายในเวลาที่กำหนด (8 วินาทีทั้งในกติกาสากลและเอ็นบีเอ) ต้องชู้ตภายในเวลา 24 วินาที ถือลูกขณะที่ถูกยืนคุมโดยฝ่ายตรงข้ามไม่เกิน 5 วินาที อยู่ในบริเวณใต้แป้นไม่เกิน 3 วินาที กฎเหล่านี้มีไว้เป็นรางวัลแก่การตั้งรับที่ดี
ห้ามผู้เล่นรบกวนห่วง หรือ ลูกขณะเคลื่อนที่คล้อยลงมายังห่วง หรือ ขณะอยู่บนห่วง (ในเอ็นบีเอ ยังรวมกรณีลูกอยู่เหนือห่วงพอดี) การฝ่าฝืนข้อห้ามนี้เรียก โกลเทนดิง (goaltending) ถ้าฝ่ายรับทำผิด จะถือว่าการชู้ตสำเร็จและอีกฝ่ายได้คะแนน แต่ถ้าฝ่ายรุกทำผิด จะไม่คิดคะแนนการชู้ตนี้ และเสียการครองบอล
ที่มา : http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%A5#.E0.B8.81.E0.B8.8E.E0.B9.81.E0.B8.A5.E0.B8.B0.E0.B8.81.E0.B8.95.E0.B8.B4.E0.B8.81.E0.B8.B2

สินีนาฏ  สัพทานนท์ เลขที่ 17 ชั้น ม. 6/5


รูปภาพของ sss27322

เฉลยแนวข้อสอบ O-NET'49 ข้อ 16-18

16. ข้อใดคืออาหารที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของร่างกายมากที่สุด
                           1. ข้าวเหนียว ส้มตำ
                           2. ข้าวเหนียว หมูย่าง
                           3. ข้าวเหนียว สังขยา
                           4. ข้าวเหนียว หน้ากุ้ง

ตอบ 2. ข้าวเหนียว หมูย่าง

เพราะ หยูย่างเป็นสารอาหารจำพวกโปรตีน ซึ่งโปรตีนเป็นสารอาหารที่เราควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก เพราะ 80 เปอร์เซ็นต์ของร่างกาย ล้วนแต่ประกอบด้วยโปรตีน ดังนั้นหากร่างกายเราขาดโปรตีนแล้ว จะก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกายมากมายอย่างเห็นได้ชัดเจนมาก

http://www.seabuckthornthai.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=5364844&Ntype=5


17. ข้อใดคือคุณสมบัติของกรดไขมันไม่อิ่มตัว
      1. จุดหลอมเหลวสูง   แข็งตัวง่าย
      2. จุดหลอมเหลวต่ำ   แข็งตัวง่าย
      3. จุดหลอมเหลวสูง   แข็งตัวยาก
      4. จุดหลอมเหลวต่ำ   แข็งตัวยาก

ตอบ   4. จุดหลอมเหลวต่ำ   แข็งตัวยาก

เพราะ กรดไขมันไม่อิ่มตัว (unsaturated fatty acid) เป็นกรดไขมันที่พันธะระหว่างอะตอมคาร์บอนกับคาร์บอนยึดเหนี่ยวด้วยพันธะคู่อย่างน้อย 1 พันธะ ซึ่งมีจำนวนอะตอมคาร์บอนน้อยกว่ากรดไขมันอิ่มตัว 2 อะตอม จึงทำให้จุดหลอมเหลวต่ำ
http://www.promma.ac.th/chemistry/Biomolecule/Biomolecule041.htm


18. ข้อใดคือคุณสมบัติของกรดไขมันอิ่มตัว
      1. จุดหลอมเหลวสูง   แข็งตัวง่าย
      2. จุดหลอมเหลวต่ำ   แข็งตัวง่าย
      3. จุดหลอมเหลวสูง   แข็งตัวยาก
      4. จุดหลอมเหลวต่ำ   แข็งตัวยาก

ตอบ 1. จุดหลอมเหลวสูง   แข็งตัวง่าย

เพราะ กรดไขมันส่วนมากมีจำนวนคาร์บอนอะตอม C12 - C18 กรดไขมันไม่ละลายน้ำ กรดไขมันจะมีจุดเดือดและจุด หลอมเหลวสูงขึ้นตามจำนวนคาร์บอนอะตอมที่เพิ่มขึ้น และกรดไขมันอิ่มตัวมีจุดเดือดสูงกว่า กรดไขมันไม่อิ่มตัว ที่มีมวลโมเลกุลใกล้เคียงกัน ถ้าเป็นกรดไขมันอิ่มตัวมาก จะเป็นไขมัน

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7



เฉลยข้อสอบ O-Net’ 50 ข้อ 10-12

10. ข้อใดมีผลมากที่สุดต่อการเปลี่ยนแปลงของความอ้วน-ผอม               
1. อาหาร               
2. พันธุกรรม               
3. ฮอร์โมน
4. การออกกำลังกาย 
ตอบ 3 เนื่องร่างกายของเรามีฮอร์โมนที่เกี่ยวกับความหิว 2 ชนิด คือ 
1. เกรลิน (Ghrelin)เป็นฮอร์โมนกระตุ้นความหิว
2.ส่วนเล็ปติน (Leptin)เป็นฮอร์โมนที่กดความหิว


ที่มาของข้อมูล  http://www.never-age.com/diet/diet.php?did=241


11. คาร์โบไฮเดรตที่เหลือใช้ในร่างกายจะถูกสะสมไว้ในรูปของสารใด   
            
1. แป้ง                2. ไขมัน                3. ไกลโคเจน                4. กลูโคส

ตอบ  2  เพราะถึงขั้นแรกร่างกายจะเก็บสะสมคาร์โบไฮเดรต
ที่เหลือใช้ไว้ในรูปของไกลโคเจน แต่เนื่องจากร่างกาย
มีการสะสมไกลโคเจนได้อย่างจำกัด จึงต้องเก็บไปเก็บในรูปไขมัน


ที่มาของข้อมูล http://www.rbru.ac.th/courseware/science/4031102/lesson1
/lesson1.5.htmlhttp://www.incomen.com/forum/index.php?topic=171.0;wap2  


12. สารอาหารคือข้อใด               
1. การโภชนาการ               
2. การบริโภคอาหาร               
3. กรดไขมันอิ่มตัว
4. สิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

ตอบ  4 สารอาหาร คือสิ่งที่ให้พลังงาน และทำให้ร่างกายเจริญเติบโต

ที่มาของข้อมูล http://writer.dek-d.com/Writer/story/
viewlongc.php?id=397503&chapter=56

 

น.ส.อรอนงค์ พรศิริธารา เลขที่ 19



 เฉลยแนวข้อสอบ O-Net ปี่ 50 (ข้อ 46 - 48)

46. การป้องกันอันตรายจากการใช้ยาสามารถทำได้ดังนี้

    1. ถูกคน  ถูกเวลา  ถูกทาง  ถูกขนาด  และถูกโรค

    2. ถูกขนาด  ถูกคน  ถูกสถานการณ์  และถูกปริมาณ

    3. ถูกหลัก  ถูกเวลา  ถูกชนิด  และถูกคน

    4. ถูกฉลาก  ถูกวิธีการ  และถูกต้องกับอาการ

ตอบ   ข้อ 1   เพราะ

1. ใช้ให้ถูกโรค เช่นท้องเสียต้องกินยาแก้ท้องเสียเป็นต้น
2. ใช้ให้ถูกคน  เช่นยาสำหรับนายสมหมาย ก็ให้ใช้กับนายสมหมายเท่านั้น ไม่ควรใช้กับคนอื่นโดยเพียงสังเกตว่า มีอาการเดียวกัน
3. ใช้ให้ถูกขนาดและระยะเวลาในการรักษา ไม่ควรกินยาเป็นสองเท่าตามที่สั่ง เนื่องจากจะก่อให้เกิดพิษของยาได้
4. หมั่นศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับโรคที่พบบ่อย หรือใช้บ่อยในชีวิตประจำวัน
5. ต้องรู้รายละเอียดกับผู้ใช้ยา เช่น อายุ น้ำหนัก ประวัติการแพ้ยา มีครรภ์หรือให้นมบุตรหรือไม่ โรคประจำตัวอื่นๆ
6. ถ้าไม่มั่นใจในการใช้ยาให้ปรึกษาเภสัชกรใกล้บ้านท่าน เช่นร้านขายยา โรงพยาบาล หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด

http://www.angelfire.com/pro/methin/medicine.html

 

 47. การใช้ทักษะการปฏิเสธเมื่อเพื่อนชวนสูบบุหรี่มีหลักในการปฏิบัติอย่างไร

    1. ปฏิเสธไม่สูบบุหรี่ด้วยน้ำเสียงที่แสดงความจริงจังแต่เป็นมิตร

    2. ปฏิเสธแบบบอกปัดว่าบุหรี่เป็นสิ่งไม่ดีและรีบเดินหนี

    3. ปฏิเสธโดยอ้างผู้ปกครองบอกว่าคนสูบบุหรี่เป็นไม่ดี

    4. ปฏิเสธโดยขอเลื่อนการทดลองสูบบุหรี่ไปก่อน

ตอบ   ข้อ  2   เพราะ เราต้องรู้จักป้องกันตนเองให้พ้นจากสิ่งที่เป็นอบายมุขซึ่งจะชักจูงเราไปในทาง
                           ที่ไม่ดี และบุหรี่เป็นสิ่งที่ไม่ดีต่อคนรอบๆข้างและที่สำคัญไม่ดีกับตัวเราเองด้วย

 

48. การสอนเด็กให้เป็นผู้ใหญ่ที่ไม่นิยมใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา สามารถทำได้อย่างไร

    1. พ่อแม่ต้องพูดสอนให้ลูกรู้จักแก้ปัญหาด้วยการมีสติ

    2. พ่อแม่และลูกจะต้องไม่เคยเกิดปัญหาความขัดแยงระหว่างกัน

    3. ครอบครัวต้องไม่ใช้คำพุดรุนแรงหรือใช้กำลังในการแก้ปัญหา

    4. พ่อแม่ต้องยกตัวอย่างการแก้ปัญหาความขัดแย้งที่ถูกต้องให้เด้กเข้าใจ

ตอบ   ข้อ 3   เพราะ  โดยทั่วไปพฤติกรรมก้าวร้าวจะถือว่าเป็นปัญหาก็ต่อเมื่อเกิดขึ้นบ่อย
                           และมีความรุนแรง กระทบต่อการดำเนินชีวิตของเด็กต่อความสัมพันธ์
                           กับคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นบุคคลในครอบครัว เพื่อนหรือครู ซึ่งปัญหา
                           พฤติกรรมก้าวร้าวนี้ หากไม่ได้รับการดูแลแก้ไขที่เหมาะสม ก็จะกลาย
                           เป็นอุปนิสัยติดตัวจนถึงวัยผู้ใหญ่ กลายเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิต
                           ทั้งชีวิตการทำงานและชีวิตครอบครัว ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จเท่า
                           ที่ควร นอกจากนี้ถ้าหากจะต้องเป็นพ่อแม่คนและใช้พฤติกรรก้าวร้าว
                           ในการแก้ปัญหาก็จะกลายเป็นแบบอย่างให้เด็กรุ่นลูกดำเนินตาม 
                           สร้างปัญหาให้กับคนในรุ่นต่อๆ ไปไม่จบสิ้น

http://www.manarom.com/n47.html

 

น.ส.เณริญา   ยวดขุนทด   ม.6/5   เลขที่ 28 



แก้ไข .. (เฉลยแนวข้อสอบ O-Net ปี่ 50 ข้อ 49-50)

49. เมื่อนักเรียนโดนแมลงมีพิษต่อย นักเรียนจะเลือกใช้สมุนไพรชนิดใด
1. ฝรั่ง
2. พญายอ
3. ตำลึง
4. ฟ้าทลายโจร

ตอบ 2 พญายอ

 เพราะสรรพคุณของใบพญายอนี้รักษาอาการอักเสบเฉพาะที่ (ปวด บวม แดง ร้อนแต่ไม่มีไข้) จากแมลงที่มีพิษกัดต่อยเช่น ตะขาบ แมงป่อง ผึ้งต่อย ต่อ แตน ต่อย
http://www.samunpai.com/samunpai/show.php?id=82&cat=1

ส่วนสมุนไพรอีก3ตัวมีสรรพคุณดังนี้ :

ฝรั่ง : ใบฝรั่งมีฤทธิ์ต่อระบบทางเดินอาหาร ลดการบีบรัดตัวของลำไส้ เพราะมีสารแทนนิน จัดเป็นยาสมาน รักษาอาการท้องร่วงเฉียบพลัน
http://www.learningthai.com/comprehension/7534.htm

ตำลึง : ใบใช้ในการแก้ไข้ตัวร้อน ตาแดง ตาเจ็บ เถานำน้ำต้มจากเถาตำลึงมาหยอดตาแก้ตาแดง ตาฟาง ดอกตำลึงช่วยทำให้หายจากอาการคันได้ รากใช้แก้อาการอาเจียน ตาฝ้า น้ำยางจากต้นและใบช่วยลดน้ำตาลในเลือด
http://guru.sanook.com/pedia/topic/%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%A5%E0%B8%B6%E0%B8%87/

ฟ้าทะลายโจร : เหมาะสำหรับ "หวัด ร้อน" คืออาการที่เหงื่อออก เจ็บคอ กระหายน้ำ ท้องผูก ปัสสาวะมีสีเข้ม แต่ฟ้าทะลายโจร จะไม่เหมาะกับผู้ที่มี อาการของ "หวัดเย็น" คือ ไม่มีเหงื่อ อุ้งมือ อุ้งเท้าเย็น ปัสสาวะมาก รู้สึกหนาวสะท้าน"
http://www.ku.ac.th/e-magazine/february45/agri/far.html

50. สิ่งเสพติดหมายถึงอะไร

1. สิ่งที่เสพแล้วทำให้สุขภาพดีขึ้น
2. สิ่งที่เสพแล้วอยากเสพอีกเรื่อยๆ
3. สิ่งที่เสพเข้าไปแล้วทำลายสุขภาพร่างกาย
4. สิ่งที่เสพแล้วไม่สามารถเลิกเสพได้

ตอบ 2 เพราะ
สิ่งเสพติด  หมายถึงสิ่งที่เสพเข้าไปในร่างกายแล้วทำให้ร่างกายต้องการสารนั้นในปริมาณที่เพิ่มขึ้นไม่สามารถหยุดได้  มีผลทำให้ร่างกายทรุดโทรมและสภาวะจิตใจผิดปกติ ซึ่งคำตอบข้อ 2 แสดงความหมาย ที่หนักแน่นที่สุด คำตอบจึงเป็นข้อ 2
http://www.thaigoodview.com/library/teachershow/bangkok/nongkran_t/sec02p01.html

น.ส. จิตราภรณ์ นันทุรัตน์ ม.6/5 เลขที่ 38