โรคพยาธิใบไม้ในตับ



 

โรคพยาธิใบไม้ในตับ

                                          ชื่อโรค  : พยาธฺใบไม้ในตับ

  ไทย     : พยาธิใบไม้ตับ

  อังกฤษ : Opisthorchis   viverrini
 
  ชื่อย่อ   : Fasciolosis

  อยู่ในกลุ่มโรคประเภท :  ระบบทางเดินอาหาร

  ผู้ค้นพบ :  ไม่ได้ระบุ

 

     สาเหตุของการเกิดโรค

     เกิดจากพยาธิชนิดหนึ่งชื่อฟาสซิโอล่า ไจแกนติก่า (Fasciola gigantica) ซึ่งมีรูปร่างลักษณะคล้ายใบไม้ ขนาดตัวยาว 30-55 มิลลิเมตร กว้าง 9-15 มิลลิเมตร ลำตัวแบน ส่วนหน้ากว้างกว่าส่วนท้าย อาศัยอยู่ในถุงน้ำดีและท่อน้ำดี ขณะที่พยาธิชนิดนี้ยังมีชีวิตอยู่มีสีน้ำตาลปนเทา พยาธิตัวแก่มีทั้งเพศผู้และเพศเมียอยู่ในตัวเดียวกัน เมื่อพยาธิตัวแก่เจริญเติบโตเต็มที่ก็จะออกไข่ในถุงน้ำดีและท่อน้ำดีไข่จะไหลผ่านท่อน้ำดีมาที่ลำไส้เล็กและปนออกมากับอุจจาระเมื่อมีความชุ่มชื้นหรืออุณหภูมิพอเหมาะไข่จะฟักเป็นตัวอ่อนในน้ำแล้วเข้าไปเจริญเติบโตและแบ่งตัวอยู่ในหอยคันก้นแหลม (Lymnaea rubiginosa) ระยะหนึ่ง จากนั้นจะออกจากหอยคันไปเกาะอยู่ตามใบไม้ ใบหญ้า หรือวัชพืชริมน้ำ เมื่อสัตว์กินหญ้าหรือวัชพืชที่มีตัวอ่อนระยะนี้เข้าไป ตัวอ่อนจะไชผ่านและไปเจริญเติบโตเป็นพยาธิตัวแก่ที่ท่อน้ำดีและถุงน้ำดี แล้วปล่อยไข่ออกมากับอุจจาระอีก นอกจากนี้พยาธิยังกินเนื้อเยื่อตับพร้อมกับปล่อยสารพิษออกมาขัดขวางการสร้างและทำลายเม็ดเลือดแดงของสัตว์นั้นมีผลทำให้สัตว์โลหิตจาง

     พยาธิเข้าสู่ร่างกายได้อย่างไร

     โรคพยาธิใบไม้ตับ มีสาเหตุมาจากพยาธิ ที่มีชื่อเรียกว่า พยาธิใบไม้ตับ(Opisthorchis viverrini)ซึ่งมีรูปร่างแบนคล้ายใบไม้ ส่วนหัวและท้ายเรียวมน ขนาด ยาว 5-10 มม. กว้าง 0.7-1.5 มม. สีแดงเรื่อคล้ายสีโลหิตจางๆ ในประเทศไทยพบมากทั้งทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ส่วนภาคอื่นๆ พบน้อยมาก
    

     จากปัจจัย 4ประการ

     1.นิสัยการกินอาหารของประชาชนท้องถิ่น นิยมกินอาหารดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ จากปลาน้ำจืดที่เรียกว่า ก้อยปลา ส่วนมากจะได้ปลาในฤดูฝนซึ่งมีระยะติดต่อ “เมตาเซอร์คาเรีย” มากกว่าฤดูอื่น ๆ
     2.การแพร่กระจายของโรคยังดำเนินอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากสุขาภิบาลในชนบทยังพัฒนาไปไม่ทั่วถึง การที่ชาวบ้านทำนายังถ่ายลงน้ำ หรือตามพุ่มไม้เมื่อฝนตกจะชะอุจจาระลงแหล่งน้ำทำให้ไข่พยาธิมีโอกาสเจริญในหอยได้
     3.นแหล่งน้ำต่าง ๆ มีหอยโฮสท์ตัวกลาง ตัวที่ 1และมีปลาโฮสท์ตัวกลาง  ตัวที่ 2อยู่ร่วมกันทำให้วงจรชีวิตของการเกิดพยาธิใบไม้ตับครบวงจรสมบูรณ์
     4.รัฐบาลสนับสนุนการเกษตรโดยสร้างแหล่งน้ำซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธ์ของหอยและปลาซึ่งเป็นโฮสท์ตัวกลาง

    

     ประเภทของปลา
 
     ปลาที่พบระยะติดต่อ เมตาเซอร์คาเรีย (Metacercaria) อยู่ในเนื้อปลา หรือครีบปลาน้ำจืดเป็นปลาที่มีเกล็ดขาว เช่น ปลาแม่สะแด้ง, ปลาขาวนา, ปลาหนามหลัง, ปลาขาว, ปลาแก้มช้ำ, ปลาตะเพียน, ปลาซิว, ปลาสร้อย, ปลาตะเพียนทราย, ปลากระสูบ ฯลฯ

    

     วงจรของพยาธิใบไม้ตับ

     คนหรือสัตว์กินเนื้อปลา เป็นพยาธิออกไข่ปนมากับอุจจาระ – ลงสู้น้ำ – หอยกินไข่พยาธิ โฮสท์ (1) เป็นตัวว่ายไปอยู่ในปลา, ปู, หอย โฮสท์ (2) ส่วนใหญ่จะเข้าทางปลาที่มีเกล็ดเป็นซีสต์ ในเนื้อปลา คน – สัตว์กินเนื้อปลาจะเป็นพยาธิต่อไป

     ตัวพยาธิใบไม้ตับ   

     มีลักษณะ ส่วนท้ายมนกว่าส่วนหัว ขนาดยาว  5.5 – 9.5  มม.กว้าง  0.7 – 1.6 มม.

 

     ไข่พยาธิใบไม้ตับ 

     รูปไข่สีน้ำตาลปนเหลือง มีฝาปิด ไหล่ของไข่มองเห็นชัด มีตุ่มเล็กๆ อยู่ทางด้านท้าย  ขนาด 22 – 23 X ไมครอน ( ไข่เมื่อออกมาปนกับอุจจาระจะมีตัวอ่อน ไมราซิเดียม อยู่ภายใน )

 

     วงจรพยาธิใบไม้ตับ

     ในคนเมื่อคนกินอาหารที่ปรุงจากปลาดิบเป็นระยะตัวอ่อนของ เมตาเซอร์คาเรีย เข้าไป เมื่อถึงลำไส้เล็กส่วนตับ ตัวอ่อนจะไชออกจากถุงซีสต์เดินทางไปตามทางเดินน้ำดี จนถึงท่อน้ำดีส่วนปลายที่อยู่ในตับเจริญเป็นตัวเต็มวัยต่อไป ในรายที่มีพยาธิจำนวนมากอาจพบพยาธิในถุงน้ำดีและท่อน้ำดีของตับอ่อนได้

      อาการของโรค

      ผู้ป่วยรู้สึกแน่นท้องที่ใต้ชายโครงขวา อาจจุกแน่นไปที่ใต้ลิ้นปี่ หรือใต้ชายโครงซ้าย โดยมากอาการมักเกิดในตอนบ่าย ๆ เกิดนานประมาณ 1 – 3 ชั่งโมง หลังจากนั้นอาการจุกแน่นท้องก็จะกลับเป็นใหม่ บางรายหายเป็นวันหรือสัปดาห์ จะกลับเป็นใหม่อาจจุกแน่นท้องมากจนทำงานไม่ได้บางราย เบื่ออาหาร ท้องอืด ตับโต ถ่ายเหลวบางครั้ง มีไข้ต่ำ ๆ บางรายผู้ป่วยเป็นโรคขาดอาหาร น้ำหนักลด ขาบวม อาการรู้สึก “ออกร้อน” ที่ท้องหรือหลังเป็นลักษณะพิเศษที่พบได้ในโรคพยาธิใบไม้ตับ

     มักพบในโคที่มีอายุตั้งแต่ 8 เดือนขึ้นไป อาการป่วยอาจพบได้ 2 ลักษณะ คือ
     1. อาการเฉียบพลัน เกิดขึ้นเมื่อโคกินตัวอ่อนระยะติดต่อของพยาธิเข้าไปพร้อมกันมากๆ พยาธิจะไชเข้าตับทำให้เกิดแผลและมีเลือดออกมาก โคจะตายกระทันหันโดยไม่แสดงอาการล่วงหน้า พบมากในโคอายุน้อย
     2. อาการเรื้อรัง มักพบในโคที่โตแล้ว โคที่เป็นโรคจะซูบผอม เบื่ออาหาร ท้องอืดบ่อยๆ โลหิตจาง สังเกตได้จากเยื่อเมือกที่ตาและปากซีด ในแม่โครีดนมปริมาณน้ำนมลดลง ผิวหนังหยาบ มีอาการบวมน้ำใต้คาง ท้องผูกสลับกับท้องเสีย และตายในที่สุด

     ภาวะแทรกซ้อน

     ผู้ป่วยจะมีตับโต ถุงน้ำดีโต คลำได้ การทำงานจะเสียไป อาการทรุดลงมักเสียชีวิตได้ในที่สุด

     วิธีรักษา

     การตรวจวินิจฉัย
ตรวจหาไข่พยาธิในอุจจาระ โดยวิธี Kato s thich Smear

     การรักษา
ให้ยาปราซิควอลเทล   600 มิลลิกรัม โดยชั่งน้ำหนัก  40 มก./1 กก. กินครั้งเดียวก่อนนอน

     การป้องกัน

     1. ให้สุขศึกษาเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชนที่ชอบรับประทานปลาดิบ หรือสุก ๆ ดิบ ๆ

     2. ส่งเสริมให้ประชาชนใช้ส้วมให้ถูกลักษณะ
     3. กำจัดสัตว์ที่เป็นแหล่งแพร่กระจายของพยาธิ คือ สุนัข, แมว ฯลฯ ( อาหาร หอย,ปลา สุก)
     4. กำจัดตัวนำโฮสท์ตัวกลาง (อาหารทำให้สุก

     วิธีปฏิบัติตน

     1.รับประทานอาหารที่สุก ไม่รับประทานอาหารที่สุกๆดิบ
     2.ก่อนรับประทานอาหารทุกครั้งควรล้างมือเพื่อกันสิ่งสกปรกที่ติดตามมือมา
     3.ในการทำอาหารควรทำให้สุกก่อนทุกครั้ง

     สะท้อนความคิดเห็น

     ทำไมถึงสนใจศึกษาโรคนี้
เพราะได้เคยเห็นข่าวที่ว่าคนญี่ปุ่นมีไข่พยาธิอยู่เต็มสมอง เลยอยากทราบว่าพยาธิเข้าไปออกไข่ได้อย่างไรแล้วคนเป็นโรคนี้ได้อย่างเดียวหรอ แล้วพยาธิอยู่แค่ที่ตับหรือเปล่า และ คิดว่าเรื่องโรคพยาธิใบไม้ในตับเป็นพยาธิชนิดที่ใกล้ตัวที่สุดเพราะเกี่ยวกับการรับประทานอาหารที่ทุกคนมองข้ามเรื่องนี้ไป  

     คิดอย่างไรกับโรคนี้
เมื่อได้ทำการศึกษาแล้วก็ได้เข้าใจในเรื่องนี้ว่าเป็นได้ทั้งคนสัตว์ คิดว่าโรคนี้ไเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมากเพียงแค่คิดที่จะรับประทานอาหารอะไรสักอย่างก็ต้องเลือกทานอาหารที่สุก และส่วนมาคนก็จะมองข้ามเรื่องนี้ไปเพราะมัวแต่คิดถึงแค่รสชาติความอร่อยของอาหาร แต่ถ้าเรามัวแต่คำนึงถึงรสชาติ และไม่รู้จักป้องกันกว่าจะรู้ตัวก็อาจจะมีพยาธิเข้าไปอยู่ในร่างกายของเราซะแล้ว

 

ที่มา

        http://www.dld.go.th/region1/knowledge%20Center/knowledge/Disease/Fasciolosis.doc

       

        คุณ ทัศนีย์  ชมภูจันทร์

        คุณ มนัสนันนท์ ประสิทธิรัตน์

        คุณ มนยา เอกทัตร์ (บรรณาธิการ). 2539.

        คุณ สุรีย์ ธรรมศาสตร์

        คุณ ปนันท์ ธนเจริญวัชร

        คุณ จิรา คงครอง

       คู่มือการดูแลสุขภาพโคนม" สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ. ฟันนี่พับบลิชิ่งสุรีย์ ธรรมศาสตร์

       คู่มือมาตรฐานการชันสูตรโรคสัตว์. สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ.โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

 

เรียบเรียงโดย : นางสาว กัญชลา วงษ์เกษม ชั้นม.6/7 เลขที่ 16


kalayarat's picture

ขอบคุณค่ะ   ตรวจแล้ว

.กัลยารัตน์