โรคต่อมน้ำเหลืองอักเสบ


รูปภาพของ sss27288

 

 

http://deen2do.com/mama/files/2008/03/lymph_node1.gif

 

 

 

 

ชื่อโรค  ภาษาไทย:โรคต่อมน้ำเหลืองอักเสบ
ภาษาอังกฤษ:Lymphadenitis


จัดอยู่ในกลุ่มโรคประเภท :ระบบต่อมน้ำเหลือง


ผู้ค้นพบ:ไม่พบข้อมูล

 

สาเหตุของการเกิดโรค:ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ มักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียกลุ่มสเตรปโตค็อกคัส และสแตฟฟีโลค็อกคัส ซึ่งลุกลามมาจากโรคติดเชื้อแบคทีเรียของผิวหนังในบริเวณใกล้เคียง เช่น บาดแผลอักเสบ ผิวหนังอักเสบ เป็นต้น  โรคต่อมน้ำเหลืองส่วนใหญ่ เป็นผลพวงมาจากโรคอื่น การอักเสบของตัวต่อมน้ำเหลืองเฉพาะที่การรักษาจะแตกต่างจากโรคอื่นๆมาก


อาการของโรค:ในรายที่ต่อมน้ำเหลืองอักเสบชนิดเฉียบพลัน จะมีอาการต่อมน้ำเหลืองบวมโต และเจ็บ และมักพบอาการอักเสบของผิวหนัง หรืออวัยวะในบริเวณใก้ลเคียง เช่น ต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบ (ไข่ดัน) อักเสบ มักจะเป็นผลมาจากการอักเสบในบริเวณเท้า หรือต่อมน้ำเหลืองที่ใต้คางอักเสบ มักเป็นผลมาจากต่อมทอนซิลอักเสบ เป็นต้น ถ้ามีการอักเสบของท่อน้ำเหลืองร่วมด้วย ก็จะพบเป็นรอยแดง เป็นแนวยาววิ่งจากบริเวณผิวหนังที่อักเสบไปจนถึงต่อมน้ำเหลืองที่อักเสบ ผู้ป่วยมักมีไข้สูง หนาวสั่น อ่อนเพลีย ร่วมด้วย ในรายที่เป็นต่อมน้ำเหลืองอักเสบเรื้อรัง ต่อมน้ำเหลืองจะมีอาการบวมโตเล็กน้อย (ขนาดไม่เกิน 1 ซม.) ลักษณะค่อนข้างแข็ง ไม่เจ็บ และจับโยกไปมาได้ ไม่ยืดติดกับผิวหนังหรือเนื้อเยื่อข้างใต้ มักพบที่บริเวณใต้คาง (ซึ่งเป็นผลมาจากฟันผุหรือเจ็บคอบ่อย) และขาหนีบ (เป็นผลจากการอักเสบที่เท้าบ่อย ๆ) ต่อมน้ำเหลืองจะบวมโตคลำได้เป็นก้อนเล็ก ๆ นานเป็นแรมเดือนแรมปี หรือตลอดไป โดยไม่มีอาการเจ็บปวด และไม่เกิดอันตรายแต่อย่างไร    

  อาการแทรกซ้อน:ถ้าไม่ได้รับการรักษา เชื้อโรคอาจลุกลามเข้ากระแสเลือด ทำให้กลายเป็นโลหิตเป็นพิษ ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้


วิธีรักษา:ในรายที่เป็นต่อมน้ำเหลืองอักเสบเฉียบพลัน ให้ยาแก้ปวดลดไข้ และยาปฏิชีวนะ เช่น เพนวี , คล็อกซาซิลลิน หรือ อีริโทรไมซิน ควรใช้น้ำอุ่นจัดๆ ประคบ และยกแขนขาส่วนที่อักเสบให้สูง ถ้าดีขึ้นควรให้ยาปฏิชีวนะจนครบ 10 วัน แต่ถ้าไม่ดีขึ้นใน 3 วัน ควรส่งโรงพยาบาล อาจเป็นเพราะยาไม่ได้ผลหรือเกิดจากสาเหตุอื่น ในรายที่เป็นต่อมน้ำเหลืองอักเสบเรื้อรัง ไม่ต้องให้การรักษาแต่อย่างไร ยกเว้นให้การรักษาโรคติดเชื้อในบริเวณใกล้เคียงที่เป็นต้นเหตุ เช่น แก้ไขปัญหาฟันผุ หรือคออักเสบ เป็นต้น


การปฏิบัติตน:ถ้าพบอาการต่อมน้ำเหลืองโตขนาดเกิน 1 เซนติเมตร ลักษณะค่อนข้างแข็ง ไม่เจ็บ ที่บริเวณใดบริเวณหนึ่ง ควรตรวจดูต่อมน้ำเหลืองในบริเวณอื่นๆ (เช่น คอ ไหปลาร้า รักแร้) ถ้าพบอาการต่อมน้ำเหลืองโตในลักษณะเดียวกันที่บริเวณอื่นร่วมด้วย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ อาจเป็นอาการของโรคเอดส์ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเป็นเรื้อรังนานเกิน 3 เดือน

 

สะท้อนความคิดเห็น
. ทำไมถึงสนใจศึกษาโรคนี้:เพราะเป็นโรคที่แปลกและน่ากลัว และคาดว่าหลายๆคนอาจจะยังไม่รู้ถึงอันตรายของโรคคะ     
. คิดอย่างไรกับโรคนี้:รู้สึกว่าเป็นโรคที่น่ากลัวชนิดหนึ่งเพราะอาจจะก่อให้เกิดโรคที่ร้ายแรง อย่างโรคเอดส์ได้ ควรต้องระมัดวะวังเป็นอย่างดี หากพบเจอก็จะต้องพบแพทย์โดยด่วน เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นเรื้อรังและมีโรคอื่นๆตามมาคะ



แหล่งข้อมูล:http://student.nu.ac.th/bigger/Show_syn.asp?id_d=d194
http://th.answers.yahoo.com/question/index?qid=20090221024950AA9XzgP
http://th.answers.yahoo.com/question/index?qid=20081203181900AAsrzFt
http://www.thaivbd.org/cms/index.php?option=com_content&task=view&id=29&Itemid=42
http://enter.chandra.ac.th/Student/Health/diease.php?diease=97