โรคมัลติเปิ้ล สเกลอโรซิส


รูปภาพของ sss27221

โรคมัลติเปิ้ล สเกลอโรซิส [Multiple Scleroisi (MS)] โรคทางระบบประสาทส่วนกลาง เป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบในสมอง และไขสันหลังของคนเรา เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเกิดความเข้าใจผิดว่า เนื้อเยื่อของระบบประสาทเป็นสิ่งแปลกปลอม ก็เลยมาทำลายทำให้เกิดอาการที่สมองและไขสันหลัง  ซึ่งเป็นสาเหตุให้เยื่อหุ้มประสาทในสมองและไขสันหลังเสื่อมลงทำให้ส่วนต่างๆ ของระบบประสาท แข็ง และเกิดแผลเป็นหรือรอยโรคขึ้นกับประสาทที่ถูกกระทบ โรคนี้เกิดขึ้นได้กับบุคคลทุกเพศทุกวัย ส่วนใหญ่จะพบในช่วง 20-40 ปี

ที่มา:http://gotoknow.org/file/wullopporn/preview/090604mult3.gif
ภาพแสดงการส่งสัญญาณประสาทผ่านเส้นประสาท (nerve) // ภาพซ้ายแสดงเส้นประสาทที่มีเยื่อหุ้ม หรือปลอกไมอีลินปกติ // 
ภาพขวาแสดงเส้นประสาทที่มีเยื่อหุ้ม หรือปลอกไมอีลิน (myelin) ผิดปกติในโรคปลอกประสาทเสื่อม multiple sclerosis

 

ผู้ค้นพบ ในปีคศ. 1868 Professer Jean-Martin Charcot    ได้บันทึกถึงหญิงสาวที่มีอาการสั่น, พูดอ้อแอ้ และมีการกลอกตาผิดปกติซึ่งการตรวจศพภายหลังจากการเสียชีวิต พบว่ามีลักษณะทางพยาธิสภาพเหมือนรอยแผลเป็น (Scar) , ลักษณะเป็นแผ่นแข็ง (Plaques) จำนวนมาก (Multiple) จึงเป็นที่มาของชื่อโรคว่า “Multiple Sclerosis” หลังจากนั้นพบว่ามีรายงานถึงโรค MS จากประเทศต่าง ๆ มากมาย

สาเหตุของโรคนี้ยังไม่ทราบแน่ชัด แม้ว่าจะทราบว่าเกิดจากการขาดสารอาหาร, ความเครียดทางอารมณ์ และการติดเชื้อก็ตาม

อาการของโรคที่แสดงออกในเบื้องต้นจะรวมถึงความบกพร่องทางสายตา แขนและขาเป็นอัมพาต พูดไม่ชัด ไม่มีสมาธิ เหนื่อยง่าย และง่วงเหงาหาวนอน  ความเหนื่อยล้าระหว่างการทำงาน ความบกพร่องทางการขับถ่ายหนักเบา ปัญหาการควบคุมอารมณ์และการรับรู้ การเกร็งสั่นกล้ามเนื้อและเดินผิดปกติ ปัญหาการมองเห็น วิงเวียนและมึนงงง่าย การพูดและการกลืนลำบาก อาการชาและปวดกล้ามเนื้อ อาการชักเป็นครั้งคราว และปัญหาการมีเพศสัมพันธ์

การลุกลามของโรคจะแตกต่างกันออกไปในแต่ละบุคคล อาการของโรคอาจเกิดขึ้นได้บ่อยครั้งในรูปแบบที่ต่างกันแพทย์ได้จำแนกรูปแบบของ MS เป็นสามรูปแบบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความถี่ของการเกิดโรคและ สภาพของคนไข้ในขณะนั้น ดังนี้ :

  • อาการเป็น ๆ หาย ๆ (Relapsing-remitting) พบเห็นได้บ่อยที่สุดถึงร้อยละ 80 ของคนไข้ อาการจะปรากฏอย่างกะทันหัน และจะมีอาการต่อเนื่องประมาณ 2-3 วัน หรืออาจเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน จากนั้นอาการจะบรรเทาลงมากบ้างน้อยบ้าง
  • อาการลุกลามต่อเนื่องของโรคในขั้นที่สอง (Secondary progressive) คนไข้ถึงประมาณร้อยละ 50 ของอาการเป็น ๆ หาย จะมีการดำเนินของโรคสู่ระยะลุกลามต่อเนื่อง ภายในระยะเวลาสิบปี ในระหว่างที่เกิดการกำเริบ อาการจะยังไม่บรรเทาลง แต่จะเลวร้ายลงเรื่อย ๆ
  • การลุกลามของโรคตั้งแต่เริ่มต้น (Primary progression) ขั้นนี้เป็นขั้นที่เกิดยากที่สุดแต่จะร้ายแรงที่สุดเช่นกัน ซึ่งจะมีผลกระทบกับร้อยละประมาณ 10 ถึง 20 ของคนไข้ทั้งหมดที่เป็นโรค MS ส่วนใหญ่จะเป็นคนไข้ที่เริ่มเป็นเมื่อมีอายุมากแล้ว ไม่มีอาการเป็น ๆ หาย ๆ แต่จะอยู่ในสภาพของร่างกายที่เสื่อมโทรมลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มเป็น

วิธีการรักษา

ดร.เฟรดเดริค เคล็นเนอร์ จากเมืองรีดสวิลล์ รัฐนอร์ธ์แคโรไลน่าใช้ไวตามินบี ทุกชนิดในปริมาณสูง และสารอาหารต่างๆ รวมทั้งเกลือแร่ กรดไขมันชนิดไ ม่อิ่มตัวและกรดอะมิโนในการรักษาโรคนี้

ไวตามิน บี 12 ใช้ในการเพิ่มความสามารถในการยืนและเดินของคนไข้โรคนี้บางคน

น้ำมันจากเมล็ดพืชโดยเฉพาะอย่างยิ่งดอกคำฝอย ดอกทานตะวัน ข้าวโพด ถั่วเหลือง และพริมโรส (ทั้งหมดนี้มีกรดไลโนเลนิคอยู่มาก) เป็นแหล่งขอ งกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว ซึ่งมีความสำคัญในการพัฒนาและปรับปรุงสมองและไขสันหลังให้มีสุขภาพดีมีการรายงานว่า การรับประทานน้ำมันจากเมล็ดพืชวันละ 2 ช้อนโต๊ะ ช่วยลดความรุนแรง และเพิ่มกำลังวังชาให้กับผู้ป่วยได้

การรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยน้ำมันจากเมล็ดพืช ปลา ผัก ผลไม้ พืช ทั้งเมล็ด และการเสริมไวตามินและเกลือแร่ และจำกัดการรับประทานไขมันอิ่มตัว น้ำตาลทราย และอาหารที่ผ่านกระบวนการผลิต จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยมาก

หลีกเลี่ยงอาหารที่ผู้ป่วยมักจะแพ้ได้แก่ ข้าวสาลี การพักผ่อนให้เพียงพอและการออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญที่จะขจัดความเหนื่อยอ่อน บรรเทาอาการท้องผูกได้โดยการดื่มน้ำบริสุทธิ์ให้มากเพียงพอ และรับประทานอาหารที่ไม่ผ่านการขัดสีและมีกากใยมากๆ

หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ แอลกอฮอล์จะขัดขวางการเปลี่ยนของกรดไขมันไม่อิ่มตัว เพิ่มจำนวนไขมันอิ่มตัวในเลือดทำลายไวตามิน บี หลายชนิดและทำให้อาการโรคเลวลง

การสูบบุหรี่จะทำให้ผลจากการรับประทานอาหารที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูงไม่เกิดประโยชน์ ทำให้ระดับไวตามิน ซี ในร่างกายต่ำและทำให้อาการของโรคเลวลง

อาการเบื้องต้นที่อาจสังเกตว่าเป็นโรค MS หรือไม่ คือ ความผิดปกติตามแขนขา เช่น เหน็บชา ปวด ไม่มีแรง เดินทรงตัวผิดปกติ เห็นภาพซ้อน ตาข้างใดข้างหนึ่งมองไม่เห็น อาการระยะต่อมาเช่นขับถ่ายผิดปกติ กล้ามเนื้อเกร็ง พูดไม่ชัด สุดท้ายอาจทำให้พิการหรืออายุสั้นได้ ดังนั้นหากสงสัยว่ามีอาการข้างต้นแบบเป็นๆ หายๆ ให้รีบไปพบแพทย์โดยด่วน

สะท้อนความคิด

ที่ข้าพเจ้าสนใจที่จะทำเพราะ โรคนี้คนส่วนใหญ่ในประเทศไทยไม่ค่อยรู้จักกัน ซึ่งเมื่อก่อนนี้ข้าพเจ้าไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยสนใจที่จะทำเพื่อจะได้ขยายความรู้เกี่ยวกับโรคนี้ให้กับคนไม่มากก็น้อยที่ข้าพเจ้าพอจะทำได้และอยากให้คนไทยใส่ใจในเรื่องสุขภาพให้มากขึ้นถึงแม้ว่าโรค MS จะไม่ค่อยปรากฎมากในหมู่คนไทย แต่พวกเราก้อควรศึกษาไว้

 

แหล่งอ้างอิง

http://x.thaikids.com/phpBB2/viewtopic.php?p=12267&sid=96e5a992936c8e13852249414647d109
http://www.bayerscheringpharmathai.com/scripts/pages/th/health/specialized_therapeutics/multiple_sclerosis/index.php
http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet4/may11/multiple.htm
http://bbznet.pukpik.com/scripts/view.php?user=myzeon&board=9&id=242&c=1&order=numtopic
http://elibrary.eduzones.com/index.php?title=%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%A5_%E0%B8%AA%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B8%AA_%28Multiple_Scleroisi%29
http://gotoknow.org/blog/otpop/23071
www.thaims.com
http://www.bangkokhealth.com/index.php/high-q-life/2143--multiple-sclerosis
http://wareeya.blogspot.com/2009/05/multiple-sclerosis.html



http://www.suriyothai.ac.th/node/2114

การรักษาค่ะ


รูปภาพของ kalayarat

ท่านที่เข้ามาศึกษาโรคนี้ แล้วต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรักษา  ขณะนี้นางสาวสุชาดา  ม.6/5 กำลังดำเนินการอยู่ คาดว่าจะสามารถให้ข้อมูลด้านการักษาดรคนี้ได้ในเร้ซวันนี้ค่ะ รบกวนดทรกัลบอ.กัลยารัตน์ 086-8867455 ก็ได้นะคะ หรือเข้ามา comment ในบล็อกนี้ก็ด้ค่ะ ขอบคุณค่ะ


รูปภาพของ kalayarat

ขอบคุณค่ะ  เป็นโรคที่ใหม่  ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีโรคนี้ด้วย หวังว่าผู้ที่มาศึกษาโรคนี้  จะได้รับประโยชน์นะคะ ขอบคุณค่ะ

อ.กัลยารัตน์Cool