โรคคาวาซากิ



ชื่อโรค  คาวาซากิ   Kawasaki disease   

http://content.pukpik.com/uploads/200903/200903-30-113439AKfS-0.jpg

เป็นโรคที่เป็นผลมาจากการอักเสบของเส้นเลือดขนาดกลางและขนาดเล็กทั่วร่างกาย สาเหตุที่แท้จริงของโรคยังไม่ทราบแน่ชัด แต่อาจเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อบางชนิดทั้งแบคทีเรียและไวรัส, การใช้แชมพูซักพรม, การอยู่ใกล้แหล่งน้ำ โรคนี้ตั้งชื่อตามนายแพทย์คาวาซากิ ซึ่งเป็นแพทย์ชาวญี่ปุ่น ที่ได้รวบรวมรายงานผู้ป่วยเป็นคนแรกของโลก


อยู่ในกลุ่มโรคประเภท    


ผู้ค้นพบ   -


สาเหตุ :     ยังไม่ทราบแน่ชัด อาจเป็นปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายต่อการติดเชื้อบางชนิด ยังไม่พบสาเหตุสนับสนุนว่าเป็นโรคติดเชื้อโดยตรง ไม่พบว่ามีการแพร่เชื้อจากคนหนึ่งไปอีกคนหนึ่ง


การแสดงอาการของโรค

1. ไข้ เด็กจะมีไข้สูง ถ้าไม่ได้รับการรักษาไข้จะสูงนานประมาณ 1-2 สัปดาห์
2. ตาแดง เยื่อบุตาขาวจะแดง 2 ข้าง ไม่มีขี้ตา และเป็นหลังมีไข้ประมาณ 1-2 วัน และเป็นอยู่นานประมาณ 1-2 สัปดาห์ 
3. มีการเปลี่ยนแปลงของริมฝีปากและช่องปาก จะมีริมฝีปากแดงแห้ง เป็นอยู่ประมาณ 1-2 สัปดาห์ และผิวหนังอาจแตกแห้งหลุดลอกได้ ภายในอุ้งปากจะแดงและลิ้นจะแดงคล้ายลูกสตรอเบอรี่ (Strawberry tongue)
4. มีการเปลี่ยนแปลงที่ฝ่ามือและฝ่าเท้า โดยจะบวมแดงไม่เจ็บ หลังจากนั้นจะมีการลอกของผิวหนังบริเวณปลายนิ้วมือ และนิ้วเท้า (ประมาณ 10-14 วันหลังมีไข้) และลามไปที่ฝ่ามือฝ่าเท้า บางรายอาจเล็บหลุดได้ หลังจากนั้นบางราย 1-2 เดือนจะมีรอยขวางที่เล็บ (Beau's line)
5. ผื่นตามตัวและแขนขา มักเกิดหลังมีไข้ 1- 2 วัน  และมีได้หลายแบบ และผื่นอยู่นานประมาณ  1 สัปดาห์
6. ต่อมน้ำเหลืองที่คอโต พบประมาณร้อยละ 50 -70 ของผู้ป่วย ขนาดโตกว่า 1.5 ซม. ไม่เจ็บ 
7.อาการแสดงอื่น ๆ ที่อาจเกิดร่วมด้วย ได้แก่ ปวดตามข้อ กระเพาะปัสสาวะอักเสบแบบไม่ติดเชื้อ ท้องเสีย เยื่อหุ้มสมองอักเสบ เป็นต้น

http://kanyaonline.netfirms.com/health/h_image/11064604.jpg


วิธีรักษาทำได้โดย

-  ให้แอสไพริน เพื่อลดการอักเสบของเส้นเลือด และป้องกันเกล็ดเลือดรวมตัวเป็นกลุ่มก้อน ( Aspirin ขนาดสูง ในช่วงแรก แบ่งให้ทางปาก เมื่อไข้ลงจะลดยาลง )
-  ให้อิมโมโนโกลบูลิน เพื่อลดอุบัติการณ์การการเกิดการโป่งพองและการอักเสบของเส้นเลือดโคโรนารี่
จะต้องดูแลอย่างไรหลังจากออกจากโรงพยาบาล?
หากมีการโป่งพองของเส้นเลือดโคโรนาร๊ ( Coronary artery ) มีโอกาสที่เกิดอุดตันและมีกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดไปเลี้ยงได้ ในเด็กเล็กจะบอกเรื่องเจ็บหน้าอกด้านซ้ายไม่ได้แต่จะร้องกวนไม่หยุด ไม่กินนมหรือข้าว ซีด เหงื่อออก หายใจหอบเหนื่อย และชีพจรเต้นเร็วมากขึ้น ให้รีบพามาโรงพยาบาลเป็นการด่วน เพื่อตรวจคลื่นหัวใจ, อัลตราชาวน์หัวใจ ( 2D echocardiogram ) ซ้ำ และให้ยาละลายลิ่มเลือดและขยายหลอดเลือดโคโรนาร๊
หากตรวจไม่พบความผิดปกติของ Coronary artery ตั้งแต่ต้นและได้รับการรักษาที่ถูกต้องแต่ต้น โอกาสเกิดการโป่งพององเส้นเลือดในระยะต่อม จะลดน้อยมาก แต่ต้องมาติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่อง ให้กินยาแอสไพรินตามที่แพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ
ในช่วงที่กินยาแอสไพริน หากมีการระบาดของอีสุกอีใส ให้หยุดยาและมาติดต่อสอบถาม หรือมาพบแพทย์


โรคแทรกซ้อน

1. ทางระบบหัวใจและหลอดเลือดพบได้บ่อยถึง 31% ในญี่ปุ่นพบเส้นเลือดหัวใจโป่งพองถึง 20% กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบก็พบได้ อันตรายอาจทำให้ตายปัจจุบันได้
ดังนั้นเด็กที่เป็นโรคนี้ควรได้รับการตรวจหัวใจและหลอดเลือดทุกคน เพื่อป้องกันโรคแทรกนี้ และควรได้รับการตรวจเป็นระยะ ๆ ใน 2 เดือนแรก
2. ทางระบบอื่น ๆ ได้แก่ อาการทางไต สมอง ถุงน้ำดี ฯลฯ


อัตราตาย

0.5-1% จำนวนผู้ป่วยตั้งแต่ 2523-2530 มี 94 คน ไม่มีผู้ป่วยถึงแก่ความตาย จากการตรวจเส้นเลือดหัวใจโดยวิธีพิเศษ 25 ราย พบมีเส้นเลือดหัวใจโป่งพอง 20% ผู้ป่วยรายสุดท้ายรับไว้วันที่ 30 สิงหาคม 2530 อายุ 8 เดือน เพศชาย บ้านอยู่เขตบางเขน รับไว้ที่โรงพยาบาล 2 สัปดาห์ไข้จึงลด มีโรคแทรกซ้อนทางไตร่วมด้วย


กลุ่มเสี่ยง 
 

ประมาณ 80 % ของผู้ป่วยเป็นเด็ก อายุน้อยกว่า 5 ปี โดยส่วนใหญ่จะมีอายุน้อยกว่า 2 ปี และพบในเด็กชายมากกว่าเด็กหญิง

http://images.birthdayinabox.com/BIABViewLarger/BabySSMylBal.jpg

สะท้อนความคิดเห็น

เหตุผลที่สนใจทำเรื่องนี้ก็เพราะคิดว่า โรคที่เกิดขึ้นกับเด็กเป็นโรคที่มีอันตราย เนื่องจากกลุ่มเสี่ยงยังเป็นคนที่มีอายุน้อย แล้วภูมิต้านทานก็ต่ำกว่าคนปกติ แต่กลับไม่ค่อยมีคนที่มีความรู้ หรือว่ารู้จักโรคพวกนี้สักเท่าไร เลยคิดว่าการทำโรคนี้จะสามารถให้ตัวเอง และ ผู้อ่านได้มีความรู้กันมากขึ้น
คิดว่าโรคนี้ยังไม่อันตรายสักเท่าไร เพราะว่าสามารถรักษาให้หายได้ อัตราการตายก็เป็นศูนย์ แต่ก็คิดว่าทางที่ดีเราควรจะหาทางที่จะป้องกันโรคนี้ ดีกว่าการมารักษาหลังจากที่เด็กๆได้ติดโรคมาแล้ว 

 

อ้างอิง
   1. http://www.clinicdek.com/index.php?option=com_content&task=view&id=722&I...
2. http://www.doctor.or.th/node/4949
3. http://medinfo.psu.ac.th/pediatrics/kd.htm


รูปภาพของ kalayarat

ขอบคุณค่ะ  ตรวจแล้ว

อ.กัลยารัตน์