โรคเหา



 

http://daughter-of-sun.spaces.live.com/blog/

ชื่อโรค: เหา (Pediculosis capitis)


สาเหตุของการเกิด:

เชื้อโรค- เหาเกิดจากเชื้อปาราสิต ชื่อว่า "Pediculus humanus" ซึ่งอาศัยอยู่บนหนังศีรษะ เส้นผม ขน ปาราสิตนี้จะคอยดูดเลือดกินเป็นอาหาร และวางไข่บนเส้นผม โดยหลั่งสารไคติน (chitin) หุ้มปลายหนึ่งของไข่ ให้เกาะติดแน่นอยู่ มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า บางคนไม่มีอาการเท่าใด แต่จะสร้างความรำคาญใจได้

พฤติกรรม- เป็นการติดต่อทางการสัมผัสโดยตรง (direct contact) เช่น การใช้หวี แปรง ร่วมกัน การใช้หมวก ร่วมกัน การใช้หมอน ที่นอนร่วมกัน จากศีรษะคนหนึ่งไปที่ศีรษะอีกคนหนึ่งเพราะฉะนั้นจึงมักพบระบาดในโรงเรียน ได้บ่อย เพราะเด็กนักเรียนจะวิ่งเล่นใกล้ชิดกันมาก ตัวอย่างเช่น


เด็กหญิง ก.มีเหาอยู่บนหัว

เด็กหญิง ข.ไม่กลัวเล่นหัวกันทุกวันไป

ทั้งสองหัวเป็นเหาเกาไม่ไหว ผลสุดท้ายนี่ไงเหมือนกันเลย

http://webdb.dmsc.moph.go.th/ifc_nih/a_nih_1_001c.asp?info_id=321

วงจรชีวิตของเหา:

http://webdb.dmsc.moph.go.th/ifc_nih/a_nih_1_001c.asp?info_id=321

ไข่-  ตลอดชีวิตแม่เหาหรือโลน 1 ตัว วางไข่ได้ดังนี้
                  เหาหัว 50-150 ฟอง
                  เหาตัว 270-300 ฟอง
                  โลน ประมาณ 26 ฟอง
                  ฟักภายใน 7 - 10 วัน มีสีขาวขุ่น อยู่ติดกับโคนผมหรือขน

ตัวกลางวัย-  ลอกคราบ 3 ครั้ง ใช้เวลาในการเจริญเติบโต 7 - 13 วัน

ตัวเต็มวัย-  ผสมพันธุ์และวางไข่ภายใน 1 - 2 วัน มีอายุ 2 - 4 สัปดาห์

ชนิดของเหา:


เหาคนมี 3 ชนิด
เหาหัว - อาศัยอยู่บนศีรษะ ดูดเลือดจากศีรษะ และทำให้คัน เกิดการอักเสบ เป็นแผลติดเชื้อ

เหาตัว - อาศัยอยู่ตามขนบริเวณลำตัวและตะเข็บเสื้อผ้า นอกจากดูดเลือดและทำให้คันแล้ว ยังเป็นตัวการนำโรคหลายชนิด เช่น epidemic typhus, trench fever, relapsing fever

โลน - อาศัยอยู่ตามขนบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ ทำให้เกิดอาการคันรุนแรงมาก

อาการของการเกิดโรค : จะมีอาการคันที่บริเวณด้านหลังและด้านตรงศีรษะ ถ้าเกามากเป็นหนอง สะเก็ดแห้งกรัง ได้ บางครั้งเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนทำให้ต่อมน้ำเหลืองที่บริเวณท้ายทอย และข้างคอโตได้ ในทางตรงกันข้าม บางคนอาจจะไม่มีอาการใดมาก ไม่คันมาก

ตำแหน่งที่พบบ่อย: เหาจะพบบ่อยที่ศีรษะด้านท้ายทอย หลังหู อาจลามมาที่คิ้ว คอ ได้ แต่พบน้อย

การตรวจร่างกาย: ตัวเหาบนศีรษะ สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า หรืออาจใช้แว่นขยายช่วยส่องดู ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีตัวเหาบนศีรษะน้อยกว่า 10 ตัว น้ำลายของตัวเหาจะมีสารซึ่งระคายเคืองผิวหนังได้ ทำให้เกิดตุ่มคันตรงรอยกัด

วิธีการรักษา:

-การโกนผม จะช่วยได้มาก และสะดวกดี ไม่สิ้นเปลือง แต่เด็ก จะอายเพื่อนฝูง

-การใช้หวีเสนียด คือ หวีซึ่งมีซี่ของหวีถี่มากใช้สางผมทำให้ทั้ง ตัวเหาและไข่เหา หลุดติดกับหวีออกมาได้

-การใช้ยาฆ่าเหา ชื่อทางการค้าว่า จาคูติน (Jacutin) ใช้ทา ศีรษะ ทิ้งไว้ 12 ชั่วโมง ล้างออกใช้ทาติดต่อกัน 3 วัน

-การใช้ยาปฏิชีวนะ ถ้าเกิดมีเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนเกิดขึ้น

-ยากินกลุ่มแอนติฮีสตามีน ช้กินเพื่อระงับอาการคัน

 

สมุนไพรรักษาโรคเหา:


ขนานที่ 1 ใช้น้ำส้มสายชูชะโลมศีรษะ เอาผ้าโพกหว้สักครึ่งชั่วโมงค่อยสระผม แล้วเอาหวีถี่ ๆ สางเอาตัวและไข่เหาออก หลังจากนั้น 2 อาทิตย์ทำอีกครั้งหนึ่ง และหลังจากนั้นอีก 2 อาทิตย์ จึงทำอีกครั้งหนึ่ง น้ำส้มสายชูทำให้ไข่เหาร่วงหลุดไปได้ (ให้ใช้น้ำส้มสายชูแท้เท่านั้น)

 

 

 

http://topicstock.pantip.com/food/topicstock/2006/05/D4364735/D4364735-50.jpg

 

 

ขนานที่ 2 เอาผลมะกรูดใบใหญ่ที่แก่จัดน้ำมาก นำไปเผาไฟหรือย่างไฟให้สุก ทิ้งไว้ให้เย็น เอามาคลึงให้มีน้ำมาก ๆ ผ่าครึ่งบีบน้ำลงบนหัวขยี้ให้ทั่ว ใช้หวีถี่ ๆ สางเส้นผม จะมีไข่เหาติดออกมา ทำอาทิตย์ละครั้ง ทำทั้งหมด 3 ครั้ง

 

 

http://www.thainn.com/variety//uploads/picture01/8062.jpg

ขนานที่ 3 เอาใบน้อยหน่ามา 5-8 ใบ โขลกให้ละเอียด ผสมน้ำและทาผมให้ทั่ว เอาผ้าคลุมไว้สักครึ่งชั่วโมง จึงล้างน้ำออก ฟอกด้วยยาสระผมอีกครั้งหนึ่ง แล้วใช้หวีถี่ ๆ สางเอาตัวและไข่เหาออก
ข้อควรระวัง อย่าให้น้ำน้อยหน่าเข้าตา เพราะจะแสบตามาก

 

http://www.thai-tour.com/wb/upload/1218045100.jpg

 

ขนานที่ 4 เอาใบสะเดาแก่ ๆ สัก 2-3 กำมือ โขลกให้ละเอียด ผสมน้ำพอเหลวนิดหน่อย ทาผมให้ทั่วปล่อยให้แห้ง แล้วค่อยสระผมด้วยแชมพู

 

 

 http://www.neemproduct.com/images/neem2.jpg

ขนานที่ 5 เอาลูกบวบขมแกะเปลือกออก เอาน้ำในลูกบวบขมทาผมให้ทั่ว ทิ้งไว้สัก 2-3 นาที

ขนานที่ 6 ใช้ผลมะตูมสุกมาผ่า เอายางจากผลมะตูมสุกทาผม แล้วหวีให้ทั่ว ปล่อยไว้ให้แห้ง เหาจะตายหมดแล้ว ล้างน้ำ ต่อจากนั้นจึงหวีออก

http://www.bloggang.com/data/chaiwat4u/picture/1207033329.jpg

 

แหล่งที่มาของข้อมูล:

http://www.bangkokhealth.com/index.php/2009-01-19-03-23-23/314-2009-01-20-01-10-45
http://www.thaihealth.net/h/encyclopedia-6.html
http://webdb.dmsc.moph.go.th/ifc_nih/a_nih_1_001c.asp?info_id=321
http://www.vcharkarn.com/vblog/34999
http://herbforlice.blogspot.com/2008/10/blog-post.html

 

สะท้อนความคิดเห็น:
- ทำไม่ถึงสนใจศึกษาโรคนี้
ที่สนใจในโรคนี้ก็เพราะว่าส่วนมากโรคเหาจะพบในช่วงเวลาเด็ก เนื่องจากเด็กขาดการดูแลอย่างทั่วถึง และยังมีการเล่นคลุกคลี อีกทั้งใช้ของร่วมกันอีกด้วย จึงอยากให้ความรู้ที่ผู้ใหญ่และเด็กๆควรรู้และนำไปปฏิบัติได้
- คิดอย่างไรกับโรคนี้
เนื่องจากโรคนี้ไม่ได้ส่งผลมากต่อผู้คนและยังสามารถรักษาได้ง่าย จึงคิดว่าโรคเหานี้เป็นโรคที่ไม่ได้มีความร้ายแรง แต่ควรรักษาป้องกันให้ทั่วถึงทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ โดยไม่ใช้ของร่วมกัน หรือคลุกคลีกันอย่างไม่มีสุขอนามัย



เหานิสัยไม่ดีเนอะ

ดูดเลือดคน!!


รูปภาพของ sss27210

เราก็เคยเป็น ขอบคุณนะที่ทำเรื่องนี้



เป็นโรคที่ตอนเด็กๆเคยเป็น และใช้วิธีรักษาคล้ายๆแบบนี้



คันหัวเลยทีเดียว...อ่านเรื่องนี้

 อ่า...เคยเป็นตอนเด็กๆอ่ะ



เป็นกันทั่วไปเลยนะโรคนี้



เหา(ที่ทุกคนส่วนใหญ่คงเคยเป็น!!!!)  ถ้าไม่อยากเป็นนะค่ะขอเตือน รักษาความสะอาดของศร๊ษะท่านก่อนที่เหาจะไปอาศัยอยู่น้า ขอบอก!!!!Laughing



น่าจะรู้วิธีเเก้ตั้งแต่ประถม ๑_๑ จะได้ไม่ต้องตัดผมตอนเด็ก พึ่งรู้ว่าเหามีหลายชนิด


รูปภาพของ sss27214

กลายเป็นที่ 2 สะงั้น


รูปภาพของ sss27214

เคยเป็น  แต่ไม่โกนหัว

หมอขวัญ

ที่ 1 อีกแล้ว



เคยเปนอ่า

 

แม่เอาน้ามมันก๊าดราดเลย

 

ร้อนเปนบร้า

 

แต่หายนะ

เหอะๆๆ


รูปภาพของ kalayarat

ขอบคุณค่ะ  ตรวจแล้ว

อ.กัลยารัตน์