|
2.จำแนกประโยคตามเจตนาของผู้ส่งสาร
แบ่งเป็น 4 ชนิด คือ 2.1
ประโยคบอกเล่า หมายถึงประโยคที่บอกให้ทราบว่าประธานของประโยคทำอะไร
ที่ไหน เมื่อไร เช่น ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ฉันชอบอ่านหนังสือมากกว่าเล่นกีฬา
นลินรัตน์เรียนหนังสือเก่ง
2.2
ประโยคปฏิเสธ หมายถึง ประโยคที่มีคำว่า ไม่ หรือคำที่มีความหมายเช่นเดียวกับคำว่า
ไม่ อยู่หน้าคำกริยา ทำให้มีความหมายตรงกันข้าม กับประโยคบอกเล่า เช่น เด็กๆ
ไม่ควรนอนดึก ฉันไม่มาโรงเรียนเมื่อวานนี้ จันทนีไม่ตั้งใจเรียนหนังสือ
2.3 ประโยคคำถาม
มีลักษณะให้สังเกต 2 ประการ คือ 1)
ประโยคที่มีใจความเป็นคำถาม โดยใช้คำ ใคร อะไร ไหน ใด เท่าไร เช่น
วันนี้เวรใคร เธอกำลังอ่านหนังสืออะไร วันหยุดนี้เธอจะไปเที่ยวที่ไหน ใครยังไม่ส่งการบ้านบ้าง
2)
ประโยคที่มีใจความเป็นคำถาม โดยใช้คำ หรือ หรือไม่ ใช่หรือไม่ ประโยคชนิดนี้ต้องการตอบเพียงรับ
หรือปฏิเสธ เท่านั้น เช่น เธอมีน้ำดื่มเพียงพอแล้วหรือ นักเรียนเข้าใจคำพูดของครูหรือไม
เธอเป็นคนทำใช่หรือไม่ นักเรียนทำข้อสอบได้ใช่หรือไม่
2.4 ประโยคคำสั่ง
หรือขอร้อง เป็นประโยคที่มีลักษณะ สั่งให้ทำหรือขอร้องให้ปฏิบัติ
ซึ่งสามารถละประธานไว้ได้ เพราะผู้ส่งสารและรับสารต่างเข้าใจและรู้ว่า
สั่งใครหรือขอร้องใคร เช่น โปรดช่วยกันรักษาความสะอาด ห้ามเดินลัดสนามกรุณาถอดรองเท้าก่อนเข้าห้องเรียน ห้ามนำอาหารทุกชนิดขึ้นบนอาคารเรียน
|