บทละครเรื่องอิเหนา



๓. คุณค่าด้านความรู้
    - สังคมและวัฒนธรรมไทย
      ประเพณีการใช้บน
                    “ครั้นถึงซึ่งศาลเทพารักษ์              เรืองฤทธิ์สิทธิศักดิ์อาศัย
                แม้นธานีมีเหตุเภทภัย                       ก็บวงบนเทพไทยทุกครั้ง”
     ประเพณีการแต่งตัว 
                     “สอดใส่สนับเพลาพื้นตาด              ปักเป็นรูปราชไกรสร”
                ภูษาโจงจีบซับซ้อน                         ฉลององค์ทรงงอนงามพริ้ง
                ชายไหวชายแครงแพลงสะบัด             พาหุรัดทองกรกาบกิ่ง
                ทับทรวงตาบทิศวิจิตรจริง                 ธำมรงค์ยงยิ่งล้วนพลอยเพชร
    ประเพณีการเสด็จของเจ้านาย   สมัยโบราณเวลาเจ้านายเชื้อพระวงศ์จะเสด็จไปที่ใด จะต้องมีการเตรียมรับเสด็จ เพื่อรักษาความ     
 ปลอดภัย แม้ในปัจจุบันก็ยังมีประเพณีนี้อยู่แต่วิธีการเปลี่ยนแปลงไป เช่นตอนที่มะเดหวีและบุษบาไปเสี่ยงเทียนไหว้พระปฏิมาในวิหาร
                      บัดนั้น                                  สาวใช้รับสั่งแล้วผายผัน
                วิ่งพลางร้องไปว่าใครนั้น                   มาเล่นนี่นั่นอยู่ดังนี้
                พระประเทียบจะเสด็จขึ้นมา               อย่าช้าจงไปเสียจากที่
                ชาวไหนมาคิรี                              สนธยาราตรียังไม่ไป 
    ประเพณีการตั้งพลับพลา
                     “ตั้งเป็นเขื่อนเพชรเขตขันธ์           รอบนั้นรายรั้วขวากหนาม
               ทั้งกรองร้อยคอยตระเวนห้ามปราม        ทักถามผู้คนไปมา”
   - การแสดงสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของบรรพบุรุษ
     สภาพชีวิตของนางสนมกำนัลในราชสำนัก
                    “บ้างหยิบยกเครื่องแป้งออกมาจัด    ตะไกรตัดตาดปักทำฝักหวี
             ปรุงกระแจะใส่ตลับลำดับดี                    ขวดเนียรคันถีศิลาทอง”
    การเล่นของเด็กวัยรุ่น
                     “บ้างตั้งวงเตะตะกร้อเล่น              เพลาเย็นแดดร่มลมสงัด
             ปะเตะโต้คู่กันสันทัด                           บ้างถนัดเข่าเดาะเป็นน่าดู”
    ความเชื่อในการเสี่ยงทาย
                     “แม้นจะได้ข้างอิเหนากุเรปัน         ให้รัศมีเพลิงนั้นแจ่มใส 
             ให้เทียรจรกาดับทันใด                        ขอให้เห็นประจักษ์บัดนี้”
  - การเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์  บทละครเรื่องอิเหนาให้สาระแก่ผู้อ่านทำให้มองเห็นโลกและชีวิตกว้างขึ้น เข้าใจปัญหาของชีวิตดีขึ้น รู้ว่าความสุข ความทุกข์ความถูกต้องและความผิดพลาดในชีวิตย่อมมีอยู่ในมนุษย์ทุกคน กวีได้จำลองชีวิตของมนุษย์ไว้ ตัวละครจึงมีสุข ทุกข์ โศกเศร้า ร่าเริงเช่นเดียว กับมนุษย์โดยทั่วไป ดังคำกล่าวที่ว่า “ดูหนังดูละครแล้วย้อนดูตัว” ตัวอย่างคติธรรมในการดำเนินชีวิต เช่น ผู้มีอำนาจวาสนายิ่งใหญ่มักลืมตัว ดังเช่นพฤติกรรมของท้าวดาหา เมื่อโกรธอิเหนาก็ยกบุษบาให้แก่จรกา โดยไม่คำนึงว่าบุษบาจะได้รับความทุกข์หรือความสุขส่วนบุคคลที่ขาดประสบการณ์ต่างๆ มักไม่เป็นตัวของตัวเอง ขาดความเชื่อมั่นทำให้เป็นคนอ่อนแอ นอกจากนี้ยังได้แสดงคติในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ว่าต้องการโอ้อวดและให้ผู้อื่นยกย่องตนในสังคม เช่น ตอนที่กลาวถึงนางกำนัลแต่งกายประกวดประขันอวดมั่งอวดมีกันว่า
                    บ้างไร้ทรัพย์ไม่เสงี่ยมเจียมตน        อุตส่าห์สู้ซ่อนจนขวนขวาย
             ไปเชื่อเช่าเขามาทำกรุยกราย               แต่งกายประกวดอวดมั่งมี