ตั้งแต่ 15 มิถุนายน 2543 มีผู้เข้าเยี่ยมชมแล้ว

กดแป้น Ctrl+F5 ใหม่ทุกครั้ง เพราะปรับปรุงข้อมูลทุกวัน
ปรับปรุงข้อมูลครั้งสุดท้ายเมื่อ
 

 

ถามมา : การสร้างห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ ของโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย มีนโยบายอย่างไร และดำเนินการอย่างไร

ตอบไป : ผู้อำนวยการอรุณี นาคทัต ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย ได้ให้คำตอบดังนี้

การสร้างแหล่งข้อมูลในรูปแบบเว็บเพจ เพื่อใช้ในการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการนั้น เป็นวิธีการจัดการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ศึกษา ค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมนอกเหนือจากการเรียนในห้องเรียน ทำให้นักเรียนสามารถทบทวนความรู้ที่ไม่เข้าใจ หรือต้องการความรู้มากกว่าที่ได้รับจากห้องเรียนได้ โดยศึกษาจากข้อมูลบนอินเทอร์น็ตซึ่งมีอยู่มากมาย แต่ก็มีข้อจำกัดในการค้นหา เพราะอาจต้องใช้เวลามากในการค้นหา หรือค้นหาแล้วไม่ตรงกับสิ่งที่ต้องการ

จากปัญหาที่เกิดขึ้น โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัยมีนโยบายให้ครูและนักเรียนได้ช่วยกันสร้างแหล่งข้อมูลขึ้นมาเอง แล้วจัดเก็บไว้บนเว็บไซต์ของโรงเรียน หรือที่อื่นใดก็แล้วแต่จะต้องการ โดยจัดเป็นหมวดหมู่ เพื่อสะดวกในการค้นคว้า โดยมีขั้นตอนการดำเนินการดังนี้

  1. กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี โดยฝ่ายคอมพิวเตอร์จัดหลักสูตรสอนให้นักเรียนเขียนเว็บเพจทั้งในช่วงชั้นที่ 3 และ 4
  2. ให้นักเรียนสร้างเนื้อหาในรูปแบบเว็บเพจ โดยหาข้อมูลจากครูผู้สอนวิชาต่างๆ ทั้งในและนอกโรงเรียน ในทุกระดับช่วงชั้น ทุกสาระวิชา หรืออาจจะหาจากหนังสือ อินเทอร์เน็ต ผู้รู้ในชุมชน
  3. ให้ครูผู้สอนในวิชาต่างๆ ตรวจสอบความถูกต้องในเนื้อหา รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะ คำแนะนำ เพื่อให้ใด้ข้อมูลที่ครบถ้วน ส่วนครูฝ่ายคอมพิวเตอร์ตรวจสอบความเหมาะสมในการนำเสนอ โดยรูปแบบการนำเสนอให้เป็นไปตามความต้องการของนักเรียน เพราะผลงานเหล่านี้ ผู้ใช้งานคือ นักเรียน ซึ่งย่อมเข้าใจในความต้องการของผู้อยู่ในระดับเดียวกัน
  4. ให้ฝ่ายคอมพิวเตอร์จัดอบรมครูในโรงเรียนให้สามารถจัดทำแหล่งข้อมูลในรูปแบบเว็บเพจ และนำเสนอบนเว็บไซต์ของโรงเรียน

จากการดำเนินการดังกล่าว ทำให้โรงเรียนสามารถสร้างแหล่งข้อมูลในวิชาต่าง ๆ มากกว่าปีละ 200 เรื่อง ตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา ซึ่งหลายเรื่องถูกเปิดใช้งานบ่อยมากจากนักเรียนทั่วประเทศ นับเป็นความภาคภูมิใจของครูและนักเรียนโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย ที่ได้สร้างแหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อนักเรียนทั้งในและนอกโรงเรียน

นอกจากการจัดสร้างแหล่งข้อมูลในโรงเรียนแล้ว โรงเรียนยังได้อนุญาตให้ครูพูนศักดิ์ สักกทัตติยกุล ไปเป็นวิทยากรให้ความรู้ตามดรงเรียนต่างๆที่อยู่ห่างไกล และขาดโอกาสในการพัฒนาตนเอง ให้สามารถสร้างแหล่งความรู้ในรูปแบบเว็บเพจ แล้วนำมาให้นักเรียนโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย ปรับรูปแบบการนำเสนอให้เป็นที่ถูกใจของของนักเรียนทั่วไป เพื่อนำเสนอผลงานบนเว็บไซต์ของโรงเรียน นับเป็นความร่วมมือแบบร่วมด้วยช่วยกันของครูและนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ ที่มีความสนใจร่วมกัน ในการแหล่งเรียนรู้สำหรับสังคมโดยรวม

(ตอบเมื่อ 2549)

 คำถามข้างล่างนี้ตอบโดยครูพูนศักดิ์ สักกทัตติยกุล ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.suriyothai.com www.suriyothai.net

ถามมา : เนื้อหาที่จัดทำโดยคณะครูและนักเรียนโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย ใช้โปรแกรมอะไร

ตอบไป : ก่อนปี 2543 จะใช้ MS Frontpage หลังจากนั้นจะใช้ Namo Web Editor เป็นส่วนใหญ่

(ตอบเมื่อ 2549)

 

ถามมา : เห็นเนื้อหามากมาย จากนักเรียน ทำอย่างไรจึงทำได้มากขนาดนี้

ตอบไป : เนื่องจากนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายได้มีวิชาการสร้างแหล่งข้อมูลในรูปแบบเว็บเพจ โดยดำเนินขั้นตอนดังนี้

  1. ครูผู้สอนวิชาคอมพิวเตอร์ ได้สอนวิธีการสร้างเว็บด้วยFปรแกรมต่าง ๆ เช่น Frontpage หรือ Namo Web Editor
  2. ให้นักเรียนไปหาเนื้อหาที่น่าสนใจจากหนังสือ จากครูผู้สอนวิชาอื่นๆ หรือจากเว็บไซต์ต่าง ๆ รวบรวมมา จัดให้เป็นหมวดหมู่
  3. นำเนื้อหามาจัดทำเป็นเว็บเพจ โดยรูปแบบที่นำเสนอ อย่างไรก็ได้ที่น่าสนใจ
  4. นักเรียนจะได้คะแนนจากวิชาคอมพิวเตอร์ และวิชาอื่นๆ ที่นักเรียนไปปรึกษาครู
  5. นำขึ้นบนเว็บไซต์ ใส่ตัวนับและ truehit ของ Nectec

(ตอบเมื่อ 2549)

 

ถามมา : ปัจจุบันมีเนื้อหาประมาณเท่าไร

ตอบไป : รวมแล้วประมาณ กว่า 1,000 เรื่อง กว่า 100,000 หน้า

(ตอบเมื่อ 2549)

 

ถามมา : มีเคล็ดลับอย่างไร ที่เห็นบางเรื่องมีผู้เข้าใช้งานเป็นล้านเพจวิว ในระยะเวลาไม่กี่ปี

ตอบไป : ส่วนใหญ่จะบอกนักเรียน ว่า เนื้อหาที่คนจะเข้าชม ได้แก่

  1. เนื้อหาที่เป็นปัจจุบัน
  2. เนื้อหาที่นักเรียนต้องทำรายงาน
  3. เนื้อหาที่ต้องค้นคว้าเพิ่มเติม
  4. รูปแบบที่นำเสนอเป็นที่พอใจของคนวัยเดียวกัน
  5. ความถูกต้องของเนื้อหา

(ตอบเมื่อ 2549)

 

ถามมา : สิ่งภูมิใจมากที่สุดคืออะไร

ตอบไป : คณะครูและนักเรียนโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย ภูมิใจมากที่สุดในการสร้างแหล่งข้อมูลมากว่า 5 ปี ได้แก่

  1. ทุกครั้งที่ออกแสดงตามงานต่างๆ จะได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงาน โดยเฉพาะคุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา มักจะมาเยี่ยมเยียน และให้กำลังใจครูและนักเรียนโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย พร้อมทั้งให้ข้อชี้แนะเสมอ
  2. เนื้อหาทุกเรื่อง มีผู้เข้าชมมาก ส่วนใหญ่เกินหลักแสน มีหลายเรื่องเกินหลักล้าน นับเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่ สำหรับพวกเรา

(ตอบเมื่อ 2549)

 

ถามมา : เริ่มแรกที่จัดทำเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ตอย่างไร ประสบปัญหาใดบ้าง

ตอบไป : เริ่มแรกที่จัดทำยังนำขึ้นบนพื้นที่ฟรีของ www.thai.net/thaicom เนื่องจากในปี 2541-2542 ยังมีปัญหาเรื่องการจดโเมนเนมเว็บไซต์โรงเรียน เนื่องจากต้องจดกับต่างประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องยุ่งยากมาในทางราชการ โดยเฉพาะจะไม่สามารถเบิกค่าใช้จ่ายในทางราชการได้

                   ปัญหาต่อมาคือเว็บไซต์ www.thai.net มีปัญหามาก เนื่องจากล่มบ่อย พื้นที่ที่ให้ฟรีจำนวนจำกัด ครูพูนศักดิ์ สักกทัตติยกุล จึงตัดสินใจจดโดเมนเนมเองในชื่อ www.thaigoodview.com เพื่อเผยแพร่ผลงานของชาวสตรีศรีสุริโยทัย ในเดือนเมษายน 2543 โดยชำระเงินด้วยบัตรเครดิต ไปที่สหรัฐอเมริกา โดยระบบออนไลน์ แล้วเช่าพื้นที่นำเนื้อหาข้อมูลที่เป็นผลงานของนักเรียนและครูขึ้นเผยแพร่ ทำให้ข้อมูลเหล่านี้ได้ถึงมือผู้ที่ต้องการใช้งานได้ทั่วประเทศ ต่อมาได้รับความกรุณาจาก Schoolnet ให้พื้นที่ 1 Gb. เพื่อเก็บแหล่งข้อมูลที่เป็นข้อสอบเก่าเข้ามหาวิทยาลัยทุกรายวิชา ตั้งแต่ปี 2528 - 2543 ซึ่งจัดทำโดยนักเรียนโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัยทั้งหมด แต่ก็มีปัญหาเมื่อ SchoolNet ปิดตัวลง ต้องย้ายข้อสอบทั้งหมดมาเก็บไว้ที่ www.thaigoodview.com/library/entrance/gotowebentrance.html

                   ในเดือนมิถุนายน ฝ่ายบริหารโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัยตัดสินใจจดโดเมนเนมโรงเรียนในชื่อ www.suriyothai.net โดยออนไลน์เช่นเดียวกับการจด www.thaigoodview.com แล้วเช่าพื้นที่เผยแพร่ข้อมูลพื้นฐานของโรงเรียน ยังไม่นำเสนอผลงานครูและนักเรียน เนื่องจากต้องใช้เงินนอกงบประมาณจึงเช่าพื้นที่เพียงเล็กน้อย เนื้อหาผลงานครูและนักเรียนจึงยังคงอยู่ที่ www.thaigoodview.com โดยอยู่ใน www.thaigoodview.com/library/sss/ ซึ่งเก็บผลงานแหล่งความรู้ของครูและนักเรียนโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัยโดยเฉพาะ

(ตอบเมื่อ 2549)

 

ถามมา แสดงว่าผลงานแหล่งความรู้ของครูและนักเรียนโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย อยู่บนเว็บไซต์ www.thaigoodview.com ทั้งหมดใช่หรือเปล่า แล้วเวลาเข้าเนื้อหาเรื่องเดียวกันจากเว็บไซต์โรงเรียนคือ www.suriyothai.net กับ เข้าทาง www.thaigoodview.com จึงเป็นคนละ URL

ตอบไป เริ่มแรกที่เดียวไว้ที่ www.thaigoodview.com/library/sss/ ต่อมาทางทางบริษัทไมโครซอฟต์(ประเทศไทย) มามอบเซิฟเวอร์ใหม่ให้กับเว็บ www.thaigoodview.com เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2547 ที่ห้องประชุมโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย โดยดร.เดชานุชิต เป็นตัวแทนจากไมโครซอพต์(ประเทศไทย) และผมเป็นตัวแทนจาก thaigoodview โดยมีผอ.สายพิณ และผู้ช่วยฯสมศรี ให้เกียรติมาร่วมแสดงความยินดี ซึ่งทางผอ.สายพิณก็บอกว่าต่อไปนี้เนื้อหาของครูและนักเรียนที่เป็นแหล่งความรู้ให้เก็บไว้ที่เซิฟเวร์ของ www.thaigoodview.com โดยแยกออกมาเป็นห้องต่างหาก จึงได้ดำเนินการดังนี้

  • ผมจึงได้จัดการนำเนื้อหาของครูและนักเรียนโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัยทั้งหมดไว้ที่ www.thaigoodview.com/library/sss/ ซึ่งเรียกดูได้โดยผ่านทางเว็บไซต์ www.suriyothai.net/library/
  • เมื่อเรื่องใดได้รับการตรวจสอบถูกต้องพอสมควารแล้ว ก็จะทำสำเนาไว้ที่ www.thaigoodview.com/library/student/ รวมกับผลงานของนักเรียนโรงเรียนอื่นทั้วประเทศ โดยสามารถเข้าดูได้ทาง www.thaigoodview.com/library/
  • เนื้อหาที่ผมจัดทำขึ้นเองทั้งหมดจะเก็บไว้ที่ www.thaigoodview.com/library/poonsak โดยสามารถเข้าดูได้ทั้งสองเว็บไซต์
  • มีเนื้อหาของครูและนักเรียนหลายคนที่ฝากไว้กับเว็บที่ให้บริการพื้นที่ฟรี เช่น www.thai.net ,  www.se-ed.net หรือหน่วยงานภาครัฐ เช่น สพฐ., สสวท. ก็จะทำลิ้งไว้ให้

(ตอบเมื่อ 2549)

 

ถามมา : แสดงว่าห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ของโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย ก็เป็นแค่เว็บท่าที่ลิ้งค์เท่านั้น

ตอบไป : ถ้าจะคิดอย่างนั้นก็ได้ครับ เพราะทุกโรงเรียนส่วนใหญ่ก็จะดำเนินการอย่างนี้ เพราะไม่เคยได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐหรือได้รับก็เข้าใช้งานยาก ทุกโรงเรียนจึงขวนขวาย ที่จะทำอย่างไรที่จะทำให้แหล่งข้อมูลที่สร้างกันมาอย่างยากเย็น จะได้รับการเผยแพร่ เพื่อประโยชน์กับคนอื่น

                  แต่ในความจริงแล้ว เว็บท่า คือเว็บที่ลิ้งไปยังผลงานของคนอื่น ไม่มีผลงานของตนเอง แต่ของโรงเรียนสตรศรีสุริโยทัยลิ้งค์ไปยังผลงานของนักเรียนและครูในโรงเรียนทั้งหมดเป็นหลัก และเพิ่มเติมผลงานของคนอื่นเข้าไปเสริมให้สะดวกยิ่งขึ้นในการใช้งาน

                    ดังนั้นเราจึงพอใจในห้องสมุดอิเล็คทรอนิคส์ของเราที่เราสร้างขึ้นมาด้วยตนเอง เผยแพร่จนเป็นที่ยอมรับมากว่า 6 ปี โดยมิได้หวังรางวัลใดๆ เราพอใจกับจำนวนผู้ใช้งานที่มากมาย เกินกว่าที่หน่วยงานใดจะทำได้

(ตอบเมื่อ 2549)

 

ถามมา : ตั้งแต่ปี 2542 ที่สร้างสื่อมีผลงานของนักเรียนที่ได้รับรางวัลบ้างหรือไม่ครับ

ตอบไป เคยส่งเข้าประกวด ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ ในการประกวดการแข่งขันซอฟต์แวร์ด้านบทเรียน e-learning ของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เมื่อปี 2546 กับรางวัลชมเชย อีก 3 เรื่อง ต่อจากนั้นก็ไม่ได้ส่งประกวดแล้ว เพราะบางครั้งเรามักผิดหวังกับกติกา เพราะสิ่งที่ครูและนักเรียนเราทำคือ ทำสื่อแล้วเมื่อเผยแพร่ต้องมีผู้เข้าใช้งาน ไม่ใช่ทำสื่อเพื่อส่งประกวด ซึ่งวิธีที่ครูและนักเรียนโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัยสร้างสื่อ คือความเป็นกันเองเหมือนเพื่อนบอกเพื่อน ครูสอนนักเรียน ขั้นตอนจึงไม่ตรงกับกติกา จึงไม่ได้รับรางวัล แต่ผลปรากฎว่ามีผู้เข้าใช้งานเป็นแสนเป็นล้านครั้ง ซึ่งน่าจะเป็นรางวัลเกียรติยศที่ยิ่งใหญ่ น่าภาคภูมิใจกว่าถ้วยรางวัลใดๆ ที่ได้รับเสียอีก เพราะการที่สื่อที่ได้รางวัลชนะเลิศแต่ไม่มีผู้ใช้งาน ก็จะเป็นเพียงรางวัลที่ตั้งไว้ในตู้เท่านั้น

(ตอบเมื่อ 2549)