เลือด



เลือด (blood)
เลือดเป็นของเหลวในร่างกายที่อยู่นอกเซลล์ มีคุณสมบัติเป็นเนื้อเยื่อชนิดหนึ่ง มีอยู่ประมาณ 7 - 9 % ของน้ำหนักตัว
หรือประมาณ 75 ลบ.ซม. ต่อน้ำหนักตัว 1 กก. (โดยเฉลี่ยทั่วร่างกายจะมีเลือดอยู่ประมาณ 5 ลิตร สำหรับผู้ใหญ่ที่น้ำหนักตัว 70 กก.)
โดยเลือดมีคุณสมบัติเป็นด่างอ่อนๆ มีค่า pH ประมาณ 7.3 - 7.4  (เลือดแดง ค่าpH 7.4 เลือดดำ ค่าpH 7.35)
องค์ประกอบของเลือด
1. น้ำเลือด (plasma) มีเลือด (plasma) เป็นส่วนที่เป็นของเหลวของเลือดทั้งหมด มีสีเหลืองอ่อน ค่อนข้างใส มีปริมาณ 55 % ของปริมาตรเลือด น้ำเลือดประกอบด้วย
             1.1 น้ำ
             1.2 สารอาหาร     เช่น กลูโคส  กรดไขมัน โคเลสเตอรอล กรดอะมิโน วิตามิน
             1.3 โปรตีน ที่เป็นเอมไซน์ ฮอร์โมน แอนติบอดี และ ไฟบริโนเจน
             1.4 ของสีย เช่น กรดยุริก ยูเรีย แอมโนเนีย     
2.      เม็ดเลือด เม็ดเลือด (blood corpuscle) มีปริมาณ 45 % ของปริมาตรเลือดทั้งหมด ส่วนที่เป็นเม็ดเลือดประกอบด้วย
           2.1. เม็ดเลือดแดง (erythrocyte หรือ red blood corpuscle)
           2.2. เม็ดเลือดขาว (leucocyte หรือ white blood corpuscle)
           2.3. แผ่นเลือด (platelet หรือ thrombocyte)
สาระน่ารู้     

          ถ้านำเลือดที่ผสมสารที่ป้องกันการแข็งตัวของเลือด (anticoagulant) เช่น EDTA (ethylene diaminetetraacetate) หรือ Sodium citrate หรือ Heparin มาใส่ลงในหลอดแก้วแล้วทดลองนำไปปั่นด้วยเครื่องปั่น จะพบว่าเลือดแบ่งเป็น2 ส่วนคือ ส่วนที่เป็นเม็ดเลือด ซึ่งหนักกว่าจะตกตะกอนอยู่ชั้นล่างเป็นปริมาณ 45 % และส่วนที่เป็นพลาสมาจะอยู่ชั้นบนเป็นปริมาณ 55 % ของปริมาณเลือดอัดแน่น ส่วนเกล็ดเลือดจะอยู่ระหว่างชั้นของน้ำเลือดและเม็ดเลือด

 

เม็ดเลือดแดง

ข้อเปรียบ

เซล์เม็ดเลือดแดง
รูปร่าง กลมแบนตรงกลาวเว้า เรียกว่า biconcave disc
ขนาด 7-8ไมครอน
ลักษณะ มีฮีโมโกบินเมื่อเจริญเต็มที่ไม่นิวเคลียส ไม่มีไมคอนเดรียและกอจิบอดี
อายุ 90-120 วัน
จำนวน ชาย 4.6 – 6.2 ล้านเซลล์ /1ลุกบาศก์มิลลิเมตรหญิง 4.2 – 5.4 ล้านเซลล์ /1ลุกบาศก์มิลลิเมตร
หน้าที่ ลำเลียงก๊าซหายใจ
แหล่งที่สร้าง ก่อนคลอด  ไขกระดูก ม้าม ตับ ต่อมน้ำเหลือง ภุงไข่แดง                    หลังคลอด ไขกระดูก
แหล่งทำลาย ไขกระดูก

   เม็ดเลือดขาว

ข้อเปรียบเทียบ

เซลล์เม็ดเลือดขาว
รูปร่าง ค่อนข้างกลม
ขนาด มักใหญ่กว่าเม็ดเลือดแดง มีนิวเคลียส
อายุ ขึ้นกับชนิด
จำนวน 5000-10000เซลล์ /1ลุกบาศก์มิลลิเมตร
หน้าที่ กำจัดสิ่งแปลกปลอมโดยวิธีฟาโกไซโทซิส และ สร้างแอนติดบอดี                                          
ประเภทและแหล่งที่สร้าง

1.กรานูโลไซล์ สร้างจาก ม้ามและ ไขกระดูก

-เบโซฟิล

-เอซิฟิล

-นิวโรฟิล

2.อะกรานูโลไวต์ สร้างจากต่อมไทมัส ต่อมน้ำเหลือง ม้าม

 -โมโนไซต์

-ลิมโฟไซต์  หรือเม็ดน้ำเหลือง มี2 มี2ชนิด   คือ B เซลล์ ที่พัฒนาจากไขกระดูก  ,  T เซลล์ เจริญพัฒนามาจากต่อมไทมัส 

แหล่งทำลาย ตับ ม้าม ต่อมน้ำเหลือง

เกล็ดเลือด
           เกิดจากชิ้นส่วนของ cytoplasm ของเซลล์ที่มีขนาดใหญ่ (ชื่อ Megakaryocytes ในกระดูก) ที่แตกออกจากกัน
 และหลุดเข้าสู่เส้นเลือด ไม่มีนิวเคลียส มีรูปร่างไม่แน่นอน เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2 ไมครอน
(มีขนาดเล็กว่าเซลล์เม็ดเลือดแดงประมาณ 4 เท่า) มีประมาณ 2.5 - 5 แสนชิ้น / เลือด 1 ลูกบาศก์มิลลิเมตร
มีอายุสั้นประมาณ 3 - 4 วันเท่านั้น มีหน้าที่ ช่วยให้เลือดแข็งตัว (blood clotting) โดยการสร้างสารทรอมโบพลาสติน (tromboplastin)
ออกมา

การแข็งตัวของเลือด(blood clotting)        
มี 4 ขั้นตอนใหญ่ๆ คือ
ขั้นที่1 เกิดสาร Tromboplastin จากเพลตเลตและเนื้อเยื่อที่ได้รับอันตราย
ขั้นที่ 2 Tromboplastin ที่เกิดขึ้นจะไปเปลี่ยน Prothrombin ให้กลายเป็น Thrombin โดยอาศัยแคลเซียมอิออน
             และปัจจัยในการแข็งตัวของเลือดบางตัวในพลาสมาเข้าช่วย โดย Prothrombin สร้างมาจากตับโดยอาศัยวิตามิน K
ขั้นที่ 3 Thrombin จะไปเปลี่ยน Fibrinogen ในเลือดให้เป็น Fibrin
ขั้นที่ 4 Fibrin เส้นเล็กๆที่เกิดขึ้นจะรวมตัวกันเป็นเส้นใยไฟบริน โดยการช่วยเหลือจาก Ca2+ และปัจจัยที่ทำให้ไฟบรินอยู่ตัว
              และไปประสานกันเป็นร่างแห ต่อมาจะมี เพลตเลต และเม็ดเลือดต่างๆมาเกาะบนร่างแห จึงทำให้เลือดหยุดไหล

                                                                โรคที่เกี่ยวกับโลหิต

โรคโลหิตจาง
          หมายถึงโรคที่เกิดจากร่างกายมีเซลล์เม็ดเลือดแดง (erythrocyte) น้อยกว่าปกติ
 (น้อยกว่า 3.5 ล้านเซลล์ต่อเลือด 1ลูกบาศก์มิลลิเมตร) หรือเกิดจากเซลล์ของเม็ดเลือดแดงแต่ละเซลล์มี haemoglobin น้อย
สาเหตุ    เกิดจากการรับประทานอาหารไม่เพียงพอ ทำให้ขาดธาตุเหล็ก (Fe) ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้าง
 haemoglobin หรืออาจเกิดจากการขาดวิตามิน B12
          โรคโลหิตจางไม่อาจตัดสินได้ด้วยตา เพื่อให้แน่นอนควรวัดจากจำนวนเซลล์เม็ดเลือดแดง / 1 ลูกบาศก์เมตร  
หรือวัดจากความเข้มข้นของสี haemoglobin

โรคโพลีไซทีเมีย
หมายถึง โรคที่เกิดมาจากเซลล์เม็ดเลือดแดง มีจำนวนมากกว่าปกติ (มากกว่า 6 ล้าน 5 แสนเซลล์ / 1 ลบ.มม.)
ทำให้เลือดมีความหนืดมาก และหัวใจต้องทำงานหนักกว่าปกติ