เฉลยข้อสอบวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา โดยม.6/1


kalayarat's picture
สร้างโดย: 
ครูกัลยารัตน์ เมธีวีรวงศ์ โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย


เฉลยข้อสอบวิชาสุขศึกษา O-net ปี 50  ข้อ7-10

7.เมื่อย่างเข้าสู่วัยรุ่นตอนต้น วัยรุ่นชายจะมีการเจริญเติบโตทางร่างกาย ช้ากว่าวัยรุ่นหญิงประมาณ 2 ปี เพราะได้รับอิทธิพลจากข้อใด
1. ยีน          2. สมอง          3. สิ่งแวดล้อม        4. ต่อมไร้ท่อ

ตอบ  4   เพราะในเพศหญิงจะมีการเปลี่ยนแปลงที่เร็วกว่าเพศชายอยู่ประมาณ 1 - 2 ปี  โดยจะมีฮอร์โมนจากต่อมไร้ท่อในร่างกายเป็นตัวควบคุม


8. การวางแผนดูแลสุขภาพเพื่อให้มีสุขภาพดี ด้วยการรับประทานอาหารครบทุกหมู่และออกกำลังกายด้วยการเดิน จะได้ประโยชน์มากที่สุดข้อใด
1. กระดูกยาวขึ้น   2. มวลกระดูกมากขึ้น    3. กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น   4. เอ็นและข้อต่อแข็งแรงขึ้น

ตอบ  4  เพราะการเสริมสร้างกระดูกทำได้โดยการกินอาหารให้ครบหมวดหมู่และมีปริมาณแคลเซียมที่มากเพียงพอ  มนุษย์ออกกำลังกายด้วยการเดินมาตลอดธรรมชาติสร้างมนุษย์ให้ นอน เดิน ยืน นั่ง  การนอนถือเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุดจะทำให้กล้ามเนื้อได้พักผ่อนด้วย และถูกใช้งานน้อยที่สุดการเดินต่อเนื่องกัน 30 -40 นาทีถือได้ดีเลยทีเดียวและเป็นการบาดเจ็บน้อยที่สุดและหากเดินต่อเนื่องกัน

20 นาทีขึ้นไปจะเป็นการดีส่งผลให้ร่างกายกล้ามเนื้อพัฒนาขึ้นจิตใจก็สบาย


9. ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตที่ถูกต้องเหมาะสม
1. การอบรมเลี้ยงดู                   2. สภาพเศรษฐกิจของครอบครัว        

3. ระดับการศึกษาของครอบครัว    4. ความเชื่อในคำพยากรณ์ชีวิต

ตอบ  4 เพราะคำทำนายนั้นเป็นเหมือนสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต แต่ก็ไม่จำเป็นจะต้องเป็นจริงเสมอไป เราควรที่จะรับรู้และรับฟังไว้บ้าง แต่ไม่ควรจะนำมาเป็นแผนในการดำเนินชีวิต


10. จากคำกล่าวที่ว่า "ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น" นักเรียนจะแปลความหมายให้ถูกต้องที่สุดคือข้อใด
1. การอบรมเลี้ยงดู       2. สติปัญญา        3. สิ่งแวดล้อม       4. กรรมพันธุ์

ตอบ   1  เพราะ  "ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น" หมายถึง พ่อแม่เป็นเช่นไร  ลูกย่อมไม่ต่างจากพ่อแม่  เพราะคนเราตั้งแต่เกิดมาจะได้รับการอบรมมาจากครอบครัวเป็นอันดับแรก  การอบรมสั่งสอนจากพ่อแม่ซึ่งเป็นบุคคลในครอบครัว  ทำให้เราเกิดการเรียนรู้และจดจำสิ่งต่างๆจากครอบคร้วได้อย่างมากเลยทีเดียว 

 

 

น.ส. พารินทร์  ไกรสีห์กาจ  ม.6/1 เลขที่ 18



35. การปฏิบัติตนข้อใด ที่จัดเป็นพฤติกรรมเสี่ยงต่อความปลอดภัยในชีวิตมากที่สุด
     1) การขับรถด้วยความเร็ว 100 กม. ต่อชั่วโมง
     2) การขับรถในขณะที่พูดโทรศัพท์มือถือ
     3) การไม่คาดเข็มขัดนิรภัยเมื่อนั่งเบาะหน้า
     4)  สูบบุหรี่ขณะขับรถ
ตอบ  2  การขับรถในขณะพูดโทรศัพท์มือถือ จัดเป็นพฤติกรรมเสี่ยงต่อความปลอดภัยในชีวิตได้        ถ้าหากผู้ขับไม่ใช้อุปกรณ์เสริมในการพูดโทรศัพท์ อาจก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้

36. กิจกรรมใดที่จัดเป็นการใช้กระบวนการทางประชาสังคม เพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยให้ชุมชนเข้มแข็ง
     1) การแต่งตั้งผู้ให้คำปรึกษาด้านครอบครัว
     2) การจัดหน่วยแพทย์อาสาไปตามชนบท
     3) การจัดชุดคุ้มครองหมู่บ้าน
     4) การจัดทำประชาพิจารณ์
ตอบ  3  ประชาสังคม (Civil Society) หมายถึง การรวมกลุ่มของบุคคลที่มีเป้าหมายในเชิงพัฒนาและทำประโยชน์ให้กับสังคมมาก ที่สุด ดังนั้น การจัดชุดคุ้มครองหมู่บ้านจึงเป็นกระบสนการทางประชาสังคม ที่ช่วยส่งเสริมความปลอดภัยให้ชุมชนเข้มแข็ง  
37. ถ้าร่างกายมีคอเรสเตอรอลมากเกินไป ทำให้เป็นโรคใด
       1. เบาหวาน        2. มะเร็ง        3. เหน็บชา        4. เส้นเลือดอุดตัน

ตอบ ข้อ 4
เพราะปกติหลอดเลือดจะมีผิวเรียบสม่ำเสมอ แต่เมื่อมีคอเรสเตอรอลมาจับที่ผนังหลอดเลือดเป็นเวลานานจนกระทั่งพอกตัวหนา ขึ้นๆ ก้อนไขมันที่สะสมที่ผนังหลอดเลือดนี้เรียกว่า พลัค  ซึ่งการก่อตัวของพลัคทำให้หลอดเลือดตีบลงและอุดตันได้

 

 

นางสาว ญานิกา  แสนราช ม.6/1  เลขที่38



23. คนอายุ 20 ต้องการฝึกกีฬาที่มีความหนัก 80 % ของอัตราการเต้นของหัวใจ สูงสุด จะมีอัตราการเต้นของหัวใจเท่าใด

ก. 156 ครั้งต่อนาที

ข. 160 ครั้งต่อนาที

ค. 166 ครั้งต่อนาที

ง. 172 ครั้งต่อนาที

ตอบ  160 ครั้งต่อนาที
              เพราะวิธีหาอัตราการเต้นของหัวใจ คือเอาตัวเลข 220 - ด้วยอายุ จะได้เท่ากับอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด สมมุติว่าเพื่อนๆอายุ 20 ก็เอา 220-20 = 200 ต่อนาที ค่า 200 นี้คืออัตราการเต้นหัวใจสูงสุดของเรา แต่เราจะเอาตัวนี้ไปใช้ไม่ได้ หลักการออกกำลังกายที่ได้ประโยชน์คือต้อง 80 เปอเซนต์ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด ดังนั้น 80 เปอเซนต์ของ 200 เท่ากับ 160 ค่านี้หมายถึงคนที่ไม่เป็นโรคภัยไข้เจ็บอะไรเลยนะ เพื่อความหลอดภัยเราก็ลดอัตราการเต้นหัวใจลงมาให้เหลือสัก 140-150 สำหรับคนที่อายุ 20 ปี

 

24. ปัจจัยในข้อใดมีความสำคัญสูงสุดในการสร้างสมรรถภาพทางกาย

ก. อาหาร

ข. อาหารเสริม

ค. ยาบำรุง

ง. การอออกกำลังกาย

ตอบ ง. การออกกำลังกาย

     เพราะ สมรรถภาพทางกาย หมายถึง ความสามารถของร่างกายที่ใช้อวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่เกิดความ เหนื่อย หรือเกิดน้อยและมีพลังงานเหลือในร่างกายที่จะประกอบกิจกรรมฉุกเฉินหรือ นันทนาการได้

25. ในการเล่นกีฬา  เมื่อเกิดอุบัติเหตุข้อเท้าเคล็ด นักกีฬาควรปฎิบัติอย่างไร

ก. หยุดพัก ใช้ความเย็นประคบ ปล่อยให้ขาห้อยลง

ข. หยุดพัก ใช้ความร้อนประคบ  ยกขาขึ้นสูง

ค. หยุดพัก  ใช้ความเย็นประคบ ยกขาขึ้นสูง

ง. หยุดพัก  ใช้ความร้อนประคบ ปล่อยให้ขาห้อยลง

ตอบ ค. หยุดพัก ใช้ความเย็นประคบ ยกขาขึ้น

               เพราะ เมื่อเกิดเหตุข้อเท้าเคล็ด การปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้ใช้หลักการของ“R-I-C-E” มี 4 ประการ ด้วยกัน ได้แก่
               1. R(หรือ Rest) คือ การพัก โดยควรลดหรือหยุดกิจกรรมที่ทำอยู่ และพยายามพักผ่อนอยู่เฉยๆ อย่าพยายามใช้งานขอเท้าข้างนั้น จนกว่าจะทุเลา แต่ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้สำหรับผู้ที่อยู่กลางป่า เมื่อจำต้องเดินต่อไปในขณะนั้นหรือวันรุ่งขึ้น ก็ควรหาไม้ขนาดพอเหมาะมาช่วยค้ำยันขณะเดิน เพื่อช่วยผ่อนแรงกระแทกขณะก้าวเดิน
               2. I(หรือ Ice) คือ การใช้ความเย็นประคบข้อเท้าราวๆ 15 นาที โดยทำทันทีหลังได้รับบาดเจ็บ ด้วยการใช้ Ice Pack คือ ถุงเย็นวิทยาศาสตร์ที่มีลักษณะคล้ายเยลลี่ ซึ่งต้องแช่ตู้เย็นอยู่เสมอ หรือใช้ถุงน้ำแข็งหรือผ้าห่อน้ำแข็งมาประคบ แต่สำหรับคนเดินป่าคงเป็นเรื่องยากที่จะมีน้ำแข็งหรือ Ice Pack ติดตัว ดังนั้นควรหาแหล่งน้ำตามธรรมชาติ แล้วใช้วิธีแช่เท้าในน้ำก็ได้ เพื่อลดการไหลเวียนของเลือดมายังข้อเท้า เพราะความเย็นจะทำให้เส้นเลือดหดตัว อาการบวม ห้อเลือด และฟกช้ำก็จะลดน้อยลง เป็นไปได้ควรทำเช่นนี้อยู่ 2-3 ครั้ง ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรกที่บาดเจ็บ ต่อเมื่อผ่านพ้นช่วงเวลาดังกล่าวไปแล้ว จึงทำการประคบด้วยน้ำร้อนหรือแช่น้ำอุ่น 15-30 นาที โดยทำวันละ 2-3 ครั้ง เพื่อลดอาการอักเสบ ขอเน้นย้ำว่าห้ามบีบนวด ใช้ยาคลายกล้ามเนื้อ หรือประคบน้ำอุ่นในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก อย่างเด็ดขาด เพราะจะเป็นการซ้ำเติมทำให้เรารู้สึกเจ็บปวดยิ่งขึ้น
               3. C(หรือ Compression) คือ การพันรอบ ด้วยการใช้ผ้าพันแผลชนิดยืด(Elastic Bandage) แต่ถ้าไม่มีก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนใหญ่ หรือตัดชายเสื้อยืดที่เราสวมใส่อยู่ นำมาพันข้อเท้าพอแน่น แต่อย่าให้แน่นเกินไป เพื่อให้เลือดไหลเวียนได้สะดวก และช่วยพยุงข้อเท้าข้างที่บาดเจ็บไม่ให้เคลื่อนไหวมากนัก ทำให้อาการปวดลดน้อยลง
การพันผ้าฯที่ถูกต้อง ต้องพันไล่ขึ้นมาจากปลายเท้าก่อน โดยเริ่มจากโคนนิ้วเท้ามาหลังเท้า รอบข้อเท้า และเหนือข้อเท้าไปอีกเล็กน้อย หากเราพันเฉพาะตรงข้อเท้าละก็ ส่วนปลายเท้าที่เลยพ้นผ้าออกไปจะมีอาการบวม และควรคล้ายผ้าฯออกทุก 2 ชั่วโมง และเมื่อคลายออก ก็ถือโอกาสประคบด้วยความเย็นอีกรอบ แล้วค่อยพันกลับไปใหม่
              4. E(หรือ Elevation) คือ การยกเท้าสูง ครั้นหยุดพักหรือเวลานอน ควรยกปลายขาข้างที่บาดเจ็บให้สูงขึ้นด้วยการใช้เป้ฯรองหรือพาดกับก้อนหิน /ต้นไม้ในบริเวณนั้น เพื่อลดอาการบวม และทำให้การไหลเวียนของเลือดบริเวณข้อเท้าไหลย้อนกลับสู่หัวใจได้ดียิ่งขึ้น อนึ่งควรคล้ายผ้าฯออกทุก 2 ชั่วโมง และเมื่อคลายออกก็ถือโอกาสประคบด้วยความเย็นอีกรอบ แล้วค่อยพันกลับไปใหม่เมื่อจะเริ่มเดิน แต่เมื่อถึงจุดพักแรมที่ไม่ต้องเดินทางอีกแล้ว ควรถอดผ้าฯออกเสีย เพื่อให้เลือดไหลเวียนได้สะดวก

26. การแข่งขันเซปักตะกร้อ ข้อใดถือว่าเป็นผลแพ้  ชนะที่ถูกต้อง

ก. 11 : 9 , 11 : 8

ข. 15 : 13 , 15 :12

ค. 21 : 19 , 21 :18

ง. 25 : 23 , 25 : 21

ตอบ  ข. 15:13 , 15:12

               เพราะการนับคะแนนในการแข่งขันเซปักตะกร้อ มีการแข่งขันใช้แบบ 2 ใน 3 เซต ในเซตที่ 1 และเซตที่ 2 จะมีคะแนนสูงสุด 15 คะแนน ทีมใดได้ 15 คะแนนก่อน จะเป็นผู้ชนะในเซตนั้นๆ ทั้ง 2 เซต จะไม่มีดิวส์ หากทั้งสองทีมได้ 13 ก่อน หรือ 14 เท่ากัน พักระหว่างเซต 2 นาที ถ้าเสมอกัน 1:1 เซต ให้ทำการแข่งขันเซตที่ 3 ด้วยไทเบรก โดยเริ่มด้วยการเสี่ยงใหม่ โดยใช้คะแนน 6 คะแนน ทีมใดได้ 6 คะแนนก่อนเป็นผู้ชนะ แต่จะต้องแพ้ชนะอย่างน้อย 2 คะแนน ถ้ายังไม่แพ้กันไม่น้อยกว่า 2 คะแนน ก็ให้ทำการแข่งขันอีก 2 คะแนน แต่ไม่เกิน 8 คะแนน เช่น 8:6 หทรือ 8:7 ถือเป็นการยุติการแข่งขันระบบไทเบรก เมื่อฝ่ายใดก็ตามได้ 3 คะแนน และขอเวลานอกได้เซตละ 1 ครั้ง ครั้งละ 1 นาที สำหรับไทเบรก ขอเวลาได้ 1 ครั้ง ครั้งละ 30 วินาที

 น.ส. ยลดา   โกสุม   ม. 6/1  เลขที่ 19



 33.ในช่วงฤดูหนาว ร่างกายต้องความอบอุ่น ควรรับประทานอาหารในข้อใด

1. ส้มตำ

2. ข้าวมันไก่

3.กุ้งอบเส้น

4. น้ำพริก ผักสด

 ตอบ ข้อ 2. ข้าวมันไก่ เพราะว่าข้าวมันไก่มันมีส่วนประกอบของไขมันสูง ซึ่งไขมันมีคุณสมบัติที่ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น ให้พลังงานสูง

34. อาหารต่อไปนี้ให้สารอาหารโปรตีน ยกเว้นข้อใด

1. ฟักทอง

2. ข้าวโพด

3. กุ้งอบวุ้นเส้น

4. เผือก มัน

ตอบ  ข้อ3. เพราะ ผักคะน้ามีวิตามินซีสูงมาก ใครที่เป็นหวัด ผิวไม่สวย วิตามินซีช่วยให้เนื้อเยื่อของเราทำงานได้เต็มกำลัง ช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อให้ชุ่มชื้น และทำให้ระบบภูมิคุ้มกันโรคมีความแข็งแรงสมบูรณ์

ผักคะน้าเป็นผักที่มี เบต้า – แคโรทีนถึง 186.92 ไมโครกรัม/100 กรัม ซึ่งเป็นสารตัวหนึ่งของวิตามินเอ มีคุณสมบัติ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งที่กระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ มะเร็งปอด และมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ
นอกจากนั้น ยังมีแคลเซี่ยมช่วยเสริมสร้างกระดูก

 

35. คอเลสเตอรอล พบมากในข้อใด

 1. ไข่แดง

2. ตับไก่

3. เนื้อปลา

4. ผักใบเขียว

ตอบ ข้อ 1. ไข่แดง ในทุกข้อให้คอลเลสเตอรอลสูงเหมือนกัน แต่ในไข่แดงให้คอลเลสเตอรอลสูงถึง 1602 มิลิกรัม

36. ข้อใดไม่ใช่ธาตุหลักของโปรตีน

1. คาร์บอน

2. ไขมัน

3. ไนโตรเจน

4. ไฮโดรเจน

 ตอบ ข้อ2. เพราะในโปรตีน มี สารชีวโมเลกุลประเภทสารอินทรีย์ที่ประกอบด้วยธาตุ C, H, O, N เป็นองค์ประกอบสำคัญ
C = คาร์บอน
H = ไฮโดรเจน
O = ออกซิเจน
N = ไนโตรเจน

 นางสาว วิชสณี กองรัมย์ ม.6/1 เลขที่ 9.

 

~ EIIND'B +))


sss27149's picture

http://suriyothai.ac.th/node/1867

ณัฐพร  แก้วคำลา  ม 6/1 เลขที่ 7


sss27428's picture

ส่งงานค่ะ นางสาว ภัทรา พงศ์ภัทรถาวร ม6/1

120. อัตราการเต้นของหัวใจในคนปกติ คือข้อใด
1. 50 - 60 ครั้งต่อนาที
2. 60 - 70 ครั้งต่อนาที
3. 70 - 80 ครั้งต่อนาที
4. 80 - 90 ครั้งต่อนาที

 เฉลย ข้อ 3  .. 70-80 ครั้งต่อนาที

เพราะ ปกติ ในผู้ใหญ่ อัตราเต้น เฉลี่ย ประมาณ 72 ครั้งต่อนาที (ประมาณ ช่วง 60-80 ครั้งต่อนาที) หรือ ถ้าเอาง่ายๆ คือ ไม่เกิน 100 ถือว่าใช้ได้ แต่ถ้าเกิน ต้องระวังโรคต่างๆเช่นโรคหัวใจ โรคไทรอยด์เป็นพิษ 

ถ้าเต้นช้า แต่ไม่มีอาการหรือโรคอะไร ไม่เป็นไร เช่นนักกีฬา ที่ฟิตมากๆ บางครั้งอัตราการเต้นหัวใจลดเหลือแค่ 40-50 ครั้ง ต่อนาทีเท่านั้น(พวกนี้จะเหนื่อยยากกว่าคนปกติ) 

121. กีฬาชนิดใดที่มีการตัดสินลูกออก แตกต่างจากกีฬาอื่น
1. บาสเกตบอล
2. วอลเลย์บอล
3. ตะกร้อ
4. ฟุตบอล

 เฉลย ข้อ 4  .. ฟุตบอล

เพราะ  ลูกบอล
กฎนี้รวมทั้งขนาด นำหนัก และความกดดันของลูกบอล
ลูกบอลอยู่ในเกมส์
ยกเว้นลูกออกเท่านั้น นอกนั้นหากกรรมการไม่เป่าจะไม่มีการหยุดเกมส์ใดๆทั้งสิ้น

 122. การแข่งขันฟุตบอล มีเวลาแข่งขันและเวลาพักในข้อใดถูกต้อง
1. แข่งขัน 2 ครึ่ง ๆ ละ 40 นาที พักระหว่างครึ่ง 5 นาที
2. แข่งขัน 2 ครึ่ง ๆ ละ 45 นาที พักระหว่างครึ่ง 5 นาที
3. แข่งขัน 2 ครึ่ง ๆ ละ 40 นาที พักระหว่างครึ่ง 10 นาที
4. แข่งขัน 2 ครึ่ง ๆ ละ 45 นาที พักระหว่างครึ่ง 10 นาที 

 เฉลย ข้อ 4. แข่งขัน 2 ครึ่ง ๆ ละ 45 นาที พักระหว่างครึ่ง 10 นาที

เพราะโค๊ตทีมฟุตบอล ต้องมีการวางแผนการเล่นเพื่อสู้ฝ่ายตรงข้าม(ผู้เล่นต้องการพักและดื่มน้ำด้วย)

 



แนวข้อสอบ O-Net ปี 2550

27. การเล่นประเภทคู่ กีฬาใดมีวิธีเล่นที่แตกต่างจากกีฬาอื่น
     1. เทนนิส    2. แบดมินตัน   3. เทเบิลเทนนิส   4. วอเลย์บอลชายหาด

ANS 3.) เทเบิลเทนนิส


      การเล่นกีฬาเทเบิลเทนนิสประเภทคู่มีวิธีการส่ง(เสิร์ฟ)
      ผลัดกันเสิร์ฟจนครบ 5 ครั้ง จึงจะเปลี่ยนเสิร์ฟจนจบเกมหรือทั้งสองฝ่ายทำคะแนนได้20 คะแนน
      เท่ากัน หรือเมื่อนำระบบเร่งเวลามาใช้ก็ผลัดกันเสิร์ฟฝ่ายละครั้ง

28. การเล่นกีฬาเทเบิลเทนนิส เมื่อคู่แข่งตีลูกทอปสปิน เราควรตั้งหน้าไม้อย่างไร เพื่อให้ลูก
      กระดอนกลับไปลงบนโต๊ะคู่แข่ง
      1. ตีกลับไปโดยการคว่ำหน้าไม้เล็กน้อย          2. ตีกลับไปโดยการหงายหน้าไม้เล็กน้อย
      3. ตีกลับไปโดยการตั้งหน้าไม้ตั้งฉากกับโต๊ะ     4. ตีกลับไปโดยเอียงหน้าไม้เล็กน้อย

ANS 1.) ตีกลับไปโดยการคว่ำหน้าไม้เล็กน้อย


      การตีลูกทอปสปิน คือ การตีที่แรงและลูกหมุนการรับเพียงแต่ตั้งหน้าไม้ให้ตรงและ
      คว่ำหน้าไม้เล็กน้อยลูกก็จะย้อนกลับไปในทิศทางเดิม

29. ข้อความใดถูกต้อง ในการแข่งขันวิ่งผลัด 4x100 เมตร
     1. การรับ-ส่งไม้ผลัดจะต้องทำการรับ-ส่งไม้ภายในระยะทาง 10 เมตร
     2. นักกีฬาที่วิ่งทางโคงได้ดี จะต้องประจำที่ไม้ 1 และ 3
     3. นักกีฬาที่วิ่งช้าในทีม อาจถูกกำหนดให้วิ่งแค่ระยะทาง 90 เมตร
     4. ข้อ2 และ ข้อ3 ถูก

ANS 4.) ข้อ2 และ ข้อ3 ถูก

      ในการแข่งขันวิ่งผลัด 4x100 เมตรนักกีฬาที่วิ่งทางโค้งได้ดีจะต้องประจำที่ไม้ 1 และไม้ 3
      ลักษณะของการวิ่งทางโค้ง คือ การซับแขนแขนขวาจะต้องซับแขนสูงกว่าแขนซ้ายเพื่อให้่สมดุลย์
      กับทางโค้งกับร่างกายการก้าวเท้าเหมือนกับเข่าซ้ายจะยกต่ำกว่าเข่าขวาเพื่อทำมุมกับพื้นที่ทางโค้ง เพื่อให้เกิดความสมดุลในการวิ่งและนักกีฬาที่วิ่งช้าในทีมอาจถูกกำหนดให้วิ่งแค่ระยะทาง 90 เมตร

30. รายการแข่งขันใด ไม่มีในการแข่งขันทศกรีฑา
     1. วิ่ง 400 เมตร   2. วิ่ง 200 เมตร   3. วิ่งกระโดดไกล  4.พุ่งแหลน

ANS 2.) วิ่ง 200 เมตร

      'ทศกรีฑา' เป็นกรีฑาลู่และลาน  ๑๐  ประเภทของผู้ชาย  คือ
      1. วิ่ง  ๑๐๐ เมตร    2.กระโดดไกล
      3.ทุ่มน้ำหนัก          4.กระโดดสูง
      5.วิ่ง ๔๐๐ เมตร      6. วิ่งข้ามรั้ว ๑๑๐ เมตร
      7.ขว้างจักร            8.กระโดดค้ำ 
      9.พุ่งแหลน           10.วิ่ง ๑,๕๐๐  เมตร 

น.ส.ศาตนันท์   แก้วอุดม

ม.6/1       เลขที่ 20





เฉลยแนวข้อสอบ O-net ปี 2550 ข้อ 19-22

19.อาการเหนื่อยล้าที่เกิดจากการออกกำลังกายอย่างหนัก ทำให้เกิดของเสียใดในร่างกาย
1. กรดแลกติก       2. กรดกำมะถัน         3. กรดเกลือ       4. กรดอะมิโน

เฉลย ข้อ 1 กรดแลกติก เพราะ กรดแลคติก เป็นของเสียที่เกิดจากขบวนการ anaerobic metabolism หรือการหายใจ(การเผาผลาญพลังงาน) ที่ไม่ใช้ออกซิเจน ในกรณีที่ออกซิเจน ไม่เพียงพอ เช่นการออกกำลังกาย หรือทำงานหนักกรดแลคติก จะทำให้กล้ามเนื้อล้า แต่เมื่อพักกรดแลคติก จะถูกเผาผลาญให้พลังงานต่ออีกด้วยขบวนการ aerobic metabolism หรือการใช้ออกซิเจนเหมือนในภาวะปกตินั่นเอง ทำให้เมื่อได้พัก กล้ามเนื้อจะเมื่อยล้าลดลง เล่นต่อได้อีก   

20. การฝึกออกกำลังกาย วิ่งไป-กลับระยะทาง 5 เมตรเป็นประจำจะช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางกายภาพด้านใด
1. ความแข็งแรง 2. ความทนทาน  3. ความคล่องแคล่ว ว่องไว  4. ความอ่อนตัว
เฉลย ข้อ 3 ความคล่องแคล่วว่องไว
ความแข็งแรง หมายถึง ประสิทธิภาพในการหดตัวของกล้ามเนื้อในหนึ่งครั้ง เช่น การยืนกระโดดไกล การกระโดดลอยตัวขึ้นลงในแนวดิ่ง
ความทนทาน หมายถึง ความสามารถในการหดตัวช้า ๆของกล้ามเนื้อมัดใดมัดหนึ่ง เพื่อต้านแรงหรือความสามารถในการคงสภาพของการหดตัวใดหนึ่งครั้งในระยะเวลาที่ยาวขึ้น เช่น การทำลุก-นั่ง การดึงราวเดี่ยว การงอแขนห้อยตัว
ความคล่องแคล่ว หมายถึง ความสามารถในการเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วและควบคุมได้ เช่น การวิ่งเก็บของการวิ่งซิกแซ็กการวิ่งระยะทางสั้น ๆ
ความอ่อนตัว หมายถึง สมรรถนะของมุมของร่างกายในการเคลื่อนไหวสูงสุด เช่น การงอตัวไปข้างหน้าหรือการยืนพับตัว

21.การออกกำลังกายเเบบใดเป็นการออกกำลังกายด้วยวิธีการเคลื่อนไหวอยู่กับที่
1.การเต้นแอโรบิก   2.การฝึกยิมนาสติก   3.การวิ่งอยู่กับที่   4.การฝึกวิดพิ้น
เฉลย ข้อ 4 การฝึกวิดพื้น
การเคลื่อนไหวอยู่กับที่ (Non - Locomotor Movements) หมายถึง การเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกายโดยไม่เคลื่อนที่ไปจากจุดนั้นเลย เช่น การก้มต้น การเหวี่ยงแขนขา การเหยียดตัว การบิดตัว การดึง การสั่น การโยกตัว การเอียงตัว เป็นต้น

22. กล้ามเนื้อส่วนใดของร่างกายแข็งแรงที่สุด
1. กล้ามเนื้อคอ  2. กล้ามเนื้อหลัง   3. กล้ามเนื้อต้นขา   4. กล้ามเนื้อหน้าท้อง
เฉลย 3. กล้ามเนื้อต้นขา เพราะ กล้ามเนื้อต้นขาเป็นกล้ามเนื้อที่หนากว้าง ใหญ่ และหนัก จึงเป็นกล้ามเนื้อที่แข็งแรงที่สุด

 

ศรัญญา  เขียวหวาน  ม.6/1 เลขที่ 18



โย๋ว ๆๆ ฉันทำเสร็จ แล้ววว 

555.

รักนุช สุดใจ 

้เกี่ยวไหมเนี่ย..



แนวข้อสอบ o-netปี 2550

43. บุคคลใดทำงานที่เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพมากที่สุด

1.นายแดงทำงานเป็นกรรมกรแบกหาม
2.นายเขียวทำงานในโรงงานหลอมเหล็ก
3.นายขาวทำงานเป็นกระเป๋ารถเมย์
4.นายดำทำงานในโรงงานเย็บเสื้อยืด

ตอบข้อ 2.นายเขียวทำงานในโรงงานหลอมเหล็ก  เพราะ การทำงานในโรงงานหลอมเหล็กมีความเสี่ยงต่อสุขภาพ ดังนี้

1. เป็นมลพิษทางเสียง
2. เปลี่ยนแปลงโครงสร้างและการทำงานของเซลล์
3. เป็นตัวการชักนำให้เกิดมะเร็ง
4. เป็นตัวการทำให้เกิดความผิดปกติทางพันธุกรรม
5. ทำความเสียหายต่อโครโมโซม ซึ่งเป็นปัจจัยทางพันธุกรรม

 

44.การปฏิบัติตนในข้อใดของนายเอกที่จัดเป็นพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ
1.การเข้านอนหลังเวลา 21.00 น. ทุกวัน
2.การนวดตนเองเมื่อมีอาการปวดกล้ามเนื้อ
3.การซื้อยาแก้ท้องเสียมารับประทานเมื่อมีอาการท้องร่วง
4.การรับประทานอาหารประเภทแหนมสด ก้อยปลา

ตอบ ข้อ 4  การรับประทานอาหารประเภทแหนมสด ก้อยปลา เพราะ การรับประทานอาหารที่ไม่สุกอาจทำให้เกิดโรคต่างๆตามมาได้ จัดว่าเป็นพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ

 

45.เหตุใดการใช้กระบวนการทางประชาสังคมจึงทำให้ชุมชนเข้มแข็ง
1.เพราะประชาชนเกิดการรวมกลุ่มกันแก้ปัญหาของตนเอง
2.เพราะเป็นรวมคนเป็นจำนวนมากในชุมชน
3.เพราะทำให้หน้าที่เกิดความเชื่อมั่นในการทำงาน
4.เพราะชาวบ้านไม่ต้องพึ่งรัฐอีกต่อไป

ตอบ  ข้อ1 เพราะประชาชนเกิดการรวมกลุ่มกันแก้ปัญหาของตนเอง

เพราะ เมื่อเกิดการรวมกลุ่มย่อมทำให้เกิดความสามัคคีส่งผลให้ชุมชนเข้มแข็งและปลอดภัย

 46.การป้องกันอันตรายจากการใช้ยาสามารถทำได้ดังนี้
1.ถูกคน ถูกเวลา ถูกทาง ถูกขนาดและถูกโรค
2.ถูกขนาด ถูกคน ถูกสถารการณ์ และถูกปริมาณ
3.ถูกหลัก ถูกเวลา ถูกชนิดและถูกคน
4.ถูกฉลาก ถูกวิธีการ และถูกต้องกับอาการ

ตอบ 1.ถูกคน ถูกเวลา ถูกทาง ถูกขนาดและถูกโรค เพราะการกินยาต้องดูให้ครบหลายเรื่องอย่างครอบคลุม เพื่อความปลอดภัย 

 จัดทำโดย น.ส.พีรยา  เวชชศาสตร์ ม.6/1 เลขที่24

 

 


 



เฉลยข้อสอบ o-net ปี 51 ข้อ 32 -34

32.สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคอ้วน

    1.รับประทานยาคุมกำเนิด

    2.รับประทานหรือฉีดฮอร์โมน

    3.ความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ

    4.ความผิดปกติของระบบย่อยอาหาร

คำตอบ ข้อ 1 และ 3 เพราะ โรคต่อมไร้ท่อ เช่นต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยจะมีน้ำหนักเกินเนื่องจากร่างกายเผาผลาญอาหารน้อยลง และ จากยา เพราะยาบางชนิดทำให้ความอยากอาหารเพิ่ม เช่นยาคุมกำเนิด ยาแก้โรคซึมเศร้า tricyclic antidepressant,phenothiazine ยาลดความดัน beta-block ยารักษาเบาหวาน ยาคุมกำเนิด ยา steroid

33.จงเรียงลำดับอาการ 3 ระยะของไข้มาลาเรียให้ถูกต้อง

    1.ร้อน - เหงื่่อออก - หนาวสั่น     

    2.เหงื่อออก - ร้อน - หนาวสั่น

    3.หนาวสั่น - เหงื่อออก - ร้อน     

    4.หนาวสั่น - ร้อน - เหงื่อออก

คำตอบ ข้อ 4 เพราะ ไข้มาลาเรียหรือไข้จับสั่น เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อปรสิต มียุงก้นปล่องเป็นพาหะนำโรคมาสู่คน อาการของโรคแบ่งออกเป็นระยะดังนี้  
    - ระยะหนาวสั่น เป็นเวลา 15-60 นาที ผู้ป่วยจะรู้สึกหนาวมาก มีอาการสั่นเกร็ง อุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้น ชีพจรเต้นเร็ว ความดันเลือดเพิ่มขึ้น อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน 
    - ระยะร้อน ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ผู้ป่วยมีอาการร้อน อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นประมาณ 39-40 องศาเซลเซียส ชีพจรเต้นแรง ปวดกระบอกตา หน้าแดง ผิวหนังแดงและแห้ง กระหายน้ำ คลื่นไส้ อาเจียน กระสับกระส่ายและเพ้อ บางคนไม่รู้สติ 
    - ระยะเหงื่อออก ระยะนี้เป็นเวลาราว 1 ชั่วโมง ผู้ป่วยเริ่มมีเหงื่อออกตามหน้า บริเวณขมับ ผิวหนังและลำตัว ต่อจากนั้นอุณหภูมิร่างกายจะลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้ป่วยจะรุ้สึกอ่อนเพลีีีีย หลังจากนั้นจะเข้าสู่ระยะพัก คือ ระยะที่ผู้ป่วยไม่มีอาการ   จับไข้ รู้สึกสบายดี เป็นเวลาประมาณ 1-2วัน แล้วแต่ชนิดของเชื้อโรค แล้วจึงจะจับไข้อีก

34.คนที่มีสมรรถภาพทางกายดีจะมีผลต่อสุขภาพอย่างไร

    1.ทำงานเหนื่อยช้าและหายเหนื่อยเร็ว

    2.ทำงานเหนื่อยช้าและหายเหนี่ยวช้า

    3.ทำงานเหนื่อยเร็วและหายเหนื่อยช้า

    4.ทำงานเหนื่อยเร็วและหายเหนื่อยเร็ว

คำตอบ ข้อ 1 เพราะ ผู้ที่มีสมรรถภาพดีจะเป็นผู้ที่มีค่าความจุปอดสูง อัตราการหายใจคงที่ สามารถรับเอาก๊าซออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายได้มากกว่าคนปกติ ทำให้มีความอดทนของหัวใจและปอดสูง ดังนั้น ในการออกกำลังกายผู้ที่มีสมรรถภาพทางกายดีจะเหนื่อยช้าและหายเหนื่อยเร็วกว่าคนปกติ 

จัดทำโดย

นางสาว สุรัตติกรณ์    สุวรรณพรหม

   ชั้น ม.6/1        เลขที่ 37
 

                                                                       


sss27367's picture

 เฉลยข้อสอบ o-net 50 ข้อ 34-37

34. การแข่งขันประเภทคู่หรือประเภททีม เมื่อมีการเล่นผิดพลาดเกิดขึ้น ผู้เล่นร่วมทีมหรือคู่ควรปฏิบัติอย่างไร    1. พูดกับตัวเองหรือผู้ร่วม                           2. พูดตำหนิเพื่อนร่วมทีม         

3. เฉย ๆ ต่างคนต่างเล่น                            4. พุดให้กำลังใจเพื่อนร่วมทีม

   ตอบ 4 เพราะ  เพื่อไม่ให้เพื่อนเสียกำลังใจ หากผู้เล่นเสียกำลังใจจะทำให้มีสมาธิในการเล่นลดลง และอาจทำให้เล่นต่อได้ไม่ดี 

35.หากมีผู้ถามนักเรียนว่าจะทราบได้อย่างไรว่าเขาเป็นโรคความดันโลหิตสูงหรือไม่ นักเรียนจะให้คำตอบอย่างไร
1) ให้ไปพบแพทย์เพื่อวัดความดันโลหิต 
2) ให้สังเกตอาการตนเองว่ามีหน้ามืดเป็นลมบ่อยหรือไม่
           
3) ให้สังเกตอาการตนเองว่ามีเลือดกำเดาออกบ่อยๆไม่
                          

4) ให้สังเกตอาการตอนเองว่าปวดศีรษะเป็นประจำหรือไม่

ตอบ ข้อ 1 ถ้าต้องการทราบว่าเป็นความดันโลหิตสูงหรือไม่ วีที่ดีที่สุดคือ ควรไปพบแพทย์เพื่อวัดความดันโลหิตไม่ควรสังเกตอาการต่างๆด้วยตนเอง

36.เมื่อต้องการซื้อโทรทัศน์ นักเรียนควรปฏิบัติอย่างไรเพื่อเป็นการรักษาสิทธิผู้บริโภค
1) เลือกโทรทัศน์ที่มียี่ห้อที่คนนิยมมากไม่เลือกตามโฆษณา
 
2) ตรวจสอบสินค้าให้ถ้วนถี่ เก็บใบรับประกันสินค้า
                              
3) จดหมายเลขโทรศัพท์ร้านค้าและชื่อผู้ขาย
                           

4) จดหมายเลขโทรศัพท์ร้านค้าที่คุ้นเคย

ตอบ ข้อ 2 สิทธิของผู้บริโภคมีดังนี้            
 
1. สิทธิที่จะได้รับข่าวสารที่ถูกต้องและครบถ้วน
 
2. สิทธิที่จะมีอิสระในการเลือกหาสินค้าหรือบริการ
 
3. สิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยจากการใช้สินค้าหรือบริการ
 
4. สิทธิที่จะได้รับความเป็นธรรมในการทำสัญญา
 
5. สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาและชดเชยความเสียหาย
 
ดังนั้นผู้บริโภคควรตรวจสอบสินค้าให้ถี่ถ้วน และเก็บใบรับประกันสินค้า เพื่อเป็นการรักษาสิทธิของผู้บริโภค

37.เชื้อไข้หวัดนกสามารถแพร่เร็วในสภาพอากาศใด
     1) มีความชื้อสูงและอุณหภูมิต่ำ    2) มีความชื้อต่ำและอุณหภูมิสูง
     3) มีความชื้อต่ำและอุณหภูมิต่ำ    4) มีความชื้อสูงและอุณหภูมิสูง


 

ตอบ ข้อ 3 เชื้อไข้หวัดนกสามารถแพร่กระจายได้อย่างเร็วในอากาศที่มีความชื้อต่ำและอุณหภูมิต่ำ เกิดจากเชื้อไวรัส H5N1 อุณหภูมิอยู่ประมาณ 4-10 องศาเซลเซียส

น.ส.ซอฟียะฮ  จิตต์สอาด  ชั้น ม.6/1 เลขที่ 22



 แนวข้อสอบ ปี  50 (47-50)

47. การใช้ทักษะการปฏิเสธเมื่อเพื่อนชวนสูบบุหรี่มีหลักในการปฏิบัติอย่างไร
      1. ปฏิเสธไม่สูบบุหรี่ด้วยน้ำเสียงที่แสดงความจริงจังแต่เป็นมิตร
      2. ปฏิเสธแบบบอกปัดว่าบุหรี่เป็นสิ่งไม่ดี และรีบเดินหนีไป
      3. ปฏิเสธโดยอ้างผู้ปกครองบอกว่าคนสูบบุหรี่เป็นคนไม่ดี
      4. ปฏิเสธโดยขอเลื่อนการทดลองสูบบุหรี่ไปก่อน
ตอบข้อ 2. เพราะเราสามารถปฏิเสธเมื่อถูกเพื่อนชวนให้สูบบุหรี่ หลายคนไม่กล้าปฏิเสธเพราะความเกรงใจ  กลัวผู้ชวนไม่พอใจ แต่ถ้ามีทักษะการปฏิเสธที่ถูกต้องตามขั้นตอน  ก็จะสามารถหลีกเลี่ยงภาวะนั้นได้
48. การสอนเด็กให้เป็นผู้ใหญ่ที่ไม่นิยมใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา สามารถทำได้อย่างไร
      1. พ่อแม่ต้องสอนให้ลูกรู้จักแก้ปัญหาด้วยการมีสติ
      2. พ่อแม่และลูกจะต้องไม่เคยเกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างกัน
      3. ครอบครัวต้องไม่ใช้คำพูดรุนแรงหรือใช้กำลังในการแก้ปัญหา
      4. พ่อแม่ต้องยกตัวอย่างการแก้ปัญหาความขัดแย้งที่ถูกต้องให้เด็กเข้าใจ
ตอบข้อ3. เพราะเด็กจะเรียนรู้จากสิ่งที่เห็น มากกว่าสิ่งที่ได้ยิน  ครอบครัวและผู้ใหญ่จึงควรทำตัวอย่างที่ดีเป็นตัวอย่าง เพื่อที่เด็กจะได้เรียนรู้ในสิ่งที่ดีงาม เกิดเป็นค่านิยมที่ดีงามต่อไป เมื่อโตขึ้นก็จะเป็นตัวอย่างให้คนรอบข้างต่อไป
49. ถ้านักเรียนจะช่วยผู้ได้รับอุบัติเหตุที่หัวใจหยุดเต้นด้วยการผายปอด และการกระตุ้นหัวใจไปพร้อมกันเพื่อช่วยฟื้นคืนชีพ นักเรียนมีหลักการปฏิบัติอย่างไร
    1. ผายปอด : กระตุ้นหัวใจ เป็น 2:15 ครั้ง
    2. ผายปอด : กระตุ้นหัวใจ เป็น 5:12 ครั้ง
    3. ผายปอด : กระตุ้นหัวใจ เป็น 6:15 ครั้ง
    4. ผายปอด : กระตุ้นหัวใจ เป็น 8:14 ครั้ง
ตอบข้อ1. เพราะให้ใกล้เคียงกับการหายใจในหนึ่งนาที โดย
การผายปอดและการกระตุ้นหัวใจพร้อมกัน
      ในกรณีที่ปฐมพยาบาลอยู่คนเดียวและคนป่วยมีอาการหยุดหายใจ  หรือหัวใจหยุดเต้นผู้ปฐมพยาบาลจะต้องทำทั้งสองอย่างในเวลาเดียวกัน  มี 2 แบบให้ทำดังนี้
        แบบที่ 1 (ผายปอดโดย  ผู้ช่วย 2 คน)
        1.  โดยวิธีเป่าปากต่อปาก 1 ครั้ง
        2.  กระตุ้นหัวใจ 5 ครั้ง
        3.  กลับมาผายปอดอีก 1 ครั้ง
        แบบที่ 2 (ผายปอดโดยทำคนเดียว  หรือ 2 คน)
        1.  โดยวิธีเป่าปากต่อปาก 2 ครั้ง
        2.  กระตุ้นหัวใจ 15 ครั้ง
        3.  กลับมาผายปอด 2 ครั้ง
        หมายเหตุ  แบบที่ 2 เป็นที่นิยมใช้ในปัจจุบัน  สามารถใช้กับผู้ช่วย 2 คน 

50.ถ้ามีผู้ประสบอุบัติเหตุรถชนนอนอยู่บนถนน นักเรียนมีหลักการเข้าให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบอุบัติเหตุ อย่างไร
           1.เรียกเบาๆ จับชีพจร สังเกตุการหายใจ และสำรวจสภาพร่างกาย
           2.สังเกตุการหายใจรอยฟกช้ำและการบาดเจ็บบริเวณร่างกาย
           3.เอามือเเตะตัวผู้ป่วยเพื่อวัดอุณหภูมิของร่างกาย และสังเกตุการหายใจ
           4.จับตัวเขย่าเบาๆ สังเกตุม่านตาการหายใจและลักษณะของสีผิว
ตอบข้อ 1 เพราะในการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ควรมีหลักในการช่วยเหลือ โดยสำรวจการมีสติของผู้ป่วยเป็นอันดับเเรก จากนั้นจึงตรวจสอบการเต้นของหัวใจโดยการจับชีพจรพร้อมทั้งสังเกตุการหายใจและสำรวจสภาพการได้รับบาดเจ็บจากการสำรวจสภาพร่างกายของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ

ชื่อ น.ส. ปาณิสรา  งามพลาดิศัยกุล  ชั้น  ม. 6/1  เลขที่  25


sss27253's picture

53.น้ำหนวกเกิดจากการติดเชื้ออะไร
1. เชื้อรา
2. เชื้อพยาธิ
3. ติดเชื้อไวรัส
4. เชื้อแบคทีเรีย


ตอบ ข้อ 4 เพราะหูน้ำหนวกเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียในหูชั้นกลาง อาจเกิดแบบเฉียบพลัน หรือเรื้อรังเป็นๆ หายๆ ได้


54.เมื่อใกล้วันสอบนักเรียนมีความหงุดหงิด วิตกกังวลเนื่องจากร่างกายหลั่งสารใดลดน้อยลง
    1. ซีรีโทนิน เอ็นดอร์ฟิน                   2. ซีรีโทนิน อินซูลิน
    3. เอ็นดอร์ฟิน กลูคากอน                 4. เมลาโทนิน โดปามิน


ตอบ ข้อ 1 เนื่องจากสารซีรีโทนินและเอ็นดอร์ฟินทำหน้าที่คล้ายกันคือเมื่อหลั่งออกมาแล้วจะทำช่วยให้ผ่อนคลาย ลดความวิตกกังวลและความเครียดค่ะ


- ซีรีโทนิน (Serotonin) ทำหน้าที่เกี่ยวกับการแสดงออกทางอารมณ์ ความรู้สึก และควบคุมวงจรการนอนหลับ โดยซีโรโทนินจะทำงานเฉพาะในบริเวณสมองส่วนกลาง เมื่อเกิดความรู้สึกพอใจ พบว่าผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้าจะมีระดับของซีโรโตนินในสมองบริเวณนี้น้อยกว่าปกติ สารอาหารคาร์โบไฮเดรตจำพวกแป้งและน้ำตาล เช่น ข้าว พาสต้า ผักประเภทหัว ธัญพืช และขนมปัง จะช่วยเพิ่มการดูดซึมทริปโตแฟน (tryptophan) ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นซีโรโทนินในสมอง โดยพบว่าภายใน 30 นาทีหลังรับประทานอาหารประเภทดังกล่าวจะทำให้รู้สึกผ่อนคลายและสงบได้นานหลายชั่วโมง
- เอ็นดอร์ฟิน (Endorphin) สารเอ็นดอร์ฟินมีหน้าที่สำคัญ เช่น เมื่อเกิดอาการบาดเจ็บจะช่วยให้รู้สึกชาและลดความเจ็บปวดลงได้ เมื่อเครียด สารเอ็นดอร์ฟินจะหลั่งออกมาพร้อมกับฮอร์โมนเครียด ช่วยให้ผ่อนคลาย ลดความวิตกกังวลและความเครียดค่ะ นอกจากนี้ยังทำให้เรารู้สึกสบายและมีความสุข มีงานวิจัยพบว่า สารเอ็นดอร์ฟินจะหลั่งมากขึ้นเมื่อมีความรัก เมื่อได้หัวเราะ นวดลูบสัมผัสผิวกาย และการออกกำลังกาย เป็นต้น
- อินซูลิน (Insulin) ทำหน้าที่ลดระดับน้ำตาลในกระแสเลือด
- กลูคากอน (Glucagon) ทำหน้าที่เพิ่มระดับน้ำตาลในกระแสเลือด
- เมลาโทนิน (Melatonin) มีบทบาทที่สำคัญในการควบคุมและปรับเปลี่ยนระบบการทำงานของร่างกาย เป็นที่รู้จักและใช้อย่างแพร่หลายในการช่วยให้นอนหลับและลดอาการเมาจากการบิน (jit lag)ซึ่งกลไก ของเมลาโทนินในการทำให้นอนหลับเกี่ยวข้องกับการปรับเปลี่ยนวัฎจักรประจำวันและการทำให้ง่วงนอน ซึ่งเหนี่ยวนำให้เกิดการนอนหลับเมื่อการหลั่งของMelatoninเพิ่มขึ้นคนเราจะมีความรู้สึกตื่นตัวลดลงหรือ เฉื่อยชาลงนั่นเอง รวมถึง อุณหภูมิของร่างกายก็เริ่มลดต่ำลง ทำให้เหมาะสำหรับการนอนมากขึ้น และระดับ Melatonin จะลดลง อย่างรวดเร็วในช่วงเช้ามืดของวันใหม่ ส่วนระดับของ Melatonin ในระหว่างวันนั้นต่ำมาก
- โดปามิน (Dopamine) เมื่อร่างกายหลั่งสารโดปามีนออกมาจะส่งผลต่ออารมณ์ของบุคคลมีความตื่นตัว กระฉับกระเฉงมีสมาธิมากขึ้นไวต่อสิ่งกระตุ้นต่างๆรอบตัวระดับโดปามีนในสมองสูงขึ้นจากอาหารจำพวกโปรตีนสูง ร่างกายสร้างสารโดปามีนขึ้นมาจากกรดอะมิโนชนิดที่มีชื่อว่าไทโรซีนโดยร่างกายได้จากอาหารประเภทโปรตีนสูง (มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ) เช่น เนื้อสัตว์ต่างๆ ถั่วเหลือง อาหารทะเล ไข่ และนม จะช่วยให้สมองมีพลัง กระฉับกระเฉง และตื่นตัว


55. ข้อใดไม่ใช่การสร้างเสริมการรู้จักตนเองและการยอมรับตนเอง
             1. การทำให้ค่านิยมกระจ่างชัดเจน                   2. การเผชิญกับปัญหาได้
             3. การรับรู้ถึงความรู้สึกของตนเอง                    4. การบริหารจัดการใช้เวลาอย่างเหมาะสม


ตอบ ข้อ 4 เพราะการบริหารจัดการใช้เวลาอย่างเหมาะสมไม่ได้เป็นวิธีการสร้างเสริมการรู้จักตนเองและการยอมรับตนเองแต่เป็นการวางแผนให้กับชีวิตว่าในแต่ละวันเราควรที่จะทำอะไรให้เหมาะสมกับเวลาที่มีอยู่


56.คำกล่าวที่ว่า “มนุษย์ทุกคนมีหมอ 2 คน คือ ขาขวาและขาซ้าย” นักเรียนสามารถเปรียบเทียบใกล้เคียงกับข้อความใด
             1. ออกกำลังกายด้วยการเดิน                         2. ออกกำลังกายป้องกันโรคได้
             3. การดูแลตนเองก่อนเสมอ                          4. การมีหมอหรือแพทย์ประจำครอบครัว


ตอบ ข้อ 2 เพราะการออกกำลังกายจะช่วยป้องกันโรคได้  การออกกำลังกายอาจเปรียบได้กับยาสารพัดประโยชน์ เพราะใช้เป็นยาบำรุงก็ได้ เป็นยาป้องกันก็ได้ และเป็นยาบำบัดรักษาหรือฟื้นฟูสภาพร่างกายก็ได้ การออกกำลังกายสามารถป้องกันโรคได้หลายชนิดโดยเฉพาะโรคที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของอวัยวะ  อันเนื่องจากการมีอายุมากขึ้น ซึ่งประกอบกับปัจจัยอื่น ๆ ในชีวิตประจำวันเช่นการกินอาหารมากเกินความจำเป็น ความเคร่งเครียด การสูบบุหรี่มาก หรือกรรมพันธุ์ โรคเหล่านี้ได้แก่ โรคประสาทเสียดุลยภาพ หลอดเลือดหัวใจเสื่อมสภาพ ความดันเลือดสูง โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคข้อต่อเสื่อมสภาพ เป็นต้น ผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำมีโอกาสเกิดโรคเหล่านี้ได้  ช้ากว่าผู้ที่ขาดการออกกำลังกาย หรืออาจไม่เกิดขึ้นเลยจนชั่วชีวิต การออกกำลังกายจึงช่วยชะลอชราอีกด้วย

น.ส.  อาภา      มาประเสริฐ  ม. 6/1  เลขที่ 14 

ส่ง งาน ค่ะ !!!



ข้อที่41หน้า5

โปรตีนเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องโครงสร้างภายในร่างกาย เนื้อเยื่อ และอวัยวะต่างๆ โปรตีนเกิดจากองค์ประกอบย่อยๆที่เรียกว่าอะไรและสามารถแบ่งได้กี่กลุ่ม

1. กรดแลคติก แบ่งได้ 2 กลุ่ม

2. กลูโคส แบ่งได้ 4 กลุ่ม

3. เอนไซม์ แบ่งได้ 2 กลุ่ม

4. กรดอะมิโน แบ่งได้ 2 กลุ่ม

 

ตอบข้อ 4 กรดอะมิโนแบ่งได้ 2 กลุ่ม



 โปรตีนเป็นอาหารหมู่สำคัญ กรดอะมิโนก็เป็นหน่วยย่อยของโปรตีน การได้กรดอะมิโนที่เหมาะสมครบถ้วน มีความสำคัญต่อสุขภาพ มากกว่าการได้รับโปรตีนปริมาณมากๆเสียอีก หากเราขาดกรดอะมิโนตัวใดตัวหนึ่ง ก็เหมือนกับว่า เราขาดส่วนผสมในการทำปูนซีเมนต์ให้แข็งตัว หรือหากแข็งตัวได้ ก็จะกลายเป็นปูนที่ไม่แข็งแรง ผมยกตัวอย่างเช่น ในข้าวโพดจะขาดกรดอะมิโนตัวหนึ่งคือทริปโตแฟน หากเราขาดตัวนี้ ก็จะส่งผลต่อการทำงานของสมอง ดังนั้นเราจะต้องทานอาหารชนิดอื่นที่มีอะมิโนตัวนี้เข้าไป สมองก็จะได้ทริปโตแฟนไปใช้นั่นเอง


กรดอะมิโน เป็นหน่วยพื้นฐานที่เล็กที่สุดของโปรตีน โปรตีนในร่างกายประกอบด้วย กรดอะมิโนประมาณ 20 ชนิด และกรดอะมิโนเหล่านี้ต่อเชื่อมกันเป็นโมเลกุลของโปรตีนแบ่งได้เป็น 2 พวก คือ 1. กรดอะมิโนที่จำเป็นแก่ร่างกาย ได้แก่ กรดอะมิโนที่ร่างกายสังเคราะห์เองไม่ได้ หรือสังเคราะห์ได้แต่ไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย ต้องได้รับจากอาหารเท่านั้นมีอยู่ ตัว 2. กรดอะมิโนที่ไม่จำเป็นแก่ร่างกาย ได้แก่ กรดอะมิโนที่ร่างกายสังเคราะห์ขึ้นได้เพียงพอกับความต้องการของร่างกายไม่จำเป็นต้องได้รับอาหาร คือ สารสังเคราะห์ขึ้นจากสารประกอบจำพวกไนโตรเจน หรือกรดอะมิโนที่จำเป็นแก่ร่างกาย หรือจากไขมัน หรือคาร์โบไฮเดรต มีอยู่ 12 ตั

 42 อาหารที่ผู้สูงอายุควรหลีกเลี่ยงได้แก่ข้อใด

ตอบ 3  อาหารที่มีรสจัด

อันตรายจากน้ำปลา และเกลือ กินมากทำให้ความดันเพิ่มสูง ถ้าเป็นโรคไขมันในเลือดสูง เป็นโรคหัวใจ อาจเกิดอาการหัวใจวายเฉียบพลัน ไปหาหมอไม่ทัน ไม่ตายก็เป็นอัมพาต

รสหวาน
น้ำตาลที่ชอบกันทั่วไป มีอันตราย เริ่มจากทำให้ฟันผุ ปวดฟัน กินอาหารไม่อร่อย ต้องทรมานอย่างยิ่ง การรักษาจะต้องเจ็บ เสียเวลาและเสียเงินมาก ต่อจากฟันผุ จะเป็นโรคอ้วน ต่อไปจะเกิดโรคหัวใจ โรคเบาหวาน ซึ่งจะมีอาการโรคไตตามมา อาหารสำเร็จรูปส่วนมากหวานเกินพอดี คนขายบอกว่าทำตามความต้องการของลูกค้า แม้แต่ของที่แต่เดิมไม่ใส่น้ำตาล ปัจจุบันกลับเติมน้ำตาลกันจนเคยชิน
รสเผ็ด

 พริก กับข้าวสำเร็จรูปประเภทแกงและผัดเผ็ด จะเผ็ดมากจนแสบปากแสบลิ้น ความเผ็ดขนาดนี้จะทำลายเยื่อหุ้มทางเดินอาหาร ทำให้เกิดโรคกระเพาะ โรคลำไส้ ซึ่งมีคนเป็นกันมาก

 วิธีเลิกกินอาหารรสจัดง่ายๆ
คือเริ่มจากไม่เติมซอส น้ำปลา น้ำตาล พริก อร่อยรสธรรมชาติของอาหาร ลองกินอาหารโดยไม่
จิ้มน้ำจิ้ม เพิ่มผักสดเมื่อกินก๋วยเตี๋ยว ผัดไทย น้ำยา เมื่อกินผักจิ้มน้ำพริก ใช้น้ำพริกน้อยลง เพิ่มผักให้มากขึ้น เมื่อมีผักดอง ตักผักเพิ่มขึ้น ไม่กินน้ำที่ดอง เพียงลดลงทีละน้อย อาหารยัง
อร่อยอยู่ นานๆเข้าจะอร่อยโดยไม่ต้องเติมรส

43. ความเชื่อด้านสุขภาพอะไรมีผลที่สำคัญในเรื่องการปรับเปลี่ยน และความคงอยู่ต่อพฤติกรรมสุขภาพของบุคคล
1. ความรู้ การกระตุ้น กดดัน
2. ความเป็นอยู่ การเกิดโรค การรักษา
3. ร่างกาย จิตใจ ฮอร์โมน
4. ความรู้ เจตคติ การปฏิบัติ

ตอบ 3 ร่างกาย จิตใจ ฮอร์โมน

สามารถทำให้คนที่ได้มีการรับรู้ด้านสุขภาพ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลตนเองและผลการรักษาได้ ผลการศึกษาอาจนำไปใช้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของบุคคลได้

 

ข้อใดไม่ใช่ระบบเฝ้าระวังที่เน้นระบบเฝ้าระวังเชิงรุกร่วมกันทีมีส่วนร่วมต่อแนวทางการป้องกันโรคติดต่อ
1) การตรวจสุขภาพเพื่อค้นหาโรค
2) การรักษาโรคที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน
3) ศึกษาพฤติกรรมการบริโภค
4) ศึกษาและเฝ้าระวังโรคทางพันธูกรรมเพิ่มขึ้น

ตอบ     3) ศึกษาพฤติกรรมการบริโภค

การเฝ้าระวัง (survelliance) เป็นการค้นหาตรวจจับโรคอย่างต่อเนื่องในประชากรที่กำหนด มีการทดสอบโรคในประชากร และติดตาม (monitoring) อย่างต่อเนื่องเพื่อวัดการเปลี่ยนแปลงระดับความชุกโรค ทั้งนี้การเฝ้าระวังโรค สามารถแบ่งได้เป็น 1) passive surveillance ใช้ตรวจว่ามีการปรากฏของโรคหรือไม่ และ 2) active surveillance ใช้ในการยืนยันโรคเป็นพิเศษสำหรับกรณีสงสัยว่าจะมีโรค และหาปริมาณความชุกโรค หรือยืนยันการปลอดจากโรค

 

เฉลิมขวัญ   ฉัตรทวีอุดม ม.6/1  เลขที่11



แนวข้อสอบ O-NET ปี 2551

5. ถ้านักเรียนต้องการออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง และมีสมาธอดีขึ้น ควรเลือกเข้ากิจกรรมใด

1. เต้นแอโรบิก

2. วิ่งเหยาะ

3. รำไม้พอง

4. โยคะ

ตอบ 4. โยคะ เพราะ การฝึกโยคะมีผลต่อจิตของกายในทุกๆ ด้าน เช่น
ในด้านร่างกายโดยผ่อนคลาย รักษา และ สร้างความ
แข็งแรง ยืดเส้นยืดสายระบบกระดูก กล้ามเนื้อ
กล้ามเนื้อหัวใจ ระบบการย่อยอาหาร ต่อมต่างๆ
ในร่างกาย และระบบประสาท ผลทางด้าน จิตใจ
จะเกิดผ่านการสร้างจิตใจที่สงบ ความตื่นตัวและ
สมาธิ ผลทางด้านจิตวิญญาณ คือ การเตรียมพร้อม
สำหรับการทำสมาธิ และ สร้างความแข็งแกร่งจากภายใน การตั้งใจฝึกท่าโยคะให้ประโยชน์มากมาย ตั้งแต่การฟื้นฟู สมดุลการทรงตัว ความยืดหยุ่น
ความแม่นยำ สุขภาพ และร่างกายที่แข็งแรง จนถึงการ สร้างความสงบด้านจิตใจ ความสมดุล
ทางอารมณ์ และความแข็งแรงภายใน ในแง่ของร่างกาย ท่าโยคะช่วยกระตุ้นต่อม อวัยวะ
กล้ามเนื้อและผ่อนคลายความปวดเมื่อย ทำให้การย่อยอาหาร และการไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น
อาการอันมีผลมาจากความเครียด เช่น การนอนไม่หลับ ความเหนื่อยล้า กล้ามเนื้อกระตุก
ความกังวล และอาการอาหารไม่ย่อย จะดีขึ้นมาก การฝึกท่าโยคะอย่างต่อเนื่องจะมีผล
อย่างล้ำลึกต่อร่างกายภายใน โดยทำให้เกิดความมั่นคงทางอารมณ์ สมาธิ และความมั่นใจ

6. ข้อใดไม่ใช่การวางแผนสุขภาพเพื่อการมีสุขภาพดี

1. มีกิจกรรมทางกายมากขึ้น

2. ดื่มแอลกอฮอล์เป็นครั้งคราว

3. เล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ทุกวัน

4. ฝึกซ้อมกีฬาทุกวัน

ตอบ 3. เพราะ เล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ทุกวัน ทำให้สุขภาพทางกายแย่ลง สุขภาพจิตเสีย

7. สื่อชนิดใดมีอิทธิพลต่อการมีเพศสันพันธ์ของวัยรุ่นมากที่สุด

1. หนังสือ

2. โทรทัศน์

3. อินเตอร์เน็ต

4. วิดีทัศน์

ตอบ 3. เพราะ ปัจจุบันวัยรุ่นมักจะใช้อินเตอร์ในการหาข้อมูล ทั้งความรู้ ความบันเทิงต่างๆ และมีสิ่งยั่วยุมากมาย รวมถึงภาพหรือกิจจกรรมที่เกี่ยวกับเพศสัมพันธ์ซึ่งมีความรวดเร็วต่อการค้นหามากกว่าสื่อด้านอื่น

นางสาว สุภิตา ศักดิ์ชลาธร

ม. 6-1  เลขที่ 27



แนวข้อสอบ O-NET ปี 2549

 49. เมื่อนักเรียนโดนแมลงมีพิษต่อย นักเรียนจะใช้สมุนไพรชนิดใด

1. ฝรั่ง

2. พญายอ

3. ตำลึง

4. ฟ้าทะลายโจร

ตอบ 2. พญายอ เพราะ ใบพญายอนี้รักษาอาการอักเสบเฉพาะที่ (ปวด บวม แดง ร้อนแต่ไม่มีไข้) จากแมลงที่มีพิษกัดต่อย เช่น ตะขาบ แมงป่อง ผึ้งต่อย ต่อ แตน ต่อย รักษาโดยการเอาใบสดจากพญายอนี้มาสัก 10 - 15 ใบ (มากน้อยตามบริเวณที่เป็น) จัดการล้างให้สะอาด ใส่ลงในครกตำยา ตำให้ละเอียดเติ่มเหล้าขาวพอชุ่มยา ใช้น้ำและกากทาบบริเวณที่เจ็บปวดบวม หรือที่ถู
แมลงสัตว์กัดต่อย

50. สิ่งเสพติดหมายถึงอะไร

1. สิ่งที่เสพแล้วทำให้สุขภาพดีขึ้น

2. สิ่งที่เสพแล้วอยากเสพอีกเรื่อยๆ

3. สิ่งที่เสพเข้าไปแล้วทำลายสุขภาพร่างกาย

4. สิ่งที่เสพแล้วไม่สามารถเลิกเสพได้

ตอบ 3. เพราะ ยาหรือสารเคมีหรือวัตถุชนิดใดๆ เมื่อเสพเข้าสู่ร่างกายแล้วไม่ว่าจะโดยรับประทาน ดม สูบ ฉีด หรือวิธีใดก้ตาม ทำให้เกิดผลต่อร่างกายและจิตใจ ดังนี้
1. ต้องการยาเสพติดตลอดเวลา แสดงออกทางร่างกายและจิตใจ
2. ต้องเพิ่มขนาดของยาเสพติดมากขึ้น
3. มีอาการหยากหรือหิวยาเมื่อขาดยา (บางท่านจะมีอาการถอนยาเมื่อขาดยา)
4. สุขภาพทั่วไปทรุดโทรม

แนวข้อสอบ O-NET ปี 2550

1. ต่อมไร้ท่อใดหากถูกทำลายจะทำให้เสียชีวิตภายในระยะเวลาอันสั้น

1. ตับอ่อน ม้าม

2. ต่อมใต้สมอง รังไข่

3. ต่อมหมวกไต ตับอ่อน

4. ต่อมไทรอยดด์ ต่อมพาราไทรอยด์

ตอบ 3. ต่อมหมวกไต ตับอ่อน เพราะ 1.ต่อมไร้ท่อที่จำเป็นต่อชีวิต เป็นต่อมไร้ท่อที่มีความสำคัญต่อร่างกาย ถ้าร่างกายขาดหรือต่อมถูกทำลายอาจจะทำให้ตายได้ ได้แก่ ต่อมพาราไทรอย ต่อมหมวกไตชั้นนอก ไอส์เลตของตับอ่อน

2. อาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบส่วนมากเกิดจาดเชื้อไวรัส ยกเว้นข้อใด

1. โรคคางทูม

2. โรคปอดบวม

3. โรคอีสุกอีใส

4. โรคหัดเยอรมัน

ตอบ 2. โรคปอดบวม เพราะ ปอดบวมในทางการแพทย์คือโรคปอดอักเสบ (pneumonia) คือการติดเชื้อ หรือการอักเสบของเนื้อเยื่อในปอด มี 2 แบบ
1. ปอดอักเสบติดเชื้อ ส่วนใหญ่เป็นไวรัส หรือแบคทีเรีย ในคนปกติมักเป็นแบคทีเรีย ส่วนน้อยเป็นเชื้ออื่นเช่น มัยโคพลาสม่า หรือริคเกตเซีย
2. จากสารเคมี ที่พบบ่อยคือกรดในกระเพาะเรานั่นแหล่ะครับ พบในพวกสำลักกรดในกระเพาะอาหารเข้าไปในปอด

นางสาว ขวัญอนงค์ ไทยสกุลทอง

ม. 6-1  เลขที่ 13

 



ข้   O - n e t   2 5 4 9  

1.  ข้อใดคือลักษณะที่แสดงความผอมและความอ้วนได้ดีที่สุด

            1)  ขนาดรอบเอว

            2)  ความหนาของผิวหนัง

            3)  ความกระฉับกระเฉง

            4)  ปริมาณความหนาของไขมัน

คำตอบ  ::  ข้อ 4 เนื่องจาก  เมื่อร่างกายได้รับไขมันมาก ไขมันส่วนเกินจะถูกเก็บสะสมไว้ตามส่วนต่าง ๆ  ของร่างกาย หากไขมันส่วนเกินเกินไปพอกพูน หรือเก็บสะสมไว้ที่หน้าท้อง บริเวณอก ท่านก็จะมีรูปร่างอ้วนกลม   หรือ เรียกสั้นๆ ก็คือ  เกิดความหนาของไขมันนั่นเอง


2.  ข้อใดคือสาเหตุสำคัญที่สุดที่ทำให้ผอม

            1)  พันธุกรรม

            2)  ความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ

            3)  ความผิดปกติของต่อมไฮโปทาลามัส

            4)  รับประทานอาหารไม่พอกับความต้องการของร่างกาย

คำตอบ :: ข้อ 4 เนื่องจาก  สาเหตุหลักมาจากระบบเผาผลาญของร่างกายดีเกินไป แต่ระบบดูดซึมอาหาร ของร่างกาย ทำงานอย่างไม่มี ประสิทธิภาพ ทำให้ร่างกายดูดซึม สารอาหารเข้าไปใช้ ได้อย่างไม่เต็มที่ และขับถ่ายออกหมด รวมถึง หากเรารับประทานไม่พอกับความต้องการ ก็จะทำให้ไม่มีสารอาหารที่เหลือหลังจากการเผาผลาญไปใช้เก็บสะสมในนร่างกาย ซึ่งส่งผลทำให้ผอม

3.  ข้อใดคือสาเหตุสำคัญที่สุดของความอ้วน

            1)  พันธุกรรม

            2)  รับประทานยาบางประเภททำให้อ้วน

            3)  รับประทานอาหารมากและไม่ออกกำลังกาย

            4)  รับประทานอาหารเกินความต้องการของร่างกาย

คำตอบ  ::  ข้อ 3 เนื่องจาก  การรับประทานอาหารมากจะทำให้มีไขมันเก็บในร่างกายมากเช่นเดียวกัน รวมถึง ยิ่งไม่มีการออกกำลังกายที่เป็นวิธีหนึ่งในการเผาผลาญไขมัน ยิ่งส่งผลทำให้อ้วน เหมือนกับการที่เรา รับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมาเรื่อยๆตลอดและไม่มีการนำไปใช้ นานวันเข้าสิ่งนั้นก็ยิ่งมีเพิ่มขึ้นๆ ซึ่งเปรียบเหมือนกับไขมันในร่างกายนั่นเอง

4.  ข้อใดเป็นวิธีลดความอ้วนได้ดีที่สุด

            1)  ใช้ยาลดความอ้วน

            2)  ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้านวด

            3)  ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

            4)  รับประทานอาหารคาร์โบไฮเดรตให้น้อยลง

คำตอบ ::  ข้อ 3 เนื่องจาก  การออกกำลังกายถือว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุด คือ สามารถทำได้ง่าย สะดวก ไม่มีผลข้างเคียง  หรืออันตรายใดๆ และยังถือเป็นการผ่อนคลายอีกด้วย   ซึ่งหากเป็นข้ออื่น อาจมีผลเสียหรือผลข้างเคียงในการลดความอ้วนด้วนวิธีนั้นๆ

  น.ส.ชุติมา   คีรีรัฐพิศาล  เลขที่  1 ม. 6/1



ส่งงานค่ะ น.ส.สุพัตรา  ทับจ๊อก ม.6/1 เลขที่ 10 

 37. ถ้าร่างกายมีคอเลสเตอรอลมากเกินไป ทำให้เป็นดโรคใด

1.เบาหวาน  2. มะเร็ง  3.เหน็บชา  4.เส้นเลือดอุดตัน

ตอบ เส้นเลือดอุดตัน

เหตุผล   คอเลสเตอรอลมีบทบาทในกระบวนการทางชีวเคมีมากมาย แตที่รู้จักกันดีคือ มันเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคหัวใจและระบบหลอดเลือด (cardiovascular disease) และภาวะ คอเลสเตอรอลในเลือดสูง
               คอเลสเตอรอลจะพบมากในไข่แดง เครื่องในสัตว์ และอาหารทะเล ค่อนข้างสูง ร่างกายสามารถสังเคราะห์เองได้แต่ไม่เพียงพอกับความต้องการ
                การรับประทานกรดไขมันที่จำเป็นโดยเฉพาะกรดไลโนเลอิกในปริมาณที่พอเพียงและเลี่ยงอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง บวกกับการออกกำลังกาย จะช่วยลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดอุดตัน สาเหตุของการเกิดโรคหัวใจและอัมพาต

38. เจษฎาภรณ์ เรียนหนัก มีอาการเมื่อยล้าทางสมอง ควรเลือกกิจกรรมนันทนาการประเภทใด

1.ร้องเพลง  2. ดูภาพยนต์  3. แข่งแรลลี่ 4.เล่นหมากฮอส

ตอบ  ร้องเพลง

เหตุผล   ร้องเพลงเพราะว่า ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย เพลิดเพลิน ทำให้สุขภาพดี สร้างความสุข ความพอใจ       สำหรับการดูภาพยนต์   แข่งแรลลี่และเล่นหมากฮอล ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ต้องใช้สมองในการทำกิจกรรม

39. โรคเบาหวานเกิดจากการทำงานผิดปกติของอวัยวะใด

1.ไต  2.ตับ   3. ม้าม  4.ลำไส้

ตอบ ตับ

เหตุผล   โรคนี้เกิดจากตับอ่อนสร้างฮอร์โมนชนิดนี้ มีหน้าที่ คอยช่วยเผาผลาญน้ำตาลมาใช้เป็นพลังงาน เมื่อ อินซูลินในร่างกาย ไม่เพียงพอน้ำตาลก็จะไม่ถูกนำมาใช้ จึงเกิดการคั่งของน้ำตาลในเลือด และอวัยวะต่างๆ เมื่อน้ำตาลคั่งในเลือดมากๆ จะถูกไตกรองออกมาทำให้ ปัสสาวะหวาน หรือมีมดขึ้นจึงเรียกว่า เบาหวาน


40. หวิวต้องการทำงานตั้งแต่เช้าจรดเย็น โอ๋จึงชวนไปเที่ยวทะเล น.ร คิดว่าหวิวควรตอบอย่างไร

1.เอาไว้โอกาสหน้า  2. ยังไม่ว่างไปไม่ได้  3.ดีเหมือนกันจะได้คลายเครียด   4. พักผ่อนอยู่บ้านดีกว่า

ตอบ  พักผ่อนอยุ่บ้านดีกว่า

เหตุผล    เพราะ การพักผ่อนอยู่บ้านเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุด  เพราะว่า   การหยุดพักการทำงานหรือการกิจกรรมต่างๆทำให้ผ่อนคลายความตรึงเครียดและลดความเหน็ดเหนื่อย อ่อนเพลียลงได้



              แนวข้อสอบ O-Net ปี 2551                                                                     

38. ถ้าเพื่อนของนักเรียนมีเหตุทะเลาะวิวาทกัน นักเรียนควรปฏิบัติอย่างไรจึงจะดีที่สุด

1) รีบเข้าไปขวางและบอกให้ทั้งสองฝ่ายใจเย็นๆ

2) บอกให้เพื่อนทั้งคู่ใจเย็นและบอกให้เพื่อนไปตามครู

3) รีบดึงเพื่อนคนใดคนหนึ่งออกไปให้ไกลๆ

4) รีบเดินหนีไปให้เร็วที่สุดและไปแจ้งครู

ตอบ 2) บอกให้เพื่อนทั้งคู่ใจเย็นและบอกให้เพื่อนไปตามครู เพราะ ในฐานะที่เป็นนักเรียนเหมือนกัน ถ้าจะเข้าไปช่วยแยกหรือบอกเพื่อนทั้งคู่ให้หยุดทะเลาะกัน เพื่อนทั้งสองคงไม่เชื่อ ทางที่ดีควรไปตามครูหรือผู้ใหญ่มาช่วยแยกทั้งคู่ ซักถามและไกล่เกลี่ยปัญหาที่เกิดขึ้นจะดีกว่า

39. เมื่อนักเรียนพบคนจมน้ำที่หยุดหายใจ การช่วยฟื้นคืนชีพด้วยการผายปอด ควรต้องทำเองใดเป็นอันดับแรก

1) ควรเอาน้ำออกจากปอด

2) เปิดทางเดินลมหายใจให้ผู้ป่วย

 3) จัดท่าให่ผู้ป่วยนอนให้สบายที่สุด

4) การปลดสิ่งที่รัดตึงร่างกาย เช่น เข็มขัด

ตอบ  3) จัดท่าให่ผู้ป่วยนอนให้สบายที่สุด เพราะเป็นขั้นตอนแรกของการช่วยด้วยการผายปอด เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยหายใจได้สะดวกขึ้นในระหว่างช่วยชีวิต

40. ถ้านักเรียนพบผู้ที่ประสบอุบัติเหตุรถชน และต้องการความช่วยเหลือ นักเรียนจะต้องทำสิ่งใดเป็นอันดับแรก

1) ตรวจสอบการหายใจและการเต้นของหัวใจ

2) จับชีพจรและสำรวจสภาพร่างกาย

 3) วัดอุณหภูมิของร่างกาย สังเกตการหายใจ

4) สังเกตม่านตา การหายใจ ลักษณะของสี

ตอบ 2) จับชีพจรและสำรวจสภาพร่างกาย เพราะ ก่อนจะช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุจะต้องจับชีพจรว่ายังมีลมหายใจอยู่หรือไม่ ถ้ายังมีชีวิตอยู่ ขั้นตอนต่อไปคือ ตรวจดูสภาพทางร่างกายก่อนว่า มีส่วนใดของร่างกายหักหรือได้รับบาดเจ็บหรือไม่ เพื่อจะได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้อย่างถูกวิธี พร้อมโทรแจ้งบอกสภาพของผู้ป่วยแก่เจ้าหน้าที่ได้ถูกต้อง



ขอส่งงาน ข้อที่38-40 แนวข้อสอบO-Net ปี 2551 วิชาสุขศึกษาและพลศึกษาค่ะ
อลิษา ยางสันเทียะ ม.6/1 เลขที่ 39

http://www.suriyothai.ac.th/node/1872



ขอส่งงาน ข้อที่38-40 แนวข้อสอบO-Net ปี 2551 วิชาสุขศึกษาและพลศึกษาค่ะ
อลิษา ยางสันเทียะ ม.6/1 เลขที่ 39

http://www.suriyothai.ac.th/node/1872



ข้อสอบ ONET ปี 2549 ข้อ 13-16

ข้อ13. กลูโคสที่เหลือใช้ภายในร่างกายจะถูกเปลี่ยนเป็นข้อใด
1) ไขมัน  2) โปรตีน  3) วิตามิน  4) คาร์โบไฮเดรต
ตอบ 1) ไขมัน
เพราะ  น้ำตาลกลูโคสที่เหลือใช้ ร่างกายจะเก็บสำรองไว้ ในรูปไกลโคเจนและไขมัน ซึ่งเป็นไปตามกระบวนการดังนี้
1. อาหาร ( แป้ง น้ำตาล ไขมัน) เปลี่ยนเป็นน้ำตาลกลูโคส เข้าสู่กระแสเลือด ส่งต่อไปยังเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกายเพื่อสลายเป็นพลังงานต่อไป
2. เมื่อน้ำตาลกลูโคสในเลือดมีปริมาณสูงกว่าเกณฑ์/ระดับปกติ และร่างกายไม่ต้องการพลังงานมากนักหรือเมื่อในเลือดมีน้ำตาลกลูโคสมากเกินไป อินซูลินที่หลั่งออกมามากจะเปลี่ยนน้ำตาลกลูโคสส่วนที่เหลือใช้ให้เป็นไกลโคเจน แล้วนำไปเก็บระยะสั้นไว้ที่ตับและตามกล้ามเนื้อในรูปละลายในน้ำ และเมื่อล้นจากส่วนนี้ จะนำเก็บในรูปไขมัน

ข้อ14. ปัจจัยใดทีมีผลต่อการเจริญเติบโตของมนุษย์มากที่สุด
1) การมีสุขภาพจิตดี
2) การออกกำลังกายสม่ำเสมอ
3) การขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย
4) การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
ตอบ 4) การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
เพราะ ปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโตและะพัฒนาการของมนุษย์ได้แก่

     1.   เพศ 
     2.   ต่อมต่าง ๆ  ภายในร่างกาย
     3.   อาหาร 
     4.   อากาศและแสงแดด 
     5.   การบาดเจ็บและโรคภัยที่เป็นมาแต่เดิม 
     6.   การเรียนรู้ที่จะฝึกหัดหรือฝึกฝน  โดยเฉพาะการเล่นกีฬา  และทำกิจกรรมต่าง ๆ  จะทำให้พัฒนากล้ามเนื้อดี  จะทำให้เจริญเติบโตเร็วขึ้นการออกกำลังกายและการพักผ่อน

และในปัจจุบันก็ยอมรับกันแล้วว่า สิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโตมากกว่ากรรมพันธ์ุ สิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของร่างกายมากที่สุด คือ อาหาร การออกกำลังกายและการพักผ่อน

ข้อ15. ข้อใดควรปฏิบัติมิให้ร่างกายขาดวิตามินเอ
     1) รับประทานน้ำมันตับปลา
     2) ออกกำลังกายกลางแจ้ง
     3) รับประทานอาหารเสริมที่มีวิตามินเอ
     4) รับประทานผักใบสีเขียว และผักที่มีสีเหลืองเป็นประจำ

ตอบ 4) รับประทานผักใบสีเขียว และผักที่มีสีเหลืองเป็นประจำ
เพราะ แหล่งอาหารของวิตามินเอสามารถแบ่งได้เป็นสองกลุ่ม คือ

     1.จากอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ได้แก่ ตับ น้ำมันตับปลา ไข่แดง น้ำนม เนย ปลาขนาดเล็ก
     2.จากผักและผลไม้ ได้แก่ ผักใบเขียวจัด ผักสีเหลืองหรือสีส้ม (เช่น แครอท, มันหวาน, มันเทศ) ผลไม้ที่มีสีเหลืองหรือสีส้ม (เช่น มะละกอ มะม่วง) น้ำมันปาล์มแดง

16. ข้อใดคืออาหารที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของร่างกายมากที่สุด

1) ข้าวเหนียว ส้มตำ
2) ข้าวเหนียว หมูย่าง
3) ข้าวเหนียว สังขยา
4) ข้าวเหนียว หน้ากุ้ง

ตอบ 2) โปรตีนช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย ซึ่งหมูย่าง คือ โปรตีน

นางสาวณัชชา  กลิ่นอุบล ม.6/1เลขที่4

 



21. สารอาหารใดที่ให้พลังงาน

1.ไขมัน

2.โปรตีน

3.วิตามิน

4.คาร์โบไฮเดรต

ตอบ 4.คาร์โบไฮเเดรต  ประโยชน์ของคาร์โบไฮเดรตที่มีต่อร่างกาย
1.ให้พลังงานและความอบอุ่นแก่ร่างกาย คาร์โบไฮเดรต 1 กรัม ให้พลังงานประมาณ 4 แคลอรี่ และเป็นพลังงานที่จะถูกร่างกายนำมาใช้ก่อนสารอาหารไขมันและโปรตีนตามลำดับ
2.ช่วยให้ร่างกายนำสารอาหารโปรตีนไปใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ กล่าวคือ ถ้าร่างกายได้ พลังงานจากคาร์โบไฮเดรตมาใช้ไม่เพียงพอ ร่างกายจะนำเอาโปรตีนมาสลายให้เกิดพลังงาน แทนร่างกายก็จะผอมลงได้
3.ใช้เป็นพลังงานสำรองของร่างกาย ถ้าร่างกายรับประทานพวกตาร์โบไฮเดรตมากเกินไป ส่วนเกินนี้จะถูกปลี่ยนเป็นไขมันสะสมไว้ตามเนื้อเยื่อต่างๆของร่างกาย และจะถูกนำมาใช้เมื่อร่างกาย ขาดแคลนพลังงาน
4.เป็นองค์ประกอบที่สำคัญของตับ ซึ่งเป็นอวัยวะส่วนสำคัญของร่างกายในการขจัดสารพิษ ในเลือด

22. น้ำดีมีหน้าที่ย่อยอาหารประเภทใด

1.ไขมัน

2.โปรตีน

3.วิตามิน

4.คาร์โบไฮเดรต

ตอบ 1. ไขมัน 

น้ำดี (Bile)  เป็นของเหลวที่สร้างมาจากตับ ทำหน้าที่ทำให้ไขมันแตกตัวเป็นอนุภาคเล็กๆ ช่วยให้เอนไซม์ไลเพส ย่อยไขมันได้ง่ายขึ้น และช่วยดูดซึมไขมัน

23. เพราะเหตุใดเมื่อหิวจะตาลาย รู้สึกวิงเวียนจะเป็นลม

1.ร่างกายขาดโปรตีน

2.ขาดพลังงานจากไขมัน

3.ร่างกายขาดเกลือแร่

4.มีปริมาณกลูโคสในเลือดต่ำ

ตอบ 4.มีปริมาณกลูโคสในเลือดต่ำ

น้ำตาลในเลือดต่ำ (hypoglycemia) เกิดขึ้นเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดลดต่ำเกินกว่าที่จะให้พลังงานแก่ร่างกาย ในผู้ใหญ่และเด็กที่มีอายุมากกว่า 10 ปี ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำพบได้ไม่บ่อย ยกเว้นกรณีที่เป็นผลมาจากการรักษาโรคเบาหวาน แต่ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำอาจเกิดจากยาชนิดอื่นๆ ฮอร์โมน ภาวะพร่องเอ็นไซม์ หรืออาจเกิดจากเนื้องอกบางชนิด กลูโคสเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญในร่างกาย โดยร่างกายได้รับกลูโคสจากการบริโภคอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต อาหารในกลุ่มข้าว และน้ำตาล โดยกลูโคสจะถูกดูดซึมเข้าไปในกระแสเลือด เพื่อไหลเวียนไปสู่เซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกาย เซลล์จะสลายกลูโคสให้เป็นพลังงานเพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป

เมื่อระดับกลูโคสในเลือดเริ่มลดต่ำฮอร์โมนกลูคากอนซึ่งสร้างมาจากตับอ่อนเช่นเดียวกัน จะส่งสัญญาณให้ตับสลายไกลโคเจนเป็นกลูโคส เพื่อเพิ่มระดับของกลูโคสในเลือด ในกรณีที่เป็นโรคเบาหวาน การตอบสนองต่อภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำของฮอร์โมนกลูคากอนจะเกิดความบกพร่อง

24. ข้อใดคือสารอาหารที่ให้พลังงานสูงที่สุด

1.ไขมัน

2.โปรตีน

3.วิตามิน

4.คาร์โบไฮเดรต

ตอบ 2. โปรตีน

โปรตีนเป็นสารอาหารหลักที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งต่อร่างกายในการสร้างเซลล์เนื้อเยื่อต่างๆ  และเป็นส่วนประกอบสำคัญของเอนไซม์ ฮอร์โมน เฮโมโกลบิน และแอนติบอดีหรือภูมิคุ้มกัน  ร่างกายของคนเรามีโปรตีนอยู่ประมาณร้อยละ 20 ของนำหนักตัว  โปรตีนนอกจากจะจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกายแล้ว  ยังให้พลังงานแก่ร่างกายอีกด้วย  โดยมาเผาผลาญให้เกิดพลังงานทดแทน  แต่ในกรณีที่ร่างกายได้รับคาร์โบไฮเดรตและไขมันอย่างเพียงพอแล้ว  ร่างกายจะสงวนโปรตีนไว้ใช้เพื่อเสริมสร้างการเจริญเติบโตและหน้าที่สำคัญอื่นๆ

         แหล่งอาหารที่ให้สารอาหารประเภทโปรตีน  ได้แก่ เนื้อ นม ไข่   และพืชจำพวกถั่ว  รวมทั้งผลิตภัณฑ์ที่ได้จากเนื้อ  นม  ไข่  และถั่ว  นอกจากนี้เรายังพบโปรตีนในพืชชนิดอื่นๆ อีก เช่น  ข้าวเจ้า  ข้าวเหนียว  ข้าวสาลี  ข้าวโพดเหลือง  เป็นต้น

 

นางสาวธิติญา  ธำรงวัฒนา เลขที่ 6



29. นันทนาการก่อให้เกิดประโยชน์ด้านใดมากที่สุด

 ก. ด้านจิตใจ

 ข. ด้านสังคม

 ค. ด้านร่างกาย

 ง. ด้านร่างกาย

ตอบ ก. ด้านจิตใจ  เพราะ จะได้ผ่อนคลายความตึงเคียด ลดความกังวล ทำให้บุคลสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ง่าย

30. กิจกรรมนันทนาการกีฬาว่ายน้ำ ให้ประโยชน์ต่อส่วนใดของร่างกายมากที่สุด

ก.  กล้ามเนื้อ

ข. กระดูกเคลื่อนไหวได้

ค.สมองคลายความตึงเคียด

ง. ทุกส่วนของร่างกาย

ตอบ  ก. กล้ามเนื้อ เพราะ กีฬาว่ายน้ำช่วยพัฒนาสุขภาพร่างกาย  และ ระบบต่างๆทำให้กล้ามเนื้อได้บริหาร เคลื่อนไหวได้อย่างสม่ำเสมอ

31. นันทนาการ หมายถึง ข้อใด

ก. การพักผ่อน

ข. การนอนหลับ

ค. การออกกำลังกาย

ง.การทำกิจกรรมยามว่าง

ตอบ   ง. การทำกิจกรรมยามว่าง 

       นันทนาการ (Recreation) คือ กิจกรรมที่สมัครใจทำในยามว่าง
เพื่อให้เกิดความเพลิดเพลิน ผ่อนคลายความตึงเครียดทั้งร่างกายและจิตใจ
นันทนาการ การเล่น และความสนุกสนาน ไม่สงวนไว้แต่มนุษย์
แต่พบได้ในสัตว์เกือบทุกชนิด การเล่นช่วยพัฒนาทักษะต่าง ๆ
โดยเฉพาะทักษะการเคลื่อนไหวในสิ่งมีชีวิตวัยเยาว์
สำหรับมนุษย์
กิจกรรมนันทนาการมักเกิดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ และวันหยุด ประกอบด้วย ดนตรี
การเต้นรำ กีฬา งานอดิเรก เกม และการท่องเที่ยว การดูโทรทัศน์ และฟังเพลง
เป็นรูปแบบสามัญของนันทนาการ

32. การจัดนิทรรศการ จัดเป็นนันทนาการประเภทใด

ก. กิจกรรมศิลปะ

ข. กิจกรรมอนุรักษ์

ค. กิจกรรมงานสังคม

ง. กิจกรรมอาสาสมัคร

ตอบ  ค.  กิจกรรมงานสังคม  เพราะ เป้นกิจกรรมนันทนาการหลายประเภทที่กลุ่มคนได้ร่วมกันประกอบขึ้น  โดยมีจุดมุ่งหมายแบบเดียวกัน จึงได้ร่วมประกอบกิจกรรมกันทางสังคม และ การเข้าร่วมกิจกรรมทางสาธารณะร่วมกัน  โดยใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ก่อให้เกิดความสามัคคี และส่งเสริมความเป็นพลเมืองดี



1. ต่อมไร้ท่อใดหากถูกทำลายไปเมื่อร่างกายเจริญเติบโตเต็มที่แล้วอาจมีชีวิตอยู่ได้ระยะหนึ่งเท่านั้น
1. ตับอ่อน
2. ต่อมหมวกไตส่วนใน
3. ต่อมไทรอยด์
4. ต่อมใต้สมองส่วนหน้า

ตอบข้อ 4

ต่อมใต้สมองส่วนหน้า เป็นต่อมไร้ท่อที่สำคัญที่สุดของร่างกาย ทั้งนี้เพราะทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนที่ช่วยกระตุ้นและควบคุมการทำงานของต่อมไร้ท่ออื่นๆ คือต่อมไทรอยด์ ต่อมหมวกไต ต่อมสืบพันธุ์ ซึ่งต่อมเหล่านี้จะทำหน้าที่ควบคุมการเจริญเติบโตของร่างกายและมีอิทธิพลต่ออัตราการเผาผลาญของเซลล์ต่างๆ ในร่างกายหากถูกทำลายไปเมื่อร่างกายเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว อาจมีชีวิตอยู่ได้ระยะหนึ่งเท่านั้น


2. ต่อมใต้สมองเป็นต่อมหลักสำคัญที่ควบคุมต่อมไร้ท่อต่างๆ ยกเว้นข้อใด
1. ต่อมไทรอยด์
2. ต่อมพาราไทรอยด์
3. ต่อมหมวกไต
4. ต่อมเพศ

ตอบข้อ 2

ต่อมพาราไทรอยด์เป็นต่อมไร้ท่อที่ต่อมใต้สมองไม่ได้ควบคุมเพราะต่อมพาราไทรอยด์จะสร้างฮอร์โมนขึ้นมาเพื่อควบคุมเมตาบอลิซึมของระดับแคลเซียมและฟอสเฟสในร่างกายทำให้การทำงานของกระดูก ระบบทางเดินอาหาร ไตและระบบประสาททำหน้าที่ได้ตามปกติ


3. ข้อใดไม่ถูกต้องถ้าเปรียบเทียบระบบหายใจกับต้นไม้กลับหัว
1. ลำต้น : ขั้วปอด
2. ลำต้น : หลอดลม
3. กิ่งก้าน : ท่อลมเล็กๆ
4. แขนงกิ่ง : ถุงลม

ตอบข้อ 2

เมื่อเปรียบเทียบระบบหายใจกับต้นไม้กลับหัว ลำต้นของต้นไม้เปรียบได้กับหลอดลมเนื่องจากลำต้นของต้นไม้มีท่อน้ำ ท่ออาหารที่จะลำเลียงไปยังกิ่งก้านสาขาซึ่งเหมือนกับหลอดลมที่นำแก๊สออกซิเจนไปสู่ปอดเพื่อช่วยในการฟอกเลือดหรือนำแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ออกนอกร่างกาย

4. ข้อใดเป็นพัฒนาการการคบเพื่อนของวัยรุ่น
 1. คบเพื่อนวัยเดียวกัน
 2. คบเพื่อนต่างวัย
 3. คบเพื่อนเพศเดียวกัน
 4. คบเพื่อนต่างเพศ

ตอบข้อ 4

เพื่อนมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมทางเพศเป็นอย่างมาก การคบเพื่อนจึงเป็นโอกาสที่วัยรุ่นจะได้ทำความรู้จักและเข้าใจความแตกต่างระหว่างเพศ ดังนั้น วัยรุ่นจึงมีพัฒนาการในการคบเพื่อนต่างเพศเสียเป็นส่วนใหญ่

 

จัดทำโดย

น.ส. อรอุมา โหมดนอก ม.6/1 เลขที่ 26



http://www.suriyothai.ac.th/node/1847#comment-2633

ส่งงานค่ะ ^0^

นางสาวพอหทัย  แซ่ตั้ง ม.6/1เลขที่ 31.



17. นักเรียนฝึกออกกำลังกายด้วยการวิดพื้นเป็นประจำ ช่วยเพิ่มสมรรถภาพของกล้ามเนื้อส่วนใดมากที่สุด

1. กล้ามเนื้อขา

2.กล้ามเนื้อหลัง

3.กล้ามเนื้อหน้าท้อง

4.กล้ามเนื้อแขน

ตอบ  4. การ วิดพื้น (push up) นั้นมีการจัดวางตำแหน่ง ของฝ่ามือ แขน แตกต่างหลากหลายโดยการวิดพื้น (หรือดันพื้น แล้วแต่จะเรียก) พื้นฐานนั้นจะวางมือในความกว้าง ประมาณช่วงไหล่ แล้วก็ค่อยๆ ลดร่างกายลงไป โดยข้อศอกอ้าออกจากลำตัวพอสมควร จะเป็นการวิดพื้นทั่วๆไป ซึ่งจะมีผลกับการบริหารกล้ามเนื้อ อก ไหล่ และหลังแขน (triceps)ถ้าเราวิดพื้น โดยใช้แขนแนบชิดลำตัวเข้ามา ในจังหวะที่ลดตัวลง ก็จะเป็นการเน้นไปที่กล้ามเนื้อกลุ่ม หลังแขน (triceps)

18. นักวิ่งระยะสั้นซ้อมวิ่ง 100 เมตร ติดต่อกัน10เที่ยว ทำให้ล้าเนื่องจากเกิดของเสียกรดใดในร่างกาย

1.กรดแลกติด

2.กรดยูริก

3.กรดเกลือ

4.กรดอะมิโน

 ตอบ 1. กรดแลกติก เพราะ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาปริมาณของกรดแลกติกที่เกิดขึ้นในเลือดระหว่างการวิ่งในระยะทาง 100 เมตร 200 เมตร 400 เมตร 800 เมตร 1,500 เมตร และ 5,000 เมตร กลุ่มตัวอย่างประชากรเป็นนักศึกษาชาย วิทยาลัยพลศึกษาอ่างทองจำนวน 22 คน น้ำหนักตัวเฉลี่ย 59.5 กิโลกรัม และส่วนสูงเฉลี่ย 169 เซนติเมตร ทุกคนจะถูกเก็บตัวอย่างเลือดขณะพักผ่อนและหลังจากการวิ่งระยะทางต่าง ๆ ดังกล่าว เพื่อทำการวิเคราะห์กรดแลกติกในเลือด นำผลที่ได้จากการวิเคราะห์กรดแลกติกในเลือดมาหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว (One-way Analysis of Variance) หลังจากนั้นทำการเปรียบเทียบรายคู่ ตามวิธีของนิวแมน-คูลส์ (Newman-Keuls) ผลการวิจัยปรากฏว่า อัตราการผลิตกรดแลกติกของการวิ่งระยะทาง 100 เมตร มากกว่าการวิ่งระยะทาง 200 เมตร (P < .01) และอัตราการผลิตกรดแลกติกของการวิ่งระยะทาง 200 เมตร มากกว่าการวิ่งระยะทาง 400 เมตร (P < .01) อัตราการผลิตกรดแลกติกของการวิ่งระยะทาง 100 เมตร 200 เมตร และ 400 เมตร มากกว่าอัตราการผลิตกรดแลกติกของการวิ่งระยะทาง 800 เมตร 1,500 เมตร และ 5,000 เมตร (P < .01) อัตราการผลิตกรดแลกติกของการวิ่งระยะทาง 800 เมตร, 1,500 เมตร และ 5,000 เมตรไม่แตกต่างกัน (P < .01)

19. การอบอุ่นร่างกายในข้อใด เหมาะสมที่สุดสำหรับการเล่นฟุตบอล

1.หมุนคอ วิ่งรอบสนาม สะพานโค้ง วิดพื้น

2.วิ่งรอบสนาม หมุนคอ ลุกนั่ง สะพานโค้ง

3.วิ่งรอบสนาม หมุนคอ หมุนข้อเท้า เหยียดขา

4. ลุก นั่ง วิดพื้น หมุนคอ เหยียดขา

ตอบ 3.  การอบอุ่นร่างกายเป็นวิธีการออกกำลังกายขั้นต้นด้วยตนเอง โดยเริ่มเคลื่อนที่ช้าๆและเร็วขึ้นตามลำดับ เช่น วิ่งเหยาะๆอยู่กับที่ กระโดดตบ แล้วเริ่มวิ่งเหยาะๆระยะทางสั้นๆ ใช้เวลาอย่างน้อย ๑๐ นาที การอบอุ่นร่างกายโดยทั่วๆไป มีจุดมุ่งหมายที่จะเพิ่มอุณหภูมิภายในร่างกายและ อุณหภูมิของกล้ามเนื้อ ส่วนที่อยู่ลึกลงไปให้สูงขึ้น ทั้งยังเป็นการช่วยยืดเส้นเอ็น ( Ligament ) และ เนื้อเยื่อต่างๆ ทำให้ร่างกายมีความอ่อนตัว สามารถ ทำงานหรือเล่นกีฬาได้ดีขึ้น ลดการฉีกขาดของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น ในทางสรีรวิทยา ขณะที่อุณหภูมิของเซลล์ต่างๆในร่างกาย เพิ่มสูงขึ้น จะช่วยให้ขบวนการใช้พลังงานของเซลล์ ในร่างกายเร็วขึ้นด้วย การรับความรู้สึกและการส่งคำสั่งของระบบประสาทก็จะเพิ่ม ความไวขึ้นเช่นกัน จะเห็นได้ชัดเจนในนักกีฬาอาชีพ ไม่ว่าจะถ่ายทอดทางทีวีหรือไปชมสดที่สนามแข่ง นักกีฬาจะมีการอบอุ่นร่างกายก่อนแข่งขัน ทุกครั้ง โดยเฉพาะตัวสำรองในกีฬาฟุตบอลก่อนที่โค้ชจะให้ลงสนาม ก็จะมีการอบอุ่นร่างกายที่ข้างสนามให้เห็นบ่อยๆ เพราะอะไรหรือ ถ้าไม่ใช่ ่เพราะนักกีฬาต้องการที่จะแสดงความสามารถหรือศักยภาพในเชิงกีฬาที่มีอยู่ออกมาอย่างเต็มที่ เพื่อชัยชนะในการแข่งขัน ( และจะได้ไม่ต้องมานั่ง สำรองดูเพื่อนเล่น ) การอบอุ่นร่างกาย จะขึ้นอยู่กับระยะเวลา ระยะทาง ความหนักเบา อุณหภูมิแวดล้อม และเครื่องแต่งกายที่สวมใส่ เวลาที่ใช้ควร อยู่ในช่วงระหว่าง ๕–๑๐ นาที ( แล้วแต่ความแตกต่างของบุคคลและอายุ ) การอบอุ่นร่างกายควรเริ่มจากการยืดเหยียด เอ็น ข้อต่อ กล้ามเนื้อ อยู่กับที่ ( Static Stretching ) และต่อด้วยการเคลื่อนไหวช้าๆเป็นจังหวะสม่ำเสมอและเร็วขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจะทำให้ร่างกาย มีการเคลื่อนไหวอย่าง อ่อนตัว อิสระ มีช่วงเวลาและความเข้มข้นมี่พอเหมาะ เพียงพอที่จะเพิ่มอุณหภูมิของเนื้อเยื่อต่างๆของร่างกายที่อยู่ ส่วนลึกให้สูงขึ้น โดยที่ร่างกาย ยังไม่ถึงภาวะเหนื่อยอ่อน เมื่ออบอุ่นร่างกายจนถึงภาวะของการหลั่งเหงื่อ อุณหภูมิในร่างกายจะสูงขึ้นอยู่ในระดับที่ต้องการ การอบอุ่นของการ ออกกำลังกาย หรือกีฬาแต่ละชนิดจะแตกต่างกันออกไป เช่น นักวิ่ง เริ่มด้วยการยืดเอ็นกล้ามเนื้อข้อต่อ ตามด้วยการวิ่งเหยาะๆ รวมทั้งฝึกท่าออกวิ่ง นักฟุตบอล อาจเริ่มด้วยการบริหารร่างกายทั่วไป และเตะ รับ ส่ง โหม่ง เลี้ยง สลับกับการบริหารร่างกายแบบยืดเหยียดกล้ามเนื้อ เมื่อมีการอบอุ่น ร่างกาย ( Warm- up ) ก็ควรมีการลดสภาวะร่างกาย ( Warm-down หรือ Cool- down ) ซึ่งเป็นการบริหารร่างกายที่ค่อยๆลดความ เข้มข้นลง ทีละน้อย เป็นการปฏิบัติภายหลังออกกำลังมาแล้วอย่างเต็มที่และจะเลิกฝึกซ้อมหรือแข่งขัน ซึ่งจะช่วยให้ระบบไหลเวียนและการ ทำงานของร่างกายส่วนต่างๆสามารถปรับตัวคืนสู่ระดับเดิม การวอร์มดาวน์ควรจะประกอบด้วยการวิ่งเหยาะประมาณ ๓๐ วินาที แล้วตามด้วย การ เดิน ๓ - ๕ นาทีจะเป็นการช่วยให้ร่างกายปรับตัวกลับสู่สภาพเดิมได้ดีขึ้น เพียงเท่านี้ก็จบกระบวนการออกกำลังกายที่สมบูรณ์ สำหรับท่าน ที่ออกกำลังกายอยู่แล้วหรือท่านที่กำลังเริ่มจะออกกำลังกาย ขออนุญาตแนะนำให้ลองนำไปทดลองใช้ดู ว่าถ้าออกกำลังกายแบบถูกต้อง



11. ข้อความใดไม่ถูกต้อง
1. หญิงเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เร็วกว่าชาย
2. การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองเป็นการระบายอารมณ์ทางเพศที่ไม่ควรกระทำ
3. การใส่เสื้อสายเดี่ยวนุ่งกระโปรงสั้นอาจทำให้เกิดอาชญากรรมทางเพศได้
4. ชายสามารถมีลูกได้จนอายุ 60 ปี

ตอบข้อ 2

การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองเป็นการระบายอารมณ์ทางเพศที่สามารถกระทำได้ แต่ต้องไม่บ่อยมากและต้องเหมาะสมทั้งนี้เพราะถ้าหากปฏิบัติบ่อยๆ อาจส่งผลต่อพฤติกรรมทางเพศได้

 

12. เมื่ออยู่ในวัยเรียนหากนักเรียนหญิงตั้งครรภ์โดยไม่ตั้งใจวิธีการแก้ปัญหาที่ควรกระทำคือข้อใด
1. ปรึกษาผู้ใหญ่หรือครูอาจารย์
2. หาทางแก้ปัญหากับคนรัก
3. ลาออกจากโรงเรียน
4. ทำแท้ง

ตอบข้อ 1

การที่นักเรียนหญิงตั้งครรภ์โดยไม่ตั้งใจวิธีการแก้ปัญหาที่ควรกระทำ ปรึกษาผู้ใหญ่ ครู อาจารย์ ทั้งนี้เพราะสถานการณ์ดังกล่าวเมื่อเกิดขึ้นจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตของนักเรียนเป็นอย่างมากและมีผลต่อการดำเนินชีวิตของนักเรียนหญิงต่อไปนี้ในอนาคต ดังนั้น พ่อแม่ ผู้ใหญ่หรือครู อาจารย์ ซึ่งเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ช่วยแก้ไข

 

13. ข้อใดเป็นความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเอดส์
1. สำส่อนทางเพศ
2. ใช้ของร่วมกับผู้ป่วย
3. เที่ยวสถานเริงรมย์
4. ใช้ห้องน้ำสาธารณะร่วมกับผู้ป่วย

ตอบข้อ 1

โรคเอดส์เกิดจากการสัมผัสกับสารคัดหลั่งของร่างกายโดยเฉพาะจากการมีเพศสัมพันธ์กับบุคคลที่ติดเชื้อเอดส์

 

จัดทำโดย

น.ส. ณัฐศรัญ อภิวัชรมาศ ม.6/1  เลขที่.29


sss27405's picture

14. กล้ามเนื้อในร่างกายของมนุษย์ประกอบด้วยกล้ามเนื้อใดมากที่สุด
 1. กล้ามเนื้อเรียบ
 2. กล้ามเนื้อแดง
 3. กล้ามเนื้อลาย
 4. กล้ามเนื้อหัวใจ

คำตอบคือข้อ 3 

กล้ามเนื้อลายเป็นกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ในการเคลื่อนไหวของร่างกายมีจำนวนมากที่สุดในร่างกายร้อยละ 40 ของน้ำหนักตัว กล้ามเนื้อลายเป็นอวัยวะใหญ่ในการทำงานต้องได้รับคำสั่งมาจากระบบประสาทส่วนกลาง

15. นักกีฬาวิ่งมาราธอนจะมีเส้นใยกล้ามเนื้อสีใดมากที่สุด
 1. สีขาว
 2. สีแดง
 3. สีชมพู
 4. สีดำ

คำตอบคือข้อ 2

กล้ามเนื้อในร่างกายแบ่งตามลักษณะการทำงานออกได้เป็น 3 ชนิด คือ
 1. กล้ามเนื้อเรียบ (Smooth Muscle)
 2. กล้ามเนื้อหัวใจ (Cardiac Muscle)
 3. กล้ามเนื้อลาย (Skeletal Muscle)
 กล้ามเนื้อลายแบ่งออกได้ 3 ประเภท คือ
 1. กล้ามเนื้อแดง จะตอบสนองต่อกิจกรรมเกี่ยวกับความทนทาน เช่น วิ่งมาราธอน
 2. กล้ามเนื้อขาว จะตอบสนองต่อกิจกรรมที่เกี่ยวกับพลังงานและความเร็ว เช่น วิ่งเร็ว ยกน้ำหนัก
 3. กล้ามเนื้อถึงแดงถึงขาว จะมีคุณสมบัติเป็นกลางระหว่างกล้ามเนื้อแดงและกล้ามเนื้อขาว

16. คุณสมบัติของกล้ามเนื้อหัวใจคือข้อใด
1. มีลักษณะคล้ายกับกล้ามเนื้อลาย
2. มีลักษณะคล้ายกับกล้ามเนื้อเรียบปนกล้ามเนื้อลาย
3. ทำงานใต้อำนาจจิตใจ
4. ทำงานนอกอำนาจจิตใจ

คำตอบคือข้อ 4

กล้ามเนื้อหัวใจเป็นกล้ามเนื้อที่อยู่นอกอำนาจจิตใจมีลักษณะเป็นเซลล์รูปทรงกระบอกมีสายตามขวางเป็นแถบสีทึบสลับกับสีขาว เซลล์กล้ามเนื้อหัวใจมีแขนงไปประสานกับแขนงของเซลล์ใกล้เคียงเซลล์ทั้งหมดจึงหดตัวพร้อมกันและหดตัวเป็นจังหวะตลอดชีวิต ควบคุมโดยระบบประสาทอัตโนมัติ

จัดทำโดย

น.ส. วัชราภรณ์ เรืองประชา ม.6/1  เลขที่.30