ตั้งแต่ 15 มิถุนายน 2543 มีผู้เข้าเยี่ยมชมแล้ว

กดแป้น Ctrl+F5 ใหม่ทุกครั้ง เพราะปรับปรุงข้อมูลทุกวัน
ปรับปรุงข้อมูลครั้งสุดท้ายเมื่อ
 

       

 

 จากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ประจำวันพฤหัสบดีที่ 12 กรกฏาคม 2544
หน้ากรุงเทพไอที : เยี่ยมชม โดยคุณมรกต คนึงสุขเกษม

 (หมายเหตุ รูปบางส่วนได้หายไปจากเครื่องแม่ข่าย อยู่ระหว่างการค้นหา เพราะเป็นภาพจากหนังสือพิมพ์)

นักเรียนของโรงเรียนเป็นเด็กที่ใช้ได้ บางปีสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ยกชั้น หรือบางปีหลุดไปบ้างก้เพียงคนสองคน" เสียงบอกเล่าระคนความภาคภูมิใจนี้ไม่ใช่สิ่งเหนือความจริงที่ปรากฎมาเนิ่นนานของโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย โรงเรียนมัธยมหญิงล้วน ณ ถนนเจริยกรุง 57 แห่งนี้

               อย่างไรก็ตาม ความเป็น"เด็กเรียน" ของนักเรียนโรงเรียนนี้ไม่ใช่ขีดจำกัดของการเรียนรู้ด้านคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต แต่กลับจะเป็นปัจจัยเสริมให้หลายคนขยันที่จะทำให้ดีในทุกวิชา โดยวิธีส่งเสริมให้นักเรียนคิดสร้างสรรค์ผลงานด้วยตัวเอง ภายใต้ "การดูแลช่วยเหลือ" ของอาจารย์ผู้สอน

                "ตอนนี้ทางกลุ่มกำลังทำเพาเวอร์พอยต์ เสนอประวัติของคนในกลุ่ม และนำฟอนต์เพจที่เคยทำก่อนนี้มาปรับปรุงให้ดีขึ้น เมื่อทำเสร็จแล้วก้เก้บไว้ในฮาร์ดดิสก์ จากนั้นอาจารย์จะคัดเลือกผลงานดี ๆ ไปลงเว็บไซต์" นางสาวอำพรพรรณ์ กาวิลลา นักเรียนชั้นม.5/5 ศิลป์-คำนวณ เล่าถึงงานที่กำลังทำในห้องเรียนคอมพิวเตอร์

                โรงเรียนแห่งนี้สอนคอมพิวเตอร์ให้กับนักเรียนตั้งแต่เข้าชั้นม.1 ปัจจุบันมีคอมพิวเตอร์ทั้งหมด 3 ห้อง แต่ละห้องมีติดตั้งคอมพิวเตอร์ 25 เครื่อง โดยแต่ละห้องได้งบประมาณการซื้อมาจากงบพัฒนาจังหวัดของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาคมครูและผู้ปกครอง สามคมศิษย์เก่า เป็นต้น ซึ่งเมื่อใช้งานไป 2-3 ปี จะเปลี่ยนคอมพิวเตอร์เพื่อให้เหมาะสม

                 นอกจากการเรียนในชั่วโมงปกติแล้ว โรงเรียนเปิดให้นักเรียนเข้าใช้คอมพิวเตอร์ในช่วงเวลาอื่นๆที่มี ใช้เพื่อการเรียนการสอนวิชาอื่นด้วย "โรงเรียนเปิดห้องให้ใช้ตั้งแต่ 07.00-17.00 น. ของแต่ละวัน" นางอัจฉรา ไชยวงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเล่า พร้อมกับขยายความอีกว่า ถือเป็นความจำเป็นพื้นฐานที่นักเรียนยุคนี้ต้องใช้คอมพิวเตอร์เป็น เมื่อเรียนชั้นม.4 จะต้องใช้โปรแกรมประยุกต์ได้ 

                นายพูนศักดิ์ สักกทัตติยกุล อาจารย์หมวดคณิตศาสตร์ ผู้สอนวิชาคอมพิวเตอร์ โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย ทั้งเป็น 1 ใน 8 วิทยากรผู้อบรมความรู้ด้านคอมพิวเตอร์แก่ครูทั่วประเทศ ของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(สสวท.) และเจ้าของเว็บไซต์ไทยกู๊ดวิวดอทคอม เล่าว่า เท่าที่สอนนักเรียนมาพบว่า นักเรียนแต่ละสายมีความถนัดแตกต่างกัน นักเรียนสายวิทย์จะเก่งเรื่องฮาร์ดแวร์ และโปรแกรม แต่สายศิลป์จะเก่งด้านงานสร้างสรรค์ตกแต่งสวยงาม ฉะนั้น เมื่อดึงผลงานนักเรียนไปนำเสนอบนเว็บไซต์ทั้งเว็บของโรงเรียนและไทยกู๊ดวิว ก็มีข้อได่เปรียบเว็บอื่นๆ ที่สามารถนำเสนอสิ่งดีๆ สวยงามลงบนเว็บทั้งถือเป็นเว็บไซต์ที่มีทีมงานมากที่สุดแห่งหนึ่ง

 

 

ไม่ประกวดแต่ทำรายได้เอง

                    "เด็กๆที่โรงเรียนไม่เคยชนะเลิศรางวัลใดๆจากการส่งผลงานด้านคอมพิวเตอร์เข้าประกวด แต่หลายๆ คน สามารถหารายได้ค่าขนมของตัวเองได้จากการรับจ้างเขียนโฮมเพจแก่ผู้สนใจ ทำรายได้ครั้งละเป็นร้อย หรือเป็นพันบาท" นายพูนศักดิ์ เล่าอย่างภาคภูมิใจในบรรดาลูกศิษย์

                     ขณะที่นางสาวอำพรรณ์ เล่าว่า ที่บ้านมีธุรกิจตัดเย็บสูท ซึ่งคุณแม่ต้องการจะทำโฮมเพจแสดงเสื้อสูทต่างๆ ไว้ให้ผู้สนใจเข้ามาดู ก็ได้รับปากแล้วว่าจะทำให้ แต่ขอเวลาเพิ่มความมั่นใจในฝีมือตัวเองสักระยะก่อน

                    ด้านนางสาวจันทิพย์ กิจแต่ง นักเรียนชั้นม.6/6 สายวิทย-์คณิต เล่าว่า ได้ช่วยพี่สาวสร้างโฮมเพจเกี่ยวกับวงดนตรีชื่อดังแห่งเกาะอังกฤษ "สไปซ์เกิร์ล" ฝากไว้ที่ "ไทยเน็ต" โดยทำมาเกือบ 1 ปีเต็มแล้ว มีผู้ให้ความสนใจเข้ามาดูพอสมควรเพราะนำเสนอข้อมูลส่วนตัวของสมาชิกวงดังกล่าว ข่าวคราวความเคลื่อนไหว เกม และมีแผนที่จะสร้างห้องสนทนาเพิ่มขึ้นอีกด้วย

 นางสาวจันทิพย์ กิจแต่ง

สอนเน็ตไม่ต้องออนไลน์

                     นายพูนศักดิ์ ถ่ายทอดประสบการณ์อีกว่า การสอนอินเทอร์เน็ต ไม่จำเป็นต้องออนไลน์ตลอดเวลา ซึ่งทำให้เปลืองเวลาใช้งานอินเทอร์เน็ตไปอย่างเปล่าประโยชน์และการใช้งานอินเทอร์เน็ตพร้อมๆกันยังทำให้ช้าอีกด้วย

                    โดยโรงเรียนสามารถทำ "แลบแห้ง" ให้นักเรียนฝึกฝีมือเก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์ หลังจากนั้นอาจารย์ผู้สอนค่อยจัดสรรเวลาคัดเลือกผลงานนักเรียนถ่ายโอนขึ้นอินเทอร์เน็ตในภายหลัง รวมทั้งการดาวน์โหลดเว็บไซต์ที่น่าสนใจและมีประโยชน์ต่อนักเรียนมาเก็บไว้ให้เรียกดูด้อีกด้วย "จะได้ทั้งความไว ความทันสมัย และไม่เปลืองเวลา"