โรคต่อมน้ำเหลืองอักเสบ



  แหล่งที่มารูปภาพ :http://www.technoinhome.com/vspcite/site/wb03/jpg/008/wb0300888002216b.jpg

ชื่อโรค : ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ    (Lymphadenitis) 

อยู่ในกลุ่มโรคประเภท : โรคติดเชื้อ 

ผู้ค้นพบ : ไม่ค้นพบ   

สาเหตุของการเกิดโรค :
มักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย กลุ่มสเตรปโตค็อกคัส และสแตฟฟีโลค็อกคัสซึ่งลุกลามมาจากโรคติด เชื้อแบคทีเรียของผิวหนังในบริเวณใกล้เคียง เช่น บาดแผลอักเสบผิวหนังอักเสบ เป็นต้น   

อาการ : อาการแสดงสามารถแบ่งเป็น 2
ระยะ คือ            2.1 อาการเฉียบพลันลักษณะอาการที่เกิดขึ้นอย่างทันที่และเกิดขึ้นอย่างทันทีและเกิดขึ้นซ้ำกันปีละหลายๆครั้ง โดยมีการอักเสบของต่อมและทางเดินน้ำเหลือง ต่อมน้ำเหลืองบวมโต ปวด
มีไข้ และความรู้สึกไม่สบายกายร่วมด้วย อาการที่เกิดขึ้นเป็นนานประมาณ 3-5วัน และจะหายไปได้เองโดยไม่ต้องรักษา ความถี่ของการเกิดการอักเสบประมาณ 5-10ครั้ง/ปี อาการเหล่านี้จะสัมพันธ์กับการติดเชื้อซ้ำ
และจะเกิดขึ้นภายหลังจากติดเชื้อพยาธิแล้วประมาณ 3-9เดือน 
      2.2อาการเรื้อรัง อาการจะเริ่มต้นจากมีการบวมของน้ำเหลือง เริ่มแรกกดบุ๋มแล้วต่อมาจะบวมมากขึ้น กดไม่บุ๋ม และในที่สุดเกิดเป็นภาวะเท้าช้าง (elephantiasis)อาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นภายหลังจากติดเชื้อพยาธิแล้วประมาณ 5-10
ปี ผู้ป่วยที่ติดเชื้อ B. malayi จะมีอาการแสดงที่สำคัญคือ ขาโต โดยมีพยาธิสภาพตั้งแต่ใต้เข่าลงไปและบางครั้งก็จะพบที่แขนตั้งแต่ใต้ข้อศอกลงไป ในขณะที่ผู้ติดเชื้อ W.bancrofti จะเกิดพยาธิสภาพที่บริเวณอวัยวะสืบพันธ์ได้
โดยถ้าเป็นผู้หญิงอาจจะพบอาการบวมของ vulva และที่หน้าอกส่วนในผู้ชายพบว่ามีการคั่งของนำเหลืองในอัณฑะ และปัสสาวะเป็นสีขุ่นขาวเหมือนน้ำนมแต่บางรายอาจพบการบวมที่แขน ขาได้ แต่จะเป็นการบวมตลอดทั้งแขนหรอขา 

แหล่งข้อมูลรูปภาพ: http://3.bp.blogspot.com/_1Z5_frqW26w/SfCgwvCCRkI/AAAAAAAAE9s/FmJDxu37W1...
 
  http://1.bp.blogspot.com/_1Z5_frqW26w/SfCfHfMdKxI/AAAAAAAAE9c/Q27YCHbyCj0/s1600-h/stillfried.jpg

   http://2.bp.blogspot.com/_1Z5_frqW26w/SfCgw_Pw7wI/AAAAAAAAE90/LZswwQ2l1IQ/s1600-h/lens1751364_1227137773elephant-man_1.jpg

(เรียงตามเข็มนาฬิกา)

วิธีรักษา : การรักษาด้วยยา ยาที่ใช้คือDiethylcarbamazine citrate (DEC) เป็นยาที่รักษาโรคเท้าช้างที่ใช้มานานกว่า40 ปี และเป็นยาที่ดีอยู่ในปัจจุบัน
มีผลข้างเคียงน้อยมาก ยานี้มีฤทธิ์ฆ่า microfilariaในโลหิตและมีรายงานว่าสามารถฆ่าหนอนพยาธิโรคเท้าช้างตัวเต็มวัยได้และลดการอักเสบของทางเดินน้ำเหลืองด้วยปัจจุบันยังไม่มีรายงานที่แสดงว่าโรคนี้ดื้อยา 

ผลข้างเคียงของยา :ผู้ป่วยจะมีอาการอ่อนเพลีย เวียนศีรษะ ง่วงนอน เบื่ออาหาร และคลื่นไส้อาเจียนอาการเหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากกินยา 1-2 ชั่วโมงและจะหายไปเองภายในวันนั้น   

ผู้ที่ห้ามกินยา DEC : 1.เด็กอายุต่ำกว่า6 เดือน ในกรณีที่ตรวจพบ microfilaria(เชื้อชนิดหนึ่ง)ในกระแสโลหิตไม่ควรจ่ายยา DEC เพราะอวัยวะขับถ่ายของเสียได้แก่ ตับ ไต ยังไม่พัฒนาเต็มที่ 

            2.หญิงมีครรภ์ผู้ป่วยหญิงมีครรภ์และตรวจพบ microfilaria ในกระแสโลหิตไม่จ่ายยา DEC เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นกับทารกในครรภ์ 

            3.ผู้ป่วยเรื้อรังได้แก่ โรคตับอักเสบ ไตวาย เป็นต้น รวมทั้งผู้ที่มีสุขภาพอ่อนแอ การกินยา DECให้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์


การป้องกัน/การปฏิบัติตน :การปฏิบัติตัวของผู้ป่วยที่มีต่อมน้ำเหลืองอักเสบ ให้ยา paracetamol เพิ่อบรรเทาอาการปวด บวม ไข้ เท่าที่จำเป็น พักการใช้อวัยวะส่วนที่มีต่อมน้ำเหลืองอักเสบ
ดูแลความสะอาดของร่างกาย โดยเฉพาะอวัยวะที่มีต่อมน้ำเหลืองอักเสบเพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ เช่น ทำความสะอาด และตัดเล็บมือและเท้าในกรณีที่ต่อมน้ำเหลืองอักเสบจนเป็นหนอง ควรได้รับการผ่าตัด และติดตามรักษา
โดยอยู่ในความดูแลของแพทย์..... 

สะท้อนความคิดเห็น
-ทำไมถึงสนใจเรื่องนี้ :เพราะข้าพเจ้าเป็นคนที่น้ำเหลืองไม่ค่อยดีจึงได้ศึกษาเรื่องต่อมน้ำเหลืองและได้พบโรคนี้คะ

-คิดอย่างไรกับโรคนี้ :โรคนี้เป็นโรคที่เป็นต้นเหตุที่อาจจะก่อให้เกิดโรคต่างๆได้เช่นโรคเท้าช้างหรือโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองเป็นต้น ข้าพเจ้าจึงคิดว่าถ้าเรารักษาตัวให้ดีไม่ให้โรคนี้เกิดขึ้นมา ก็จะทำให้ไม่มีโรคอื่นๆอีกหลายโรคตามมาด้วย

  ***ทั้งนี้ดูตามกลุ่มอายุ เช่น อายุน้อยหรือเด็ก วัยรุ่น ส่วนมากจะเกิดจากการติดเชื้อมากกว่า แต่ถ้าเป็นผู้สูงอายุการที่มีต่อมน้ำเหลืองโตหลาย ๆ ที่อาจนึกถึงมะเร็งได้แต่ลักษณะเด่นของต่อมน้ำเหลืองที่เป็นมะเร็งคือ กดไม่เจ็บ แข็ง
และเคลื่อนไปมาไม่ค่อยได้ โตเร็วมาก ๆ 

แหล่งที่มาข้อมูล : http://th.answers.yahoo.com/question/index?qid=20090221024950AA9XzgP

http://www.thaivbd.org/cms/index.php?option=com_content&task=view&id=29&...